๑. กัจจานิชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๘. อัฏฐกนิบาต] กัจจานิวรรค ๑. กัจจานิชาดก (๔๑๗) ๘. อัฏฐกนิบาต กัจจานิวรรค หมวดว่าด้วยนางกัจจานี ๑. กัจจานิชาดก (๔๑๗) ว่าด้วยนางกัจจานี (ท้าวสักกะตรัสถามนางกัจจานีว่า)
แม่กัจจานี เจ้านุ่งห่มผ้าขาวสะอาด มีผมเปียกชุ่ม ยกหม้อขึ้นตั้งบนเตา ซาวข้าวสารและงาป่น ข้าวสุกคลุกงาจักมีไว้เพื่อเหตุอะไร (นางกัจจานีตอบว่า)
พราหมณ์ ข้าวสุกคลุกงาที่สุกดีแล้ว จักมีไว้เพื่อเป็นอาหารสำหรับตนเองหามิได้เลย ธรรมะได้ตายแล้ว วันนี้ ข้าพเจ้าจักทำบุญอุทิศให้ธรรมะกลางป่าช้า (ท้าวสักกะตรัสว่า)
แม่กัจจานี เจ้าจงใคร่ครวญแล้วจึงทำ ใครหนอบอกเจ้าว่า ธรรมะได้ตายแล้ว ท้าวสหัสสนัยน์ผู้มีอานุภาพล้นบอกไว้ว่า ธรรมะอันประเสริฐย่อมไม่ตายในกาลไหนๆ (นางกัจจานีกล่าวว่า)
พราหมณ์ ข้าพเจ้ามั่นใจในข้อนี้ว่า ธรรมะได้ตายแล้ว ข้าพเจ้าไม่มีความสงสัย เพราะเดี๋ยวนี้ คนชั่วกลับเป็นอยู่สบาย
เหมือนอย่างลูกสะใภ้ของข้าพเจ้าเป็นหมัน หล่อนทุบตี ขับไล่ข้าพเจ้าแล้วคลอดบุตร เดี๋ยวนี้หล่อนเป็นใหญ่ในตระกูลทั้งหมด ส่วนข้าพเจ้ากลับถูกทอดทิ้งอยู่อย่างเดียวดาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๘๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๘. อัฏฐกนิบาต] กัจจานิวรรค ๒. อัฏฐสัททชาดก (๔๑๘) (ท้าวสักกะตรัสว่า)
เรายังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตาย เรามาที่นี้เพื่อประโยชน์แก่เจ้าโดยเฉพาะ ลูกสะใภ้คนใดทุบตีขับไล่เจ้าแล้วคลอดบุตร เราจะทำหล่อนพร้อมกับบุตรให้เป็นเถ้าธุลีทีเดียว (นางกัจจานีกล่าวว่า)
ข้าแต่เทวราช หากพระองค์ทรงพอพระทัยเสด็จมาที่นี้ เพื่อประโยชน์แก่หม่อมฉันโดยเฉพาะอย่างนี้ ขอหม่อมฉัน ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลาน จงอยู่ร่วมเรือนกันด้วยความบันเทิงใจเถิด (ท้าวสักกะตรัสว่า)
แม่กาติยานี หากเจ้าพอใจเช่นนั้น แม้จะถูกทุบตีขับไล่ก็อย่าละธรรม ขอให้เจ้า ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลาน จงอยู่ร่วมเรือนกันด้วยความบันเทิงใจเถิด
นางกาติยานีนั้นกับลูกสะใภ้ได้มีใจบันเทิงอยู่ร่วมกัน ลูกชายและหลานก็ได้ช่วยกันปฏิบัติบำรุง เพราะท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพได้ทรงอนุเคราะห์ กัจจานิชาดกที่ ๑ จบ