๑. มาตุโปสกชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ เอกาทสกนิบาตชาดก ๑. มาตุโปสกชาดก ว่าด้วยเรื่องพญาช้างผู้เลี้ยงมารดา
เอกาทสนิปาตชาตกํ ๑ มาตุโปสกชาตกํ
ไม้อ้อยช้าง ไม้มูกมัน ไม้ช้างน้าว หญ้างวงช้าง ข้าวฟ่าง และลูก เดือย งอกงามขึ้นแล้วเพราะพญาช้างนั้นพลัดพรากไป อนึ่ง ต้น กรรณิการ์ทั้งหลายที่เชิงเขาก็เผล็ดดอกบาน.
ตสฺส นาคสฺส วิปฺปวาเสน วิรูฬฺหา สลฺลกิโย จ กุฏชา กุรุวินฺทกรวรา ภิสสามา จ นิวาเต ปุปฺผิตา จ กณฺณิการา ฯ
พระราชา หรือพระราชกุมาร ประทับนั่งบนคอพญาช้างใด เป็นผู้ไม่มี ความสะดุ้ง ย่อมกำจัดเสียซึ่งปัจจามิตรทั้งหลาย อิสรชนผู้ประดับ ด้วยอาภรณ์อันงดงามผู้หนึ่ง ย่อมเลี้ยงดูพญาช้างนั้นด้วยก้อนข้าว.
โกจิเทว สุวณฺณกายุรา นาคราชํ ภรนฺติ ปิณฺเฑน ยตฺถ ราชา ราชกุมาโร วา กวจมภิเหสฺสติ อสมฺภิโต ฯ
ดูกรพญาช้างตัวประเสริฐ เชิญพ่อรับเอาคำข้าวเถิด อย่าผ่ายผอมเลย ราชกิจมีเป็นอันมาก ท่านจะต้องทำราชกิจเหล่านั้น.
คณฺหาหิ นาค กพลํ มา นาค กิสโก ภว พหูนิ ราชกิจฺจานิ ตานิ นาค กริสฺสสิ ฯ
นางช้างนั้นเป็นกำพร้า ตาบอด ไม่มีผู้นำทางคงจะสะดุดตอไม้ล้มลงตรง ภูเขาจัณโฑรณะเป็นแน่.
สา นูน สา กปณิกา อนฺธา อปรินายิกา ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ คิรึ จณฺโฑรณํ ปติ ฯ
ดูกรพญาช้าง นางช้างตาบอดหาผู้นำทางมิได้ คงจะสะดุดตอไม้ล้มลงตรงภูเขาจัณโฑรณะนั้น เป็นอะไรกับท่านหรือ.
กานุ เต สา มหานาค อนฺธา อปรินายิกา ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ คิรึ จณฺโฑรณํ ปติ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา นางช้างตาบอดไม่มีผู้นำทาง คงจะสะดุดตอไม้ล้มลง ตรงภูเขาชื่อจัณโฑรณะนั้น เป็นมารดาของข้าพระองค์.
มาตา เม สา มหาราช อนฺธา อปรินายิกา ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ คิรึ จณฺโฑรณํ ปติ ฯ
พญาช้างนี้ย่อมเลี้ยงดูมารดา ท่านทั้งหลายจงปล่อยพญาช้างนั้นเสียเถิด พญาช้างตัวประเสริฐจงอยู่ร่วมกับมารดา พร้อมด้วยญาติทั้งหลายเถิด.
มุญฺจเถตํ มหานาคํ โยยํ ภรติ มาตรํ สเมตุ มาตรา นาโค สห สพฺเพหิ ญาติภิ ฯ
พญาช้างอันพระเจ้ากาสีทรงปล่อยแล้ว พอหลุดจากเครื่องผูก พักอยู่ ครู่หนึ่ง ได้ไปยังภูเขา จากนั้นเดินไปสู่สระบัวอันเย็นที่เคยซ่องเสพมา แล้วดูดน้ำด้วยงวงมารดมารดา.
มุตฺโตว พนฺธนา นาโค กาสิราเชน เปสิโต มุหุตฺตํ อสฺสสิตฺวาน อคมา เยน ปพฺพโต ตโต โส นิลินํ คนฺตฺวา สีตํ กุญฺชรเสวิตํ โสณฺฑาย อุทกมาหิตฺวา มาตรํ อภิสิญฺจถ ฯ
ฝนอะไรนี้ไม่ประเสริฐเลย ย่อมตกโดยกาลที่ไม่ควรตก บุตรเกิดใน ตนของเราเป็นผู้บำรุงเรา ไปเสียแล้ว.
โกยํ อนริโย เทโว อกาเลน ปวสฺสติ คโต เม อตฺรโช ปุตฺโต โย มยฺหํ ปริจารโก ฯ
เชิญท่านลุกขึ้นเถิด จะมัวนอนอยู่ทำไม ฉันผู้เป็นลูกของแม่มาแล้ว พระเจ้ากาสีผู้ทรงพระปรีชาญาณ มีบริวารยศใหญ่หลวงทรงปล่อยมาแล้ว.
อุฏฺเฐหิ อมฺม กึ เสสิ อาคโต ตฺยาหมตฺรโช มุตฺโตมฺหิ กาสิราเชน เวเทเหน ยสสฺสินา ฯ
พระราชาพระองค์ใดทรงปล่อยลูกของเราผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อบุคคลผู้ เจริญทุกเมื่อ ขอพระราชาพระองค์นั้นจงทรงพระชนม์ยืนนาน ทรงบำรุง แคว้นกาสีให้เจริญรุ่งเรืองเถิด. จบ มาตุโปสกชาดกที่ ๑.
จิรํ ชีวตุ โส ราชา กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒโน โย เม ปุตฺตํ ปโมเจสิ สทา วุฑฺฒาปจายิกนฺติ ฯ มาตุโปสกชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------