๘. อัฏฐิเสนชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๘. อัฏฐิเสนชาดก (๔๐๓) ว่าด้วยอัฏฐิเสนฤาษี (พระราชาตรัสถามฤๅษีอัฏฐิเสนะว่า)
พระคุณเจ้าอัฏฐิเสนะ โยมไม่รู้จักวณิพกพวกนี้เลย แต่พวกเขาได้พร้อมใจกันมาขอกับโยม ทำไมพระคุณเจ้าจึงไม่ขอโยมบ้าง (ฤๅษีอัฏฐิเสนะทูลตอบว่า)
ผู้ขอย่อมไม่เป็นที่รัก ผู้ไม่ให้ของที่ขอก็ไม่เป็นที่รัก เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงไม่ขอมหาบพิตร ขอความหมางใจอย่าได้มีแก่อาตมภาพเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๖๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๑. กุกกุวรรค ๘. อัฏฐิเสนชาดก (๔๐๓) (พระราชาตรัสว่า)
ผู้ใดเลี้ยงชีพอยู่ได้ด้วยการขอ ไม่ขอสิ่งที่ควรขอในกาลอันควร ผู้นั้นทำลายผู้อื่นเสียจากบุญ ทั้งตนเองก็เลี้ยงชีพอยู่ไม่ได้
ส่วนผู้ใดเลี้ยงชีพอยู่ได้ด้วยการขอ ขอสิ่งที่ควรขอในกาลอันควร ผู้นั้นทำผู้อื่นให้ได้บุญ ทั้งตนเองก็เลี้ยงชีพอยู่ได้
ผู้มีปัญญาทั้งหลายเห็นยาจกมาแล้วไม่รังเกียจ ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้ประพฤติพรหมจรรย์ พระคุณเจ้าเป็นที่รักของโยม นิมนต์พระคุณเจ้ากล่าวขอสิ่งที่ต้องการเถิด (ฤๅษีอัฏฐิเสนะทูลว่า)
ผู้มีปัญญาทั้งหลายย่อมไม่ขอเลย ส่วนนักปราชญ์ควรจะรู้เอง พระอริยะเพียงเจาะจงยืนเท่านั้น นี้เป็นการขอของพระอริยะ (พระราชาตรัสว่า)
ท่านพราหมณ์ โยมขอถวายโคแดง ๑,๐๐๐ ตัว พร้อมกับโคจ่าฝูงแก่ท่าน เพราะพระอริยะได้ฟังคาถา อันประกอบด้วยธรรมของพระคุณเจ้าแล้ว จะไม่พึงถวายแก่พระอริยะได้อย่างไร อัฏฐิเสนชาดกที่ ๘ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๖๕}