๕. สุกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๕. สุกชาดก (๒๕๕) ว่าด้วยลูกนกแขกเต้า (พระศาสดาครั้นทรงนำเรื่องในอดีตมาแล้ว จึงได้ตรัสว่า)
นกแขกเต้าตัวนั้นรู้ประมาณในการกินอาหารเพียงใด จะมีอายุยืนและเลี้ยงดูมารดาบิดาได้นานเพียงนั้น
แต่เมื่อกลืนกินอาหารมากเกินไป มันจึงจมลงแล้วในสมุทรนั้น เพราะว่ามันไม่รู้จักประมาณ @เชิงอรรถ : @ วินัย ในที่นี้หมายถึงความประพฤติ (ขุ.ชา.อ. ๔/๑๑/๒๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๒๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๓. ติกนิบาต] ๑. สังกัปปวรรค ๖. ชรูทปานชาดก (๒๕๖)
เพราะฉะนั้น การรู้จักประมาณ คือการไม่ติดอยู่ในรสอาหารเป็นการดี บุคคลผู้ไม่รู้จักประมาณจะจมลง ผู้รู้จักประมาณจะไม่จมลง สุกชาดกที่ ๕ จบ ๖. ชรูทปานชาดก (๒๕๖) ว่าด้วยขุดบ่อน้ำเก่า (พระศาสดาครั้นทรงแสดงพระธรรมเทศนาแล้ว จึงได้ตรัสว่า)
พ่อค้าทั้งหลายที่มีความต้องการน้ำ พากันขุดบ่อน้ำเก่าอยู่ ได้แร่เหล็ก แร่ทองแดง แร่ดีบุก แร่ตะกั่ว แร่เงิน แร่ทอง แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์เป็นจำนวนมาก
แต่พ่อค้าเหล่านั้นไม่ยินดีด้วยทรัพย์นั้น ได้พากันขุดลึกยิ่งขึ้นไปอีก พญานาคตัวมีพิษร้ายแรงมีเดชกล้าในบ่อน้ำนั้น ได้ฆ่าพวกเขาด้วยเดชแห่งพิษ
เพราะฉะนั้น บุคคลเมื่อจะขุดอย่าขุดลึกเกินไป เพราะว่าบ่อน้ำที่ขุดลึกเกินไปไม่เป็นการดี ทรัพย์ที่พวกพ่อค้าขุดได้มาและชีวิตของพวกพ่อค้า ถูกพญานาคให้พินาศไปเพราะการขุดลึกเกินไป ชรูทปานชาดกที่ ๖ จบ @เชิงอรรถ : @ จมลง ในที่นี้ หมายถึงจมลงในอบายภูมิทั้ง ๔ อันเป็นสภาวะหรือที่อันปราศจากความเจริญ คือ (๑) นิรยะ @นรก สภาวะหรือที่อันปราศจากความสุข มีแต่ความเร่าร้อน (๒) ติรัจฉานโยนิ กำเนิดดิรัจฉาน พวก @มืดบอดโง่เขลา (๓) ปิตติวิสัย แดนเปรตผู้มีแต่ความหิวโหย (๔) อสุรกาย พวกอสูร พวกหวาดหวั่น @ไร้ความรื่นเริง (ขุ.ชา.อ. ๔/๑๕/๒๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๒๓}