๑๐. สุจจชชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๑๐. สุจจชชาดก (๓๒๐) ว่าด้วยพระราชาไม่ทรงสละสิ่งที่สละได้ง่าย (พระราชเทวีตรัสกับอำมาตย์ว่า)
พระราชาเมื่อไม่พระราชทานภูเขาด้วยเพียงพระวาจา ชื่อว่าไม่ทรงสละสิ่งที่ควรสละได้ง่ายหนอ ก็เมื่อพระองค์ไม่ทรงสละสิ่งนั้น ฉันจะพึงให้อะไร พระราชาไม่พระราชทานภูเขาด้วยพระวาจา (พระราชาตรัสว่า)
งานใดควรทำ พึงพูดถึงแต่งานนั้นเถิด งานใดไม่ควรทำ ก็อย่าพูดถึงงานนั้นเลย คนไม่ทำ เอาแต่พูด บัณฑิตย่อมรู้ทัน (พระราชเทวีกราบทูลว่า)
ข้าแต่ราชบุตร ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระองค์ พระองค์ดำรงอยู่ในสัจจธรรม ถึงแม้จะถูกเนรเทศ ก็ยังมีพระหฤทัยยินดีในสัจจธรรม (อำมาตย์โพธิสัตว์ได้ฟังพระเสาวนีย์ของพระเทวีผู้ตรัสคุณความดีของพระราชา อยู่อย่างนั้น จึงประกาศคุณความดีของพระราชเทวีว่า) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๗๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๔. จตุกกนิบาต] ๓. กุฏิทูสกวรรค ๑. กุฏิทูสกชาดก (๓๒๑)
หญิงใดเป็นภรรยาของสามีที่ยากจนก็พลอยยากจนด้วย เมื่อสามีร่ำรวยก็พลอยร่ำรวยมีชื่อเสียงด้วย หญิงนั้นนับว่าเป็นภรรยาสุดประเสริฐของเขา ส่วนหญิงที่เป็นภรรยาของชายผู้ที่มีเงินทองอยู่แล้ว ไม่น่าอัศจรรย์เลย สุจจชชาดกที่ ๑๐ จบ ปุจิมันทวรรคที่ ๒ จบ รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปุจิมันทชาดก ๒. กัสสปมันทิยชาดก ๓. ขันติวาทิชาดก ๔. โลหกุมภิชาดก ๕. มังสชาดก ๖. สสปัณฑิตชาดก ๗. มตโรทนชาดก ๘. กณเวรชาดก ๙. ติตติรชาดก ๑๐. สุจจชชาดก