๕. จุลลโพธิชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. จุลลโพธิชาดก ว่าด้วยความโกรธ
๕ จุลฺลโพธิชาตกํ
ดูกรพราหมณ์ ผู้ใดมาพาเอานางปริพาชิกาผู้มีนัยน์ตางามน่ารัก มีใบหน้า ยิ้มแย้มของท่านไปด้วยพลการ ท่านจะทำอย่างไร?
โย เต อิมํ วิสาลกฺขึ ปิยํ สมฺมิลฺลหาสินึ อาทาย พลา คจฺเฉยฺย กึ นุ กยิราสิ พฺราหฺมณ ฯ
ถ้าความโกรธบังเกิดขึ้นแก่อาตมภาพแล้ว ยังไม่เสื่อมคลายไป เมื่อ อาตมภาพยังมีชีวิตอยู่ก็ยังไม่หาย อาตมภาพจะห้ามกันเสียโดยพลันที เดียว ดังฝนห่าใหญ่ชำระล้างธุลี ฉะนั้น.
อุปฺปชฺเช เม น มุญฺเจยฺย น เม มุญฺเจยฺย ชีวโต รชํว วิปุลา วุฏฺฐิ ขิปฺปเมว นิวารเย ฯ
ท่านกล่าวอวดอ้างไว้ในวันก่อนอย่างไรหนอ วันนี้เป็นเหมือนว่ามีกำลัง ทำเป็นไม่เห็น นั่งนิ่งเย็บสังฆาฏิอยู่ในบัดนี้.
ยนฺนุ ปุพฺเพ วิกตฺถิโต พลมฺหิว อปสฺสิโต สฺวาชฺช ตุณฺหิกโตทานิ สงฺฆาฏึ สิพฺพมจฺฉสิ ฯ
ความโกรธบังเกิดแก่อาตมภาพแล้ว ยังไม่ได้เสื่อมคลายไป เมื่อ อาตมภาพยังมีชีวิตอยู่ก็ยังไม่หาย อาตมภาพจะห้ามกันเสียโดยพลันที เดียว ดังฝนห่าใหญ่ชำระล้างธุลี ฉะนั้น.
อุปฺปชฺชิ เม น มุญฺจิตฺถ น เม มุญฺจิตฺถ ชีวโต รชํว วิปุลา วุฏฺฐิ ขิปฺปเมว นิวารยึ ฯ
ความโกรธบังเกิดขึ้นแก่ท่านแล้ว ยังไม่ได้เสื่อมคลายไปอย่างไร เมื่อ ท่านยังมีชีวิตอยู่ ความโกรธยังไม่หายอย่างไร ท่านได้ห้ามความโกรธ ดัง ฝนห่าใหญ่ชำระล้างธุลี ฉะนั้น เป็นไฉน?
กินฺเต อุปฺปชฺชิ โน มุญฺจิ กินฺเต น มุญฺจิ ชีวโต รชํว วิปุลา วุฏฺฐิ กตมํ ตฺวํ นิวารยิ ฯ
เมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้ว บุคคลย่อมไม่เห็นประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้ อื่น เมื่อความโกรธไม่เกิดขึ้น บุคคลย่อมเห็นได้ดี ความโกรธนั้นเกิด ขึ้นแก่อาตมภาพแล้ว ยังไม่เสื่อมคลายไป ความโกรธเป็นอารมณ์ของ คนไร้ปัญญา.
ยมฺหิ ชาเต น ปสฺสติ อชาเต สาธุ ปสฺสติ โส เม อุปฺปชฺชิ โน มุญฺจิ โกโธ ทุมฺเมธโคจโร ฯ
ชนทั้งหลายย่อมยินดีด้วยความโกรธที่เกิดขึ้นแล้ว ชื่อว่าเป็นศัตรูหา ทุกข์ให้แก่ตนเอง ความโกรธนั้นเกิดขึ้นแก่อาตมภาพแล้ว ยังไม่เสื่อม คลายไป ความโกรธเป็นอารมณ์ของคนไร้ปัญญา.
เยน ชาเตน นนฺทนฺติ อมิตฺตา ทุกฺขเมสิโน โส เม อุปฺปชฺชิ โน มุญฺจิ โกโธ ทุมฺเมธโคจโร ฯ
อนึ่ง เมื่อความโกรธเกิดขึ้น บุคคลไม่รู้จักประโยชน์ตน ความโกรธนั้น เกิดขึ้นแก่อาตมภาพแล้ว ยังไม่เสื่อมคลายไป ความโกรธเป็นอารมณ์ ของคนไร้ปัญญา.
ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ สทตฺถํ นาวพุชฺฌติ โส เม อุปฺปชฺชิ โน มุญฺจิ โกโธ ทุมฺเมธโคจโร ฯ
บุคคลถูกความโกรธครอบงำแล้ว ย่อมละทิ้งกุศลเสีย ย่อมซัดส่าย ประโยชน์แม้มากมายได้ เขาประกอบด้วยเสนา คือ กิเลสหมู่ใหญ่ที่ น่ากลัว มีกำลัง สามารถปราบผู้อื่นให้อยู่ในอำนาจได้ ความโกรธนั้น ยังไม่เสื่อมคลายไปจากอาตมภาพ ขอถวายพระพร.
เยนาภิภูโต กุสลํ ชหาติ ปรกฺกเร วิปุลญฺจาปิ อตฺถํ ส ภีมเสโน พลวา ปมทฺทิ โกโธ มหาราช น เม อมุจฺจถ ฯ
ธรรมดาไฟย่อมเกิดขึ้นที่ไม้สีไฟอันบุคคลสีอยู่ ไฟเกิดขึ้นแต่ไม้ใด ย่อม เผาไม้นั้นเองให้ไหม้.
กฏฺฐสฺมึ มตฺถมานสฺมึ ปาวโก นาม ชายติ ตเมว กฏฺฐํ ทหติ ยสฺมา โส ชายเต คินิ ฯ
ความโกรธย่อมเกิดขึ้นแก่คนโง่เขลา เบาปัญญา ไม่รู้จริง เพราะความ แข่งดี แม้เขาก็ถูกความโกรธนั้นแหละเผาลน.
เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส พาลสฺส อวิชานโต สารมฺภา ชายเต โกโธ โสปิ เตเนว ฑยฺหติ ฯ
ความโกรธย่อมเจริญขึ้นแก่ผู้ใด ดุจไฟเจริญขึ้นในกองหญ้าและไม้ ฉะนั้น ยศของบุคคลนั้นย่อมเสื่อมไป เหมือนพระจันทร์ข้างแรม ฉะนั้น.
อคฺคีว ติณกฏฺฐสฺมึ โกโธ ยสฺส ปวฑฺฒติ นิหียติ ตสฺส ยโส กาฬปกฺเขว จนฺทิมา ฯ
ความโกรธของผู้ใดย่อมสงบลง เหมือนไฟหมดเชื้อ ฉะนั้น ยศของผู้นั้น ย่อมเต็มเปี่ยม เหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น. จบ จุลลโพธิชาดกที่ ๕.
อนินฺโท ธูมเกตูว โกโธ ยสฺสูปสมฺมติ อาปูรติ ตสฺส ยโส สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมาติ ฯ จุลฺลโพธิชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------