คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๓. ฉัตตมาณวกวิมาน

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๕๓พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา๑ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ฉัตตมาณวกวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในฉัตตมาณวกวิมาน พระผู้มีพระภาค เมื่อจะทรงแสดงวิธีเรียนไตรสรณคมน์แก่ฉัตตมาณพ จึงได้ตรัสว่า

๕๓

พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นโอรสแห่งศากยราช เป็นผู้จำแนกแจกธรรม มีกิจอันทำเสร็จแล้ว ผู้ถึงฝั่ง เป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยกำลังและความเพียร ท่านจงถึงพระพุทธเจ้า พระองค์นั้นผู้เสด็จไปดีแล้ว เพื่อเป็นที่พึ่งของตนเถิด ท่านจงเข้าถึง พระธรรม อันเป็นธรรมคลายความกำหนัด เป็นธรรมไม่หวั่นไหว ไม่มี ความเศร้าโศก อันปัจจัยอะไรปรุงแต่งไม่ได้ ไม่ปฏิกูล เป็นธรรม ไพเราะคล่องแคล่ว เป็นธรรมอันพระผู้มีพระภาคทรงจำแนกดีแล้ว เพื่อเป็นที่พึ่งเถิด บัณฑิตทั้งหลายกล่าวทาน อันบุคคลให้แล้วในพระ อริยสงฆ์ผู้สะอาด เป็นคู่แห่งบุรุษทั้ง ๔ เป็นบุรุษบุคคล ๘ เพราะเหตุ ได้แสดงธรรมว่ามีผลมาก ท่านจงเข้าถึงพระสงฆ์นี้ เพื่อเป็นที่พึ่งเถิด. พระผู้มีพระภาค เพื่อจะทรงประกาศบุญกรรมอันฉัตตเทพบุตรนั้นทำแล้ว ให้ปรากฏ แก่มหาชน จึงได้ตรัสถามฉัตตเทพบุตรนั้นว่า. วิมานของท่านนี้ มีรัศมีรุ่งเรืองมากมายหาที่เปรียบเทียบมิได้ ฉันใด ถึงพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดาวนักขัตฤกษ์ รุ่งเรืองอยู่ในท้องฟ้า ก็ไม่อาจจะเปรียบเทียบได้ ฉันนั้น ท่านเป็นใครหนอ มาเกิดใน วิมานนี้ อนึ่ง วิมานของท่านนี้มีรัศมีรุ่งเรืองตัดเสียซึ่งรัศมีแห่งพระจันทร์ และพระอาทิตย์ มีรัศมีแผ่ไปเกินกว่า ๒๐ โยชน์ และทำแม้กลางคืน ให้เป็นดุจกลางวัน วิมานของท่านนี้งามบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่หม่นหมอง งดงามไปด้วยดอกปทุมแลบัวขาวเป็นอันมาก เกลื่อนกลาดไปด้วยดอก โกสุม งามวิจิตรด้วยมาลากรรมหลายอย่างต่างๆ กัน ปกคลุมไปด้วย ข่ายทองคำอันบริสุทธิ์ ปราศจากธุลี ดุจพระอาทิตย์แผดแสงสว่างอยู่ใน อากาศฉะนั้น อนึ่ง ท่านทรงผ้ากัมพลแดง ลางทีก็ทรงภูษาสีเหลือง สดใส มีสกลกาย ลูบไล้ด้วยกลิ่นกฤษณา ดอกประยงค์ และ แก่นจันทน์ คันธชาติ มีผิวพรรณเปล่งปลั่งด้วยทองคำ ท่านจะไปเที่ยว ในวิมานใด วิมานนี้ก็เต็มไปด้วยเทพบุตรและนางเทพธิดา อันเที่ยวไป ในที่นั้น ดุจท้องฟ้าอันดาดาษไปด้วยหมู่ดาว ฉะนั้น เทพบุตรเทพธิดา ในวิมานนั้นมากมายมีวรรณะต่างๆ กัน ทรงอาภรณ์ทิพย์อันประดับ ด้วยดอกโกสุมและดอกมะลิ สวมใส่เครื่องประดับผุดผ่อง มีกาย รุ่งเรืองวิจิตรปกปิดด้วยเครื่องทอง หอมฟุ้งไป นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร ท่านมาเกิดในวิมานนี้ เพราะผลแห่งกรรมอะไร ก็วิมานนี้อันท่าน ได้แล้วด้วยประการใด ตถาคตถามแล้ว ขอท่านจงบอกเหตุแห่งการ ได้วิมานนั้น ด้วยประการนั้นเถิด? ฉัตตเทพบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระองค์ได้พบกับมาณพคนหนึ่งชื่อฉัตตมาณพ ซึ่งเดินทางมาในทางนี้ พระองค์ทรงเป็นครู ทรงเอ็นดูพร่ำสอนธรรม แก่เขา ฉัตตมาณพนั้นคือข้าพระองค์ ได้ฟังธรรมของพระองค์ผู้เป็น รัตนะอันประเสริฐ แล้วได้ทูลรับรองว่า จักกระทำตามที่พระองค์ พร่ำสอน อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสบอกแก่ข้าพระองค์ว่า ท่านจงเข้าถึง พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ กับทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่งเถิด ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ทูลปฏิเสธ ภายหลังได้ทำตาม พระดำรัสของพระองค์เหมือนอย่างนั้น อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสบอกว่า ท่านอย่าได้ประพฤติฆ่าสัตว์มีประการต่างๆ อันเป็นความไม่สะอาด เพราะท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย ย่อมไม่สรรเสริญความไม่สำรวมในสัตว์ ทั้งหลาย ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ทูลปฏิเสธ แต่ภายหลัง ได้ทำตามพระดำรัสของพระองค์เหมือนอย่างนั้น อนึ่ง พระองค์ตรัส บอกว่า ท่านอย่าได้ถือเอาสิ่งของที่คนอื่นรักษาหวงแหน และอย่าได้ คบชู้กะภรรยาของผู้อื่น เพราะข้อนี้ไม่ประเสริฐ ข้าแต่พระองค์ผู้ เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ทูลปฏิเสธ แต่ภายหลังได้กระทำตามพระดำรัส ของพระองค์เหมือนอย่างนั้น อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสบอกว่า ท่านอย่า ได้พูดให้คลาดเคลื่อนจากความจริง เพราะผู้มีปัญญาทั้งหลายมิได้ สรรเสริญการพูดเท็จ ทีแรกข้าพระองค์ทูลปฏิเสธ แต่ภายหลังได้ ทำตามพระราชดำรัสของพระองค์เหมือนอย่างนั้น อนึ่ง พระองค์ได้ตรัส บอกว่า สัญญาของบุรุษย่อมฟั่นเฟือนไป เพราะน้ำเมาอันได้ดื่มแล้ว ท่านจงงดเว้นน้ำเมาอันเป็นโทษทั้งหมด ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรก ข้าพระองค์ได้ปฏิเสธ แต่ภายหลังได้ทำตามพระราชดำรัสของพระองค์ เหมือนอย่างนั้น ข้าพระองค์นั้นได้รักษาศีล ๕ ในศาสนาของพระองค์ และได้ปฏิบัติในธรรมของพระตถาคต ได้เดินทางไปถึงระหว่างเขตบ้าน ทั้งสอง ในท่ามกลางหมู่โจร โจรเหล่านั้นได้ฆ่าข้าพระองค์เพราะเหตุ แห่งโภคทรัพย์ ข้าพระองค์ระลึกถึงกุศลมีประมาณเท่านี้ สิ่งอื่นอัน ยิ่งไปกว่ากุศลตามที่กราบทูลแล้วนั้น มิได้มีแก่ข้าพระองค์ เพราะกรรม อันสุจริตนั้น ข้าพระองค์จึงได้เกิดในไตรทิพย์ พรั่งพร้อมด้วยกาม คุณตามปรารถนา ขอพระองค์ทรงดูผลแห่งการถึงสรณคมน์ สมาทานศีล และการปฏิบัติธรรมอันสมควร สิ้นกาลเพียงครู่หนึ่งเหมือนดังรุ่งเรือง อยู่ด้วยฤทธิ์และยศเกินจะประมาณ ชนทั้งหลายซึ่งมีโภคทรัพย์ด้อยกว่า สมบัติของข้าพระองค์เป็นอันมาก มาเห็นสมบัติอันมากของข้าพระองค์ ย่อมอยากได้ ขอพระองค์ทรงดูผลแห่งเทศนาอันเล็กน้อย อัน ข้าพระองค์ฟังแล้ว ข้าพระองค์ยังไปสู่สุคติและได้ประสบความสุข ชนเหล่าใดได้ฟังธรรมของพระองค์เนืองๆ ชนเหล่านั้นเห็นจะได้บรรลุ นิพพานอันเป็นธรรมไม่ตาย เป็นธรรมเกษม เพราะกุศลมีประมาณ ไม่น้อย อันชนเหล่านั้นทำแล้ว ขอพระองค์ทรงดูผลอันมากมาย ไพบูลย์ อันข้าพระองค์ตั้งอยู่ในธรรมของพระตถาคตทำไว้แล้ว ฉัตตเทพ- บุตรยังปฐพีให้สว่างไสวดุจพระอาทิตย์ เพราะเป็นผู้มีบุญอันทำไว้แล้ว ก็ชนบางพวกได้พบได้เห็นแล้วพากันคิดว่า พวกเราจักทำกุศลอย่างไร จะประพฤติอย่างไร จึงจะได้อย่างนี้ (คิดไปๆ เห็นว่าทำได้แสนยาก ดุจพลิกแผ่นดินและดุจยกเขาสิเนรุราช) ชนเหล่านั้นจึงคิดว่า พวกเรา ได้ความเป็นมนุษย์อีกแล้ว ควรเป็นผู้มีศีล ปฏิบัติ ประพฤติธรรม พระองค์เป็นครูของข้าพระองค์ ทรงมีอุปการะและอนุเคราะห์แก่ข้า พระองค์เป็นอันมาก เมื่อข้าพระองค์ได้พบพระองค์แล้วในวันนั้น ก็ได้ ถูกพวกโจรฆ่าตายในเวลาเช้า ข้าพระองค์เป็นฉัตตมาณพได้เข้าถึงสัจจนาม ขอพระองค์ทรงอนุเคราะห์แก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะขอฟังธรรมอีก ชนเหล่าใดในศาสนานี้ ละกามราคะ ภวราคะ อันเป็นอนุสัยและ โมหะแล้ว ชนเหล่านั้นย่อมไม่เข้าถึงการนอนในครรภ์ต่อไป เพราะว่า เป็นผู้บรรลุนิพพาน มีความเย็นเกิดแล้ว. จบ ฉัตตมาณวกวิมานที่ ๓

|๕๓.๖๕๒| ๓ โย วทตํ ปวโร มนุเชสุ สกฺยมุนี ภควา กตกิจฺโจ ปารคโต พลวิริยสมงฺคี ตํ สุคตํ สรณตฺถมุเปหิ |๕๓.๖๕๓| ราควิราคมเนญฺชมโสกํ ธมฺมสงฺขตมปฺปฏิกูลํ มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตํ ธมฺมมิมํ สรณตฺถมุเปหิ |๕๓.๖๕๔| ยตฺถ จ ทินฺนมหปฺผลมาหุ จตูสุ สุจีสุ ปุริสยุเคสุ อฏฺฐ จ ปุคฺคลธมฺมทฺทสา เต สงฺฆมิมํ สรณตฺถมุเปหีติ ฯ |๕๓.๖๕๕| น ตถา ตปติ นภสฺมึ สุริโย จนฺโท น ภาสติ น ผุสฺโส ยถา ตุลมิทํ มหปฺปภาสํ โก นุ ตฺวํ ติทิวามหิมุปาคมิ |๕๓.๖๕๖| ฉินฺทติ จ รํสิ ปภากรสฺส สาธิกวีสติ โยชนานิ อาภา รตฺติมฺปิ จ ยถา ทิวํ กโรติ ปริสุทฺธํ วิมลํ สุภํ วิมานํ |๕๓.๖๕๗| พหูปทุมวิจิตฺรปุณฺฑรีกํ โวกิณฺณํ กุสุเมหิ เนกวิจิตฺตํ อรชวิรชเหมชาลจฺฉนฺนํ อากาเส ตปติ ยถาปิ สุริโย |๕๓.๖๕๘| รตฺตกมฺพลปีตวาสสาหิ อคลูปิยงฺคุกจนฺทนุสฺสทาหิ กญฺจนตนุสนฺนิภตฺตจาหิ ปริปูรงฺคคณํว ตารกาหิ |๕๓.๖๕๙| นรนาริโย พหุเกตฺถ เนกวณฺณา กุสุมวิภูสิตาภรเณตฺถ สุมนา อนิลปมุญฺจิตา ปวนฺติ สุรภิ ตปนียจิตฺตตฺตา สุวณฺณฉทนา |๕๓.๖๖๐| กิสฺส กมฺมสฺส อยํ วิปาโก เกนาสิ กมฺมผเลนิธูปปนฺโน ยถา จ เต อธิคตมิทํ วิมานํ ตทนุรูปํ อวจาสิ อิงฺฆ ปุฏฺโฐติ ฯ |๕๓.๖๖๑| สยมิธ ปเถ สเมจฺจ มาณเวน สตฺถานุสาสิ อนุกมฺปมาโน ตว รตนวรสฺส ธมฺมํ สุตฺวา กริสฺสามีติ จ อิติ พฺรวิตฺถ ฉตฺโต |๕๓.๖๖๒| ชินปวรํ อุเปมิ สรณํ ธมฺมญฺจาปิ ตเถว ภิกฺขุสงฺฆํ โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ |๕๓.๖๖๓| มา จ ปาณวธํ วิวิธมาจรสฺสุ อสุจึ น หิ ปาเณสุ อสญฺญตํ อวณฺณยึสุ สปฺปญฺญา โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ |๕๓.๖๖๔| มา จ ปรชนสฺส รกฺขิตาโย ปรภริยาโย อคมา อนริยเมตํ โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ |๕๓.๖๖๕| มา จ วิตถํ อญฺญถา อภณิ น หิ มุสาวาทํ อวณฺณยึสุ สปฺปญฺญา โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ |๕๓.๖๖๖| เยน จ ปุริสสฺส อเปติ สญฺญา ตํ มชฺชํ ปริวชฺชยสฺสุ สพฺพํ โนติ ปฐมํ อโวจาหํ ภนฺเต ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ |๕๓.๖๖๗| สฺวาหํ อิธ ปญฺจสิกฺขา กริตฺวา ปฏิปชฺชิตฺวา ตถาคตสฺส ธมฺเม เทฺวปถมคมาสึ โจรมชฺเฌ เต มํ ตตฺถ วธึสุ โภคเหตุ |๕๓.๖๖๘| เอตฺตกมิทํ อนุสฺสรามิ กุสลํ ตโต ปรํ น เม วิชฺชติ อญฺญํ เตน สุจริเตน กมฺมุนาหํ อุปปนฺโน ติทิเวสุ กามกามี |๕๓.๖๖๙| ปสฺส ขณมุหุตฺตสญฺญมสฺส อนุธมฺมปฏิปตฺติยา วิปากํ ชลมิว ยสสา เปกฺขมานา พหุกา มํ ปิหยนฺติ หีนธมฺมา |๕๓.๖๗๐| ปสฺส กติปยาย เทสนาย สุคติญฺจมฺหิ คโต สุขญฺจ ปตฺโต เย จ เต สตฺตญฺจ สุณนฺติ ธมฺมํ มญฺเญ เต อมตํ ผุสนฺติ เขมํ |๕๓.๖๗๑| อปฺปกมฺปิ กตํ มหาวิปากํ วิปุลํ โหติ ตถาคตสฺส ธมฺเม ปสฺส กตปุญฺญตาย ฉตฺโต โอภาเสติ ปฐวึ ยถาปิ สุริโย |๕๓.๖๗๒| กิมิทํ กุสลํ กิมาจเรม อิจฺเจเก หิ สเมจฺจ มนฺตยนฺติ เต มยํ ปุนเทว ลทฺธา มานุสฺสตฺตํ ปฏิปนฺนา วิจาเรมุ สีลวนฺโต |๕๓.๖๗๓| พหุกาโร อนุกมฺปโก จ เม สตฺถา อิติ เม สติ อคมา ทิวาทิวสฺส สฺวาหํ อุปคโตมฺหิ สจฺจนามํ อนุกมฺปสฺสุ ปุนปิ สุโณมิ ธมฺมํ |๕๓.๖๗๔| เยธ ปชหนฺติ กามราคํ ภวราคานุสฺสยญฺจ ปหาย โมหํ น จ เต อุเปนฺติ คพฺภเสยฺยํ ปรินิพฺพานคตา หิ สีติภูตาติ ฯ ฉตฺตมาณวกวิมานํ ตติยํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย