๒. โรหิณีเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๒. โรหิณีเถรีคาถา ๒. โรหิณีเถรีคาถา ภาษิตของพระโรหิณีเถรี (พระโรหิณีเถรีกล่าวภาษิตที่บิดาและตนเองพูดจาโต้ตอบกันด้วยการเปล่งอุทานว่า) (บิดาถามเราว่า)
แม่โรหิณีผู้เจริญ เจ้าหลับก็พูดว่า“สมณะ” ตื่นก็พูดว่า “สมณะ” สรรเสริญแต่สมณะเท่านั้น เห็นทีลูกจะบวชเป็นสมณะเสียแน่แท้
โรหิณี ลูกถวายข้าวและน้ำอย่างไพบูลย์แก่เหล่าสมณะ พ่อขอถาม เดี๋ยวนี้ เพราะเหตุไรเหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก
พวกสมณะไม่ชอบทำการงาน เกียจคร้าน อาศัยแต่ของที่คนอื่นให้เลี้ยงชีพ หวังแต่จะได้ ชอบของอร่อย เพราะเหตุไร เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก (เราตอบท่านว่า)
คุณพ่อขา คุณพ่อสอบถามไล่เลียงกับลูก เรื่องคุณของสมณะเสียตั้งนาน ลูกจะขยายปัญญา ศีล และความบากบั่น ของสมณะเหล่านั้นแก่คุณพ่อดังนี้
สมณะทั้งหลายชอบทำการงาน ไม่เกียจคร้าน ทำแต่การงานที่ประเสริฐสุด จึงละราคะโทสะได้ เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๒. โรหิณีเถรีคาถา
สมณะทั้งหลาย กำจัดมูลราก ทั้ง ๓ ของบาป ทำแต่งานสะอาด จึงละบาปได้ทั้งหมด เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก
กายกรรมของสมณะเหล่านั้นสะอาด วจีกรรมก็สะอาด มโนกรรมก็สะอาด เพราะเหตุนั้นเหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก
สมณะเหล่านั้น ไร้มลทินดุจสังข์และมุกดาที่ขัดดีแล้ว สะอาดทั้งภายในและภายนอก บริบูรณ์ด้วยธรรมฝ่ายขาว เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก
สมณะเหล่านั้นเป็นพหูสูต ทรงธรรม เป็นพระอริยะ เป็นอยู่โดยธรรม แสดงเหตุและผล เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก
สมณะเหล่านั้นเป็นพหูสูต ทรงธรรม เป็นพระอริยะ เป็นอยู่โดยธรรม มีจิตมีอารมณ์เดียว มีสติ เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก
สมณะเหล่านั้นอยู่ป่าห่างไกลผู้คน มีสติ พูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน รู้ที่สุดทุกข์ เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก
สมณะเหล่านั้น หลีกออกจากหมู่บ้านใดไป ไม่เหลียวแลอย่างกังวลในหมู่บ้านนั้น ไปอย่างไม่มีเยื่อใยเลย เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก @เชิงอรรถ : @ โลภะ (ความอยากได้) โทสะ (ความคิดประทุษร้าย) โมหะ (ความหลง) (ขุ.เถรี.อ. ๒๗๖/๒๗๗) @ จิตมีสมาธิ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๒. โรหิณีเถรีคาถา
สมณะเหล่านั้นไม่เก็บสะสมทรัพย์สมบัติไว้ในยุ้งฉาง ในหม้อ และในกระเช้า แสวงหาแต่อาหารที่สำเร็จแล้ว เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก
สมณะเหล่านั้นไม่รับเงิน ทอง และรูปิยะ เลี้ยงชีพด้วยปัจจัยที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก
สมณะเหล่านั้นบวชมาจากต่างสกุลกัน และต่างชนบทกัน ก็รักซึ่งกันและกัน เพราะเหตุนั้น เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก (บิดากล่าวกับเราว่า)
ลูกโรหิณีผู้เจริญ ลูกเกิดมาในสกุล เพื่อประโยชน์แก่พวกเราแท้หนอ ลูกมีศรัทธา มีความเคารพแรงกล้า ในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
เพราะลูกรู้จักพระรัตนตรัยนั้นว่า เป็นบุญเขตอันยอดเยี่ยม สมณะเหล่านั้นคงจะรับทักษิณาทานของพ่อบ้างนะ
เพราะว่า ยัญคือบุญที่เราตั้งไว้แล้วในสมณะเหล่านั้น คงจะมีผลไพบูลย์แก่พวกเราแน่ (เรากล่าวกับบิดาว่า) ถ้าคุณพ่อกลัวทุกข์ ถ้าคุณพ่อเกลียดทุกข์
ขอคุณพ่อ โปรดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ผู้คงที่ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกเถิด จงสมาทานศีล ข้อนั้นจะเป็นประโยชน์แก่คุณพ่อ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๓. จาปาเถรีคาถา (บิดากล่าวกับเราว่า)
พ่อขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ผู้คงที่ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก ขอสมาทานศีล ข้อนั้นจะเป็นประโยชน์แก่พ่อ
เมื่อก่อน พ่อเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระพรหม วันนี้ พ่อเป็นพราหมณ์ พ่อได้วิชชา ๓ มีความสวัสดี จบเวท และเป็นผู้ล้างบาปได้แล้ว