๔. โลลชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๓. ติกนิบาต] ๓. อุทปานวรรค ๕. รุจิรชาดก (๒๗๕) ๔. โลลชาดก (๒๗๔) ว่าด้วยโทษของความโลเล (นกพิราบโพธิสัตว์เห็นกานั้นทอดถอนใจอยู่ เมื่อจะล้อเล่น จึงกล่าวว่า)
นกยางอะไรนี่มีหงอน เป็นโจร มีเมฆเป็นปู่ แม่นกยาง เจ้าจงลงมาข้างล่างนี้เถิด กาสหายของเราเป็นสัตว์ดุร้าย (กาได้ฟังดังนั้น จึงตอบว่า)
เรามิใช่นกยางมีหงอนหรอก เราเป็นกาโลเล ไม่เชื่อฟังคำของท่าน ท่านจงมาดูเถิด เรากลายเป็นกามีขนเกรียนไปแล้ว (พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
เพื่อนเอ๋ย เจ้าจักประสบความชั่วร้ายเช่นนี้อีก เพราะปกติของเจ้าเป็นเช่นนั้น อาหารของมนุษย์เป็นของที่นกไม่ควรกิน โลลชาดกที่ ๔ จบ ๕. รุจิรชาดก (๒๗๕) ว่าด้วยเรื่องนกกาที่น่ารัก (พระโพธิสัตว์กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
นกยางตัวนี้ช่างน่ารักเสียนี่กระไร มาอาศัยอยู่ในรังกา นั่นเป็นรังของกาดุร้ายสหายของเรา @เชิงอรรถ : @ มีก้อนเมฆเป็นปู่ ในที่นี้หมายถึงนกยางทั้งหลายจะตั้งครรภ์ (มีไข่) ได้ ต้องได้ยินเสียงเมฆครางกระหึ่ม @เสียก่อน จึงตั้งครรภ์ได้ (ดู อธิบาย วิ.อ. ๑/๒๒๒-๒๒๓) นี้เป็นธรรมดาของนกยาง (ขุ.ชา.อ. ๔/๗๐/๑๑๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๓๖}