๑๐. สีลวีมังสชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๑๐. สีลวีมังสชาดก (๓๓๐) ว่าด้วยการพิจารณาอานิสงส์ของศีล (ปุโรหิตโพธิสัตว์ยืนอยู่ในที่ใกล้พระราชา ได้พรรณนาศีลด้วยคาถานี้ว่า)
ได้ยินว่า ศีลเป็นสิ่งดีงาม ศีลเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมในโลก ดูเถิด นาคที่มีพิษร้ายแรงยังไม่เบียดเบียนใครๆ เพราะสำนึกอยู่ว่าตนมีศีล (พระโพธิสัตว์เห็นโทษของกามแล้ว จึงกล่าวว่า)
ตราบใด เหยี่ยวนั้นยังคาบชิ้นเนื้อใดๆ อยู่ ตราบนั้น เหยี่ยวทั้งหลายในโลกก็พากันรุมจิกตีกัน แต่พวกมันจะไม่เบียดเบียนเหยี่ยวที่ไม่มีความกังวล @เชิงอรรถ : @ แปลถอดความจากคำบาลีว่า เยนารกา ฐสฺสติ อนฺนปานา แปลว่า อยู่ห่างไกลจากข้าวและน้ำ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๘๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๔. จตุกกนิบาต] ๔. โกกิลวรรค ๑. โกกิลชาดก (๓๓๑)
คนที่ไม่มีความหวังย่อมหลับสบาย ความหวังที่ได้ผลสมหวังเป็นความสุข นางปิงคลาทำความหวังให้สิ้นแล้วย่อมหลับสบาย
ความสุขอื่นยิ่งกว่าสมาธิไม่มีทั้งในโลกนี้และโลกหน้า คนผู้มีจิตเป็นสมาธิย่อมไม่เบียดเบียนทั้งผู้อื่นและตนเอง สีลวีมังสชาดกที่ ๑๐ จบ กุฏิทูสกวรรคที่ ๓ จบ รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กุฏิทูสกชาดก ๒. ทุททุภายชาดก ๓. พรหมทัตตชาดก ๔. จัมมสาฏกชาดก ๕. โคธชาดก ๖. กักการุชาดก ๗. กากวตีชาดก ๘. อนนุโสจิยชาดก ๙. กาฬพาหุชาดก ๑๐. สีลวีมังสชาดก