๘. เมณฑกปัญหชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๘. เมณฑกปัญหชาดก (๔๗๑) ว่าด้วยปัญหาเรื่องแพะเป็นเพื่อนกับสุนัข (พระราชาตรัสถามปัญหาว่า)
แต่ไหนแต่ไรมา ความเป็นเพื่อนกันแม้เพียงการย่างก้าวเดินไป ๗ ก้าวของสัตว์เหล่าใดไม่เคยมีมาแล้วในโลกนี้ สัตว์เหล่านั้น ๒ ตัว ซึ่งเป็นศัตรูกันกลับเป็นสหายกัน ประพฤติเกี่ยวเนื่องกันเพราะเหตุไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๘๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต] ๘. เมณฑกปัญหชาดก (๔๗๑) (และตรัสต่อไปว่า)
ถ้าว่าในเวลาอาหารเช้าของเราในวันนี้ พวกท่านไม่สามารถจะกล่าวแก้ปัญหาข้อนี้ได้ เราจะเนรเทศพวกท่านทั้งหมดออกจากแคว้น เพราะเราไม่ต้องการพวกคนมีปัญญาทราม (เสนกบัณฑิตกราบทูลว่า)
เมื่อมหาชนมาประชุมกันอึกทึกครึกโครม เมื่อคนมาร่วมกันเป็นโกลาหล พวกข้าพระองค์ก็มีใจฟุ้งซ่าน มีจิตไม่แน่วแน่ จึงไม่สามารถจะกล่าวแก้ปัญหาข้อนี้ได้
ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน นักปราชญ์ทั้งหลายมีจิตแน่วแน่ไปในที่ลับตามลำพัง คิดพิจารณาถึงเนื้อความในที่สงัดแล้ว ภายหลังจึงจะกล่าวตอบเนื้อความข้อนี้ได้ (เสนกบัณฑิตนั้นกล่าวคาถาตามแนวที่ตนเรียนมาว่า)
พวกบุตรของคนชั้นสูงและพวกราชบุตรโปรดปรานพอใจเนื้อแพะ พวกเขาไม่บริโภคเนื้อสุนัข เมื่อเป็นเช่นนั้น แพะกับสุนัขจึงเป็นเพื่อนกัน (ปุกกุสบัณฑิตกล่าวคาถาตามแนวที่ตนเรียนมาว่า)
ชนทั้งหลายถลกหนังแพะทำเป็นเครื่องลาดหลังม้า เพราะนั่งสบาย แต่พวกเขาไม่ลาดด้วยหนังสุนัข เมื่อเป็นเช่นนั้น แพะกับสุนัขจึงเป็นเพื่อนกัน (กามินทบัณฑิตกล่าวคาถาตามแนวที่ตนเรียนมาว่า)
ก็แพะมีเขาโค้งและมีหญ้าเป็นภักษา ส่วนสุนัขไม่มีเขาและกินเนื้อ เมื่อเป็นเช่นนั้น แพะกับสุนัขจึงเป็นเพื่อนกัน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต] ๘. เมณฑกปัญหชาดก (๔๗๑) (เวทินทบัณฑิตกล่าวคาถาตามแนวที่ตนเรียนมาว่า)
แพะกินหญ้ากินใบไม้ แต่สุนัขไม่กินหญ้าไม่กินใบไม้ สุนัขจับกระต่ายและแมวกิน เมื่อเป็นเช่นนั้น แพะกับสุนัขจึงเป็นเพื่อนกัน (มโหสธบัณฑิตเฉลยปัญหาที่ปรากฏแจ่มแจ้งแก่ตนว่า)
แพะมี ๔ เท้า ๘ กีบ ๘ เล็บ สุนัขนี้แฝงกายนำหญ้ามาเพื่อแพะตัวนี้ ส่วนแพะนี้แฝงกายนำเนื้อมาเพื่อสุนัขตัวโน้น
นัยว่า พระองค์ผู้จอมเทพประเสริฐกว่าชาววิเทหะ ประทับอยู่ ณ ปราสาทอันประเสริฐ ได้ทอดพระเนตรการแลกเปลี่ยนอาหารของกันและกันโดยประจักษ์ และนั่นเสียงเห่าของสุนัขต่อหน้าแพะ (พระราชาตรัสว่า)
เป็นลาภของเรามิใช่น้อยหนอ ที่มีบัณฑิตเช่นนี้อยู่ในราชสกุล ปราชญ์ทั้งหลายรู้แจ้งเนื้อความแห่งปัญหา อันละเอียดลึกซึ้งได้โดยตลอด และกล่าวด้วยถ้อยคำอันเป็นสุภาษิต (และตรัสอีกว่า)
เรามีความพอใจอย่างยิ่งด้วยถ้อยคำอันเป็นสุภาษิต เราให้รถเทียมม้าอัสดรคนละคัน บ้านส่วยที่มั่งคั่งคนละ ๑ ตำบล แก่ท่านผู้เป็นบัณฑิตทุกคน เมณฑกปัญหชาดกที่ ๘ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๙๐}