๒. สุชาตชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๒. สุชาตชาดก (๓๕๒) ว่าด้วยสุชาตกุมารโพธิสัตว์ (บิดาของสุชาตกุมารโพธิสัตว์กล่าวว่า)
ทำไมหนอ ลูกดูเหมือนรีบเร่งเกี่ยวหญ้าสดเขียวขจี แล้วกล่าวบ่นเพ้อกับโคแก่ที่ตายไปแล้วว่า เจ้าจงกิน เจ้าจงกิน
โคที่ตายไปแล้วลุกขึ้นมาไม่ได้เพราะข้าวเพราะน้ำ ลูกบ่นเพ้อไปเปล่าๆ เหมือนคนไร้ความคิด (สุชาตกุมารโพธิสัตว์กล่าวตอบว่า)
หัวของโคก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม สองเท้าหน้า สองเท้าหลัง หาง และหูของโคก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม ผมสำคัญว่า โคตัวนี้จะพึงลุกขึ้นได้
ส่วนศีรษะ มือทั้ง ๒ และเท้าทั้ง ๒ ของคุณปู่ไม่ปรากฏเลย คุณพ่อนั่นแหละร้องไห้อยู่ที่สถูปดิน เป็นคนไร้ความคิดมิใช่หรือ (บิดาชมเชยบุตรว่า)
ลูกช่วยระงับพ่อผู้เร่าร้อนให้สงบ ดับความกระวนกระวายทั้งหมดได้ เหมือนคนใช้น้ำราดดับไฟที่ติดเปรียง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๐๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๕. ปัญจกนิบาต] ๑. มณิกุณฑลวรรค ๓. เวนสาขชาดก (๓๕๓)
ลูกนั้นได้บรรเทาความเศร้าโศกของพ่อผู้กำลังเศร้าโศกถึงปู่ ชื่อว่าได้ช่วยถอนลูกศรคือความเศร้าโศก ซึ่งเสียบที่หัวใจของพ่อขึ้นได้แล้วหนอ
พ่อผู้อันลูกได้ช่วยถอนลูกศรคือความเศร้าโศกขึ้นได้แล้ว เป็นผู้ปราศจากความเศร้าโศก ไม่มีความขุ่นมัว จะไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังคำของลูก ลูกเอ๋ย
นรชนทั้งหลายผู้มีปัญญา จะเป็นผู้อนุเคราะห์ ย่อมกระทำให้ผู้อื่นปราศจากความเศร้าโศก เหมือนสุชาตกุมารทำให้บิดาปราศจากความเศร้าโศก สุชาตชาดกที่ ๒ จบ