๔. สุมังคลชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๔. สุมังคลชาดก (๔๒๐) ว่าด้วยนายสุมังคละ (พระราชาตรัสกับอำมาตย์ว่า)
ผู้เป็นใหญ่รู้ตัวว่าเรากำลังโกรธจัดก็อย่าเพิ่งลงโทษ เพราะผู้ลงโทษอันไม่เหมาะสมแก่ตนโดยขาดเหตุผลแล้ว จะพึงก่อทุกข์ให้เกิดขึ้นแก่บุคคลอื่นอย่างมากมาย
เมื่อใดผู้เป็นใหญ่รู้สึกว่าตนมีจิตผ่องใส พึงพิจารณาคดีที่คนอื่นทำผิด เมื่อพิจารณาด้วยตนเองว่า คดีเป็นอย่างนี้ๆ เมื่อนั้นพึงลงโทษตามความเหมาะสมแก่เขา
ส่วนผู้ใดไม่ลำเอียง พิจารณาความเหมาะสมและไม่เหมาะสม ผู้นั้นชื่อว่าไม่เบียดเบียนผู้อื่นและตนเอง ผู้เป็นใหญ่คนใดในโลกนี้ลงโทษตามสมควร ผู้นั้นย่อมมีคุณงามความดีคุ้มครอง ไม่เสื่อมจากสิริ
กษัตริย์เหล่าใดทรงลำเอียง ไม่ทรงพิจารณาก่อนกระทำ ทรงรีบลงพระอาชญา กษัตริย์เหล่านั้นมีโทษอันน่าติเตียน สวรรคตพ้นจากโลกนี้ไปแล้วย่อมไปสู่ทุคติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๘. อัฏฐกนิบาต] กัจจานิวรรค ๔. สุมังคลชาดก (๔๒๐)
กษัตริย์เหล่าใดทรงยินดีในธรรมที่อริยชนประกาศไว้แล้ว กษัตริย์เหล่านั้นนับว่าทรงยอดเยี่ยม ด้วยกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม กษัตริย์เหล่านั้นทรงดำรงมั่นอยู่ในธรรม คือ ขันติ โสรัจจะ และสมาธิ ทรงไปสู่โลกทั้ง ๒ โดยวิธีเช่นนั้น
เราเป็นพระราชาผู้เป็นใหญ่กว่าชายและหญิง ถึงแม้เราจะโกรธก็จะหักห้ามความโกรธได้ ดำรงตนไว้อย่างนั้นต่อชุมชน จะอนุเคราะห์ลงอาชญาโดยธรรม (นายสุมังคละกล่าวสดุดีพระราชาว่า)
ขอเดชะพระบรมกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่แห่งหมู่ชน ขอพระสิริสมบัติอย่าได้ละพระองค์ในกาลไหนๆ เลย ขอพระองค์อย่าทรงกริ้ว มีพระราชหฤทัยผ่องใสอยู่เป็นนิตย์ ปราศจากความทุกข์ รักษาพระองค์อยู่ตลอด ๑๐๐ ปีเถิด
ขอเดชะพระบรมกษัตริย์ ขอพระองค์จงทรงประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ คือ ทรงมีพระอริยวัตรอันมั่นคง ทรงรับอนุสาสนีโดยง่าย ไม่ทรงกริ้ว ทรงพระสำราญ ปกครองแผ่นดินโดยปราศจากการเบียดเบียน อนึ่ง พระองค์แม้เสด็จพ้นจากโลกนี้ไปแล้ว ขอจงเสด็จสู่สุคติเถิด
พระธรรมิกราชาธิราชเมื่อทรงปกครองโดยกุศโลบาย อันชอบธรรม ด้วยเหตุที่เหมาะสม ด้วยคำอันเป็นสุภาษิต พึงทำมหาชนผู้มีความกระวนกระวายให้เย็นใจ ดุจมหาเมฆยังเมทนีดลให้ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำ สุมังคลชาดกที่ ๔ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๙๐}