๓. นาควิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๓. นาควิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายผ้าคู่หนึ่งแด่พระพุทธเจ้า (พระวังคีสเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
เธอประดับองค์ทรงเครื่องแล้ว ขึ้นคชสารตัวประเสริฐ มีร่างกายใหญ่ ประดับแก้วและทอง มีข่ายทองคลุมตระพอง ผูกสายรัดประคนทองไว้เรียบร้อย นั่งหลังคชสารเหาะมาที่นี้
ที่งาทั้งสองของพญาคชสารล้วนมีสระโบกขรณีเนรมิต มีน้ำใสสะอาด ดารดาษด้วยปทุมชาติมีดอกบานสะพรั่ง ในดอกปทุมทุกดอกๆ มีหมู่ดุริยเทพบรรเลงเพลง และมีเหล่าเทพอัปสรนี้ฟ้อนรำชวนให้เกิดความรื่นเริงบันเทิงใจ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๔. อโลมวิมาน
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เธอได้บรรลุเทวฤทธิ์ เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร เธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (เทพธิดาตอบว่า)
ดิฉันได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่กรุงพาราณสี ได้ถวายผ้าคู่หนึ่งแด่พระองค์ ถวายอภิวาทพระยุคลบาทแล้วนั่งอยู่บนพื้นดิน มีจิตยินดีได้ทำอัญชลีแด่พระองค์แล้ว
อนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงมีพระฉวีวรรณดุจทองคำธรรมชาติ ได้ทรงแสดงทุกขสัจและสมุทัยสัจว่าเป็นสภาวะไม่เที่ยง และทรงแสดงทุกขนิโรธสัจและมัคคสัจ ว่าเป็นสภาวะอันปัจจัยอะไรๆ ปรุงแต่งไม่ได้แล้วแก่ดิฉัน เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงได้รู้แจ้งชัดอริยสัจ ๔
ดิฉันถึงแก่กรรมตั้งแต่อายุยังน้อย เคลื่อนจากอัตภาพนั้นแล้ว บังเกิดในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ มีบริวารยศ เป็นปชาบดีองค์หนึ่งของท้าวสักกะ มีนามว่ายสุตตรา ปรากฏไปทั่วทุกทิศ นาควิมานที่ ๓ จบ