๗. โกฏสิมพลิชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๗. โกฏสิมพลิชาดก (๔๑๒) ว่าด้วยเทวดาผู้สถิตอยู่ที่ต้นงิ้วใหญ่ (พญาครุฑกล่าวกับรุกขเทวดาว่า)
ข้าพเจ้าจับพญานาคตัวยาวตั้ง ๑,๐๐๐ วามาไว้ พญานาคและข้าพเจ้านั้นมีร่างกายใหญ่โต ท่านยังรองรับไว้ได้ ไม่สะทกสะท้าน
โกฏสิมพลิเทพบุตร เพราะเหตุไร เมื่อท่านรองรับนางนกน้อยตัวนี้ซึ่งมีเนื้อน้อยกว่าข้าพเจ้า จึงมีความกลัวจนตัวสั่น (รุกขเทวดากล่าวกับพญาครุฑว่า)
พญาครุฑ ตัวท่านกินเนื้อเป็นอาหาร ส่วนนกนี้กินผลไม้เป็นอาหาร นกตัวนี้กินเมล็ดไทร เมล็ดดีปลี เมล็ดมะเดื่อ และเมล็ดโพธิ์แล้ว จักถ่ายรดลำต้นข้าพเจ้า
ต้นไม้เหล่านั้นจะเจริญงอกงามอยู่ระหว่างกิ่งของข้าพเจ้า ต้นไม้เหล่านั้นจะรึงรัดปกคลุมข้าพเจ้า จักทำให้ข้าพเจ้าไม่เป็นต้นไม้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๗๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๒. คันธารวรรค ๘. ธูมการิชาดก (๔๑๓)
แม้ต้นไม้เหล่าอื่นมีรากและลำต้นมั่นคง ที่ถูกนกตัวนี้นำพืชมาทำลายก็มีอยู่
ต้นไม้ทั้งหลายที่งอกขึ้นมา จะเติบโตเกินต้นไม้เจ้าป่าแม้ที่มีลำต้นใหญ่โต พญาครุฑ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าเมื่อเห็นภัยในอนาคต จึงสะทกสะท้าน (พญาครุฑกล่าวว่า)
บุคคลพึงระแวงภัยที่ควรระแวง พึงป้องกันภัยที่ยังมาไม่ถึง เพราะภัยที่ยังมาไม่ถึง นักปราชญ์จึงได้พิจารณาเห็นโลกทั้ง ๒ โกฏสิมพลิชาดกที่ ๗ จบ