๑๑. มัฏฐกุณฑลีชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๑๑. มัฏฐกุณฑลีชาดก (๔๔๙) ว่าด้วยมัฏฐกุณฑลีเทพบุตร (พราหมณ์จะถามมาณพว่า)
เจ้าประดับตกแต่งร่างกาย ใส่ต่างหูเกลี้ยง ทัดทรงดอกไม้ มีกายลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์แดง ประคองแขนคร่ำครวญอยู่กลางป่า เจ้ามีทุกข์เรื่องอะไร (มาณพตอบว่า)
เรือนรถที่ทำด้วยทองคำ งามผุดผ่องเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายังหาล้อรถทั้งคู่นั้นไม่ได้ เพราะความทุกข์นั้น ข้าพเจ้าจักยอมสละชีวิต (พราหมณ์รับรองว่า)
พ่อมาณพผู้เจริญ ล้อทองคำ ล้อแก้วมณี ล้อทองแดง หรือล้อเงิน จงบอกข้ามา ข้าจะจัดล้อทั้งคู่ให้เจ้า @เชิงอรรถ : @ ดู ขุ.วิ.(แปล) ๒๖/๑๒๐๗-๑๒๑๖/๑๕๑-๑๕๓ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๑. มัฏฐกุณฑลีชาดก (๔๔๙)
มาณพได้กล่าวแก่พราหมณ์นั้นว่า ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ ย่อมปรากฏในท้องฟ้านั้น รถทองของข้าพเจ้าย่อมงามด้วยล้อทั้งคู่นั้น (พราหมณ์กล่าวว่า)
พ่อมาณพ เจ้าโง่นัก ที่มาปรารถนาสิ่งที่ไม่ควรปรารถนา ข้าเข้าใจว่า เจ้าจักตายเสียเปล่า เพราะเจ้าไม่มีทางจะได้ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เลย (มาณพกล่าวว่า)
แม้การโคจรไปมาของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ก็ยังปรากฏ รัศมียังปรากฏในวิถีทั้ง ๒ ส่วนคนที่ตายไปแล้วย่อมไม่ปรากฏ เราทั้ง ๒ ผู้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในที่นี้ ใครหนอโง่กว่ากัน (พราหมณ์กล่าวว่า)
พ่อมาณพ เจ้าพูดจริงแท้ เราทั้ง ๒ ผู้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ ข้านี่แหละโง่กว่า ที่มาปรารถนาคนที่ตายไปแล้ว เหมือนทารกร้องไห้อยากได้ดวงจันทร์
เจ้าช่วยระงับข้าผู้เร่าร้อนให้สงบ ดับความกระวนกระวายทั้งหมดได้ เหมือนคนใช้น้ำราดดับไฟที่ติดเปรียง
เจ้าได้บรรเทาความเศร้าโศกของข้าผู้กำลังเศร้าโศกถึงบุตร ชื่อว่าได้ช่วยถอนลูกศรคือความโศก ซึ่งเสียบที่หัวใจของข้าขึ้นได้แล้วหนอ
พ่อมาณพ ข้าซึ่งเจ้าช่วยถอนลูกศรคือความโศกขึ้นให้แล้ว เป็นผู้ปราศจากความเศร้าโศก ไม่ขุ่นมัว ไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังคำของเจ้า มัฏฐกุณฑลีชาดกที่ ๑๑ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๒}