๖. มัณฑัพยชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๖. มัณฑัพยชาดก (๔๔๔) ๖. มัณฑัพยชาดก (๔๔๔) ว่าด้วยมัณฑัพยคหบดี (ดาบสกระทำสัจจวาจาว่า)
อาตมาต้องการบุญ มีจิตเลื่อมใส ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้เพียง ๗ วันเท่านั้น ต่อแต่นั้น แม้จะไม่พอใจประพฤติพรหมจรรย์ ก็ยังประพฤติมาเกิน ๕๐ ปี ด้วยสัจจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี ขอพิษจงคลาย ขอยัญญทัตต์กุมารจงรอดชีวิต (บิดากระทำสัจจวาจาว่า)
เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ข้าพเจ้าเห็นแขกในเวลามาพัก ก็ไม่ยินดีให้พัก อนึ่ง สมณะและพราหมณ์ทั้งหลายแม้ผู้เป็นพหูสูต ก็ไม่ทราบความที่ข้าพเจ้าไม่พอใจ ข้าพเจ้าแม้จะไม่พอใจก็ตาม ก็ยังให้ทาน ด้วยสัจจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี ขอพิษจงคลาย ขอยัญญทัตต์ลูกพ่อจงรอดชีวิต (มารดากระทำสัจจวาจาว่า)
ลูกรัก อสรพิษที่มีพิษร้ายแรงตัวใด ได้โผล่ขึ้นจากปล่องมากัดเจ้า วันนี้ อสรพิษตัวนั้น และบิดาของเจ้า ไม่มีความแตกต่างกันเลย เพราะไม่ได้เป็นที่รักของแม่ ด้วยสัจจวาจานี้ ขอจงมีความสวัสดี ขอพิษจงคลาย ขอยัญญทัตต์ลูกชายจงรอดชีวิต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๓๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๖. มัณฑัพยชาดก (๔๔๔) (นายมัณฑัพยะถามทีปายนดาบสว่า)
ชนบางพวกผู้สงบระงับ ฝึกตนแล้ว บวชเป็นดาบส มีรูปร่างไม่น่าใคร่ไม่มีเลย นอกเสียจากกัณหดาบส ท่านทีปายนดาบส ท่านรังเกียจอะไร จึงไม่พอใจประพฤติพรหมจรรย์ (ทีปายนดาบสตอบว่า)
กัณหดาบสนั้นเป็นคนโง่จริงหนอ เหมือนกับเด็กใบ้น้ำลาย ออกบวชด้วยศรัทธาแล้วยังกลับไปหาสิ่งนั้นอีก อาตมารังเกียจวาทะเช่นนี้ ถึงไม่พอใจก็ยังประพฤติพรหมจรรย์ ซึ่งเป็นฐานะที่วิญญูชนสรรเสริญและเป็นฐานะของสัตบุรุษ อาตมาจึงบำเพ็ญบุญแม้อย่างนี้ (ทีปายนดาบสย้อนถามว่า)
ท่านเลี้ยงดูสมณะ พราหมณ์ และคนเดินทาง ให้อิ่มหน่ำด้วยข้าวและน้ำ เรือนของท่านนี้เพียบพร้อมด้วยข้าวและน้ำ มีภักษาหารเปรียบดังอู่ข้าวอู่น้ำ เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านรังเกียจวาทะอะไร ถึงไม่พอใจก็ยังให้ทานนี้ (นายมัณฑัพยะตอบว่า)
บิดาและปู่ของข้าพเจ้าเป็นคนมีศรัทธา เป็นทานบดี เป็นผู้รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ข้าพเจ้าผู้ประพฤติตามประเพณีของตระกูลนั้น อย่าได้ชื่อว่า เป็นคนทำลายตระกูลคนสุดท้ายเลย ข้าพเจ้ารังเกียจวาทะเช่นนั้น ถึงไม่พอใจก็ยังคงให้ทานนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๓๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๗. นิโครธชาดก (๔๔๕) (นายมัณฑัพยะถามภรรยาว่า)
นี่นางผู้มีทรวดทรงงาม เราได้นำเจ้าผู้ยังเป็นหญิงวัยรุ่น ยังไม่มีปัญญาสามารถจัดแจงทรัพย์ได้มาจากตระกูลญาติ และเจ้าก็มิได้บอกให้รู้ถึงความที่เจ้าไม่รักเรา ยังบำเรอเราโดยปราศจากความรัก เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร เจ้าจึงยังอยู่ร่วมกับเราอย่างนี้ แม่นางผู้เจริญ (ภรรยาตอบว่า)
ตั้งแต่ไหนแต่ไรเนิ่นนานมาแล้ว หญิงสาวคนหนึ่งทิ้งสามีแล้วได้ชายอื่นเป็นสามีไม่มีในตระกูลนี้ ขอดิฉันผู้ประพฤติตามประเพณีของตระกูลนั้น อย่าชื่อว่า เป็นคนทำลายตระกูลคนสุดท้ายเลย ดิฉันรังเกียจวาทะเช่นนั้น ถึงไม่พอใจก็ยังบำเรอท่านอยู่ (ภรรยากล่าวขอโทษนายมัณฑัพยะผู้เป็นสามีว่า)
ท่านมัณฑัพยะ วันนี้ดิฉันพูดคำที่ไม่ควรพูด เพื่อเห็นแก่ลูก ขอท่านจงอดโทษถ้อยคำที่ดิฉันพูดนั้นเถิด ไม่มีสิ่งอื่นใดในโลกนี้ จะยิ่งไปกว่าความรักลูก ขอยัญญทัตต์ลูกของเรานั้นจงรอดชีวิตเถิด มัณฑัพยชาดกที่ ๖ จบ