๙. มหาปทุมชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๙. มหาปทุมชาดก ว่าด้วยมหาปทุมกุมาร
๙ มหาปทุมชาตกํ
พระราชาผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ไม่เห็นโทษของผู้อื่นว่าน้อยหรือมาก โดยประการทั้งปวง ไม่พิจารณาด้วยพระองค์เองก่อนแล้ว ไม่พึงลง อาชญา.
นาทิฏฺฐา ปรโต โทสํ อณุํถูลานิ สพฺพโส อิสฺสโร ปณเย ทณฺฑํ สามํ อปฺปฏิเวกฺขิย ฯ
กษัตริย์พระองค์ใด ยังไม่ทันพิจารณาแล้วทรงลงพระราชอาชญา กษัตริย์ พระองค์นั้นชื่อว่า ย่อมกลืนกินพระกระยาหารพร้อมด้วยหนาม เหมือน คนตาบอดกลืนกินอาหารพร้อมด้วยแมลงวัน ฉะนั้น.
โย จ อปฺปฏิเวกฺขิตฺวา ทณฺฑํ กุพฺพติ ขตฺติโย สกณฺฏกํ โส คิลติ ชจฺจนฺโธว สมกฺขิกํ ฯ
กษัตริย์พระองค์ใด ทรงลงพระราชอาชญากับผู้ไม่ควรจะลงพระราชอาชญา ไม่ทรงลงพระราชอาชญากับผู้ที่ควรลงพระราชอาญา กษัตริย์พระองค์นั้น เป็นเหมือนคนเดินทางไม่ราบเรียบ ไม่รู้ว่าทางเรียบหรือไม่เรียบ.
อทณฺฑิยํ ทณฺฑิยติ ทณฺฑิยญฺจ อทณฺฑิยํ อนฺโธว วิสมํ มคฺคํ น ชานาติ สมาสมํ ฯ
กษัตริย์พระองค์ใด ทรงเห็นเหตุที่ควรลงพระราชอาชญา และไม่ควร ลงพระราชอาชญา และทรงเห็นเหตุนั้น โดยประการทั้งปวงเป็นอย่างดี แล้ว ทรงปกครองบ้านเมือง กษัตริย์พระองค์นั้น สมควรปกครองราช- สมบัติ.
โย จ เอตานิ ฐานานิ อณุํถูลานิ สพฺพโส สุทิฏฺฐมนุสาเสยฺย สเว โวหริตุมรหติ ฯ
กษัตริย์ผู้มีพระทัยอ่อนโยนโดยส่วนเดียว หรือมีพระทัยกล้าโดยส่วน เดียว ก็ไม่อาจที่จะดำรงพระองค์ไว้ในอิสริยยศที่สูงใหญ่ได้ เพราะเหตุ นั้น กษัตริย์ไม่พึงประพฤติเหตุทั้งสอง คือ พระทัยอ่อนเกินไป และกล้า เกินไป.
เนกนฺตมุทุนา สกฺกา เอกนฺตติขิเณน วา อตฺตํ มหตฺเต ฐาเปตุํ ตสฺมา อุภยมาจเร ฯ
กษัตริย์ผู้มีพระทัยอ่อน ก็ถูกประชาราษฎร์ดูหมิ่น กษัตริย์ผู้มีพระทัย แข็งนักก็มีเวร กษัตริย์ควรทราบเหตุทั้งสองอย่างแล้ว ประพฤติเป็น กลางๆ.
ปริภูโต มุทุ โหติ อติติกฺโข จ เวรวา เอตญฺจ อุภยํ ญตฺวา อนุมชฺฌํ สมาจเร ฯ
ข้าแต่พระราชา คนมีราคะย่อมพูดมาก แม้คนมีโทสะก็พูดมาก พระองค์ ไม่ควรจะให้ปลงพระชนม์พระราชโอรส เพราะเหตุแห่งหญิงเลย.
พหุมฺปิ รตฺโต ภาเสยฺย ทุฏฺโฐปิ พหุ ภาสติ น อิตฺถีการณา ราช ปุตฺตํ ฆาเตตุมรหสิ ฯ
ด้วยเหตุใด ประชาชนทั้งหมดจึงร่วมกันเป็นพวกพ้องของเจ้าปทุมกุมาร ส่วนพระมเหสีนี้พระองค์เดียวเท่านั้นไม่มีพวกพ้อง ด้วยเหตุนั้น เราจัก ปฏิบัติตามคำของพระมเหสี ท่านทั้งหลายจงไป จงโยนเจ้าปทุมกุมารลง ไปในเหวทีเดียว.
สพฺโพว โลโก เอกโต อิตฺถี จ อยเมกิกา เตนาหํ ปฏิปชฺชิสฺสํ คจฺฉ ปกฺขิปเถว นํ ฯ
ท่านเป็นผู้อันเราให้โยนลงในเหวอันลึกหลายชั่วลำตาล เหมือนนรกยากที่ จะขึ้นได้ เหตุไร ท่านจึงไม่ตายอยู่ในเหวนั้น?
อเนกตาเล นรเก คมฺภีเร จ ทุรุตฺตเร ปาติโต คิริทุคฺคสฺมึ เกน ตฺวํ ตตฺถ นามริ ฯ
พญานาคผู้มีกำลังเรี่ยวแรงเกิดที่ข้างภูเขา รับอาตมภาพในที่นั้นด้วย ขนดหาง เพราะเหตุนั้น อาตมภาพจึงมิได้ตายในที่นั้น.
นาโค ชาตพโล ตตฺถ ถามวา คิริสานุโช ปจฺจุคฺคหิ มํ โภเคหิ เตนาหํ ตตฺถ นามรึ ฯ
ดูกรพระราชบุตร มาเถิด เราจักนำเจ้ากลับไปสู่พระราชวัง จะให้เจ้า ครอบครองราชสมบัติ ขอความเจริญจงมีแก่เจ้าเถิด เจ้าจักมาทำอะไร อยู่ในป่าเล่า?
เอหิ ตํ ปฏิเนสฺสามิ ราชปุตฺต สกํ ฆรํ รชฺชํ กาเรหิ ภทฺทนฺเต กึ อรญฺเญ กริสฺสสิ ฯ
บุรุษกลืนกินเบ็ดแล้วปลดเบ็ดที่เปื้อนโลหิตออกได้ แล้วพึงมีความสุข ฉันใด อาตมภาพมองเห็นด้วยตนเอง ฉันนั้น.
ยถา คิลิตฺวา พลิสํ อุทฺธเรยฺย สโลหิตํ อุทฺธริตฺวา สุขี อสฺส เอวํ ปสฺสามิ อตฺตนา ฯ
เจ้ากล่าวอะไรหนอว่าเป็นเบ็ด เจ้ากล่าวอะไรหนอว่าเบ็ดเปื้อนโลหิต เจ้ากล่าวอะไรหนอว่าปลดออกได้ เราถามแล้ว ขอเจ้าจงบอกความข้อนั้น แก่เรา?
กึ นุ ตฺวํ พลิสํ พฺรูสิ กึ ตฺวํ พฺรูสิ สโลหิตํ กึ นุ ตฺวํ อุพฺภตํ พฺรูสิ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
ดูกรมหาบพิตร อาตมภาพกล่าวกามคุณว่าเป็นเบ็ด กล่าวช้างและม้าว่า เบ็ดเปื้อนโลหิต กล่าวถึงการสละได้ว่าปลดออกได้ ขอมหาบพิตรจงทรง ทราบอย่างนี้เถิด.
กามาหํ พลิสํ พฺรูมิ หตฺถิอสฺสํ สโลหิตํ จตฺตาหํ อุพฺภตํ พฺรูมิ เอวํ ชานาหิ ขตฺติย ฯ
พระราชมารดาของเรา คือ นางจิญจมานวิกา พระราชบิดาของเรา คือ พระเทวทัต พญานาค คือ พระอานนท์บัณฑิต และเทวดา คือ พระสารีบุตร พระราชบุตรในกาลนั้น คือ เราตถาคต ท่านทั้งหลาย จงจำชาดกไว้อย่างนี้เถิด. จบ มหาปทุมชาดกที่ ๙.
จิญฺจมาณวิกา มาตา เทวทตฺโต จ เม ปิตา อานนฺโท ปณฺฑิโต นาโค สารีปุตฺโต จ เทวตา อหํ ตทา ราชปุตฺโต เอวํ ธาเรถ ชาตกนฺติ ฯ มหาปทุมชาตกํ นวมํ ฯ ---------