๙. ครหิตชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒. ทุกนิบาต] ๗. พีรณถัมภกวรรค ๑๐. ธัมมัทธชชาดก (๒๒๐) ๙. ครหิตชาดก (๒๑๙) ว่าด้วยผู้ครองเรือนถูกพญาวานรติเตียน (พญาวานรโพธิสัตว์ได้กล่าวกับพวกวานรว่า)
มนุษย์ทั้งหลายผู้มีปัญญาทราม ไม่เห็นอริยธรรม กล่าวกันอย่างนี้ว่า เงินของฉัน ทองของฉัน ทั้งคืนทั้งวัน
ในเรือนหลังหนึ่งมีเจ้าของเรือนอยู่ ๒ คน ใน ๒ คนนั้น คนหนึ่งไม่มีหนวด นมยาน เกล้าผมมวย และเจาะหู ถูกซื้อมาด้วยทรัพย์เป็นจำนวนมาก ชายเจ้าของเรือนนั้นพูดเสียดแทงชนนั้นตั้งแต่วันที่มาถึง ครหิตชาดกที่ ๙ จบ ๑๐. ธัมมัทธชชาดก (๒๒๐) ว่าด้วยผู้มีธรรมเป็นธงชัย (ท้าวสักกะตรัสถามปุโรหิตโพธิสัตว์ว่า)
ท่านดูเหมือนอยู่เป็นสุข ท่านจากบ้านเมืองมาสู่ป่าแห้งแล้ง นั่งเพ่งพินิจคิดอะไรอยู่ผู้เดียวที่โคนไม้ เหมือนคนกำพร้า (ปุโรหิตโพธิสัตว์กล่าวว่า)
ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข ข้าพเจ้าจากบ้านเมืองมาสู่ป่าแห้งแล้ง หวนระลึกถึงธรรมของสัตบุรุษ นั่งพินิจคิดอยู่แต่ผู้เดียวที่โคนไม้ เหมือนคนกำพร้า ธัมมัทธชชาดกที่ ๑๐ จบ พีรณถัมภกวรรคที่ ๗ จบ @เชิงอรรถ : @ อริยธรรม หมายถึงธรรมของพระอริยะทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ได้แก่ โลกุตตรธรรม ๙ @(คือ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑) อันประเสริฐ ปราศจากโทษ (ขุ.ชา.อ. ๓/๑๓๗/๒๔๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๐๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒. ทุกนิบาต] ๘. กาสาววรรค ๑. กาสาวชาดก (๒๒๑) รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. โสมทัตตชาดก ๒. อุจฉิฏฐภัตตชาดก ๓. ภรุราชชาดก ๔. ปุณณนทีชาดก ๕. กัจฉปชาดก ๖. มัจฉชาดก ๗. เสคคุชาดก ๘. กูฏวาณิชชาดก ๙. ครหิตชาดก ๑๐. ธัมมัทธชชาดก