๖. กาลิงคโพธิชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๖. กาลิงคโพธิชาดก ว่าด้วยการพยากรณ์ที่อันเป็นชัยภูมิ
๖ กาลิงฺคโพธิชาตกํ
พระเจ้าจักรพรรดิทรงพระนามว่ากาลิงคะ ได้ทรงสั่งสอนมนุษย์ทั่วแผ่นดิน โดยธรรม ได้เสด็จไปสู่ที่ใกล้ต้นโพธิ์ด้วยช้าง ทรงมีอานุภาพมาก.
ราชา กาลิงฺโค จกฺกวตฺติ ธมฺเมน ปฐวิมนุสาสิ อคมาสิ โพธิสมีปํ นาเคน มหานุภาเวน ฯ
ภารทวาชปุโรหิตชาวกาลิงครัฐ พิจารณา ดูภูมิภาคแล้ว จึงประคอง อัญชลีกราบทูลพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นบุตรแห่งดาบส ชื่อกาลิงคะว่า.
กาลิงฺโค ภารทฺวาโช จ ราชานํ กาลิงฺคํ สมณโกลญฺญํ จกฺกวตฺตยโต ปริคฺคเหตฺวา ปญฺชลี อิทมโวจ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา ขอเชิญพระองค์เสด็จลงเถิด ภูมิภาคนี้อันพระพุทธเจ้า ผู้เป็นสมณะทรงสรรเสริญแล้ว พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ตรัสรู้โดยยิ่ง มีพระคุณหาประมาณมิได้ ย่อมไพโรจน์ ณ ภูมิภาคนี้.
ปจฺโจโรห มหาราช ภูมิภาโค ยถา สมณุคีโต อิธ อนธิวรา พุทฺธา อภิสมฺพุทฺธา วิโรจนฺติ ฯ
หญ้าและเครือเถาทั้งหลายในภูมิภาคส่วนนี้ ม้วนเวียนโดยทักษิณาวัตร ภูมิภาคส่วนนี้ เป็นที่ไม่หวั่นไหวแห่งแผ่นดิน (เมื่อกัลป์จะตั้งขึ้นก็ตั้ง ขึ้นก่อน เมื่อกัลป์พินาศก็พินาศภายหลัง) ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์ ได้สดับมาอย่างนี้.
ปทกฺขิณโต อาวฏฺฏา ติณลตา อสฺมึ ภูมิภาคสฺมึ ปฐวิยา อยํ มณฺโฑ อิติ โน สุตํ มหาราช ฯ
ภูมิภาคส่วนนี้ เป็นมณฑลแห่งแผ่นดินอันทรงไว้ซึ่งภูตทั้งปวง มีสาคร เป็นขอบเขต ขอเชิญพระองค์เสด็จลง แล้วทรงกระทำการนอบน้อมเถิด พระเจ้าข้า.
สาครปริยนฺตาย (เมทนิยา) สพฺพภูตธรณิยา ปฐวิยา อยํ มณฺโฑ โอโรหิตฺวา นโม กโรหิ ฯ
ช้างกุญชรตัวประเสริฐ เกิดในตระกูลอุโบสถ ย่อมไม่เข้าไปใกล้ประเทศ นั้นเลย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้.
เย เต ภวนฺติ นาคา จ อภิชาตา จ กุญฺชรา เอตฺตาวตา ปเทสํ เต นาคา เนวมุปยนฺติ ฯ
ช้างตัวประเสริฐนี้ เป็นช้างเกิดแล้วในตระกูลอุโบสถโดยแท้ ถึงกระนั้น ก็ไม่อาจจะเข้าไปใกล้ประเทศมีประมาณเท่านี้ได้ ถ้าพระองค์ยังทรงสงสัย อยู่ ก็จงทรงไสช้างพระที่นั่งไปเถิด.
อภิชาโต นาโค กามํ เปเสหิ กุญฺชรํ ทนฺตึ เอตฺตาวตา ปเทโส จ น สกฺกา นาเคน อุปคนฺตุํ ฯ
พระเจ้ากาลิงคะทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงทรงใคร่ครวญถ้อยคำของปุโรหิต ผู้ชำนาญการพยากรณ์ว่า เราจักรู้ถ้อยคำของปุโรหิตนี้ว่า จริงหรือไม่จริง นี้แล้ว ทรงไสช้างพระที่นั่งไป.
ตํ สุตฺวา ราชา กาลิงฺโค เวยฺยญฺชนิกวโจ นิสาเมตฺวา สมฺเปเสสิ นาคํ อุยฺยาม มยํ ยถา อิทํ วจนํ ฯ
ฝ่ายช้างพระที่นั่งนั้น ถูกพระราชาทรงไสไปแล้ว ก็เปล่งเสียงดุจนก กระเรียนแล้วถอยหลังทรุดคุกลง ดังอดทนภาระหนักไม่ได้.
สมฺเปสิโต จ รญฺญา นาโค โกญฺโจว อภินทิตฺวาน ปฏิสกฺกิตฺวา นิสีทิ ครุภารํ อสหมาโน ฯ
ปุโรหิตภารทราชะชาวกาลิงครัฐ รู้ว่า ช้างพระที่นั่งสิ้นอายุแล้ว จึงรีบ กราบทูลพระเจ้ากาลิงคะว่า ข้าแต่พระมหาราชา ขอเชิญเสด็จไปทรงช้าง พระที่นั่งเชือกอื่นเถิด ช้างพระที่นั่งเชือกนี้สิ้นอายุแล้ว พระเจ้าข้า.
กาลิงฺโค ภารทฺวาโช นาคํ ขีณายุกํ วิทิตฺวาน ราชานํ กาลิงฺคํ ตรมาโน อชฺฌภาสิตฺถ อญฺญํ สงฺกม นาคํ นาโค ขีณายุโก มหาราช ฯ
พระเจ้ากาลิงคะทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงรีบเสด็จไปทรงช้างพระที่นั่ง เชือกใหม่ เมื่อพระราชาเสด็จก้าวไปพ้นแล้ว ช้างพระที่นั่งที่ตายแล้ว ก็ล้มลง ณ พื้นดินที่นั้นเอง ถ้อยคำของปุโรหิต ผู้ชำนาญการพยากรณ์ เป็นอย่างใด ช้างพระที่นั่งเป็นอย่างนั้น.
ตํ สุตฺวา กาลิงฺโค ตรมาโน สงฺกมิ นาคํ สงฺกนฺเตว รญฺเญ นาโค ตตฺเถว ปติ ภูมฺยา เวยฺยญฺชนิกวโจ ยถา ตถา อหุ นาโค ฯ
พระเจ้ากาลิงคะได้ตรัสกะพราหมณ์ภารทวาชะชาวกาลิงครัฐอย่างนี้ว่า ท่านเป็นสัมพุทธะ รู้เห็นเหตุทั้งปวงโดยแท้.
กาลิงฺคภารทฺวาชํ กาลิงฺโค พฺราหฺมณํ อิทมโวจ ตฺวเมวาสิ สมฺพุทฺโธ สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี ฯ
กาลิงคพราหมณ์ เมื่อไม่รับคำสรรเสริญนั้นจึงได้กราบทูลว่า ข้าแต่ พระมหาราชา ข้าพระองค์เป็นผู้ชำนาญการพยากรณ์ ชื่อว่าพุทธะ ผู้รู้เหตุ ทั้งปวงก็จริง.
ตํ อนธิวาเสนฺโต กาลิงฺโค พฺราหฺมโณ อิทมโวจ เวยฺยญฺชนิกา หิ มยํ พุทฺธา สพฺพญฺญุโน มหาราช ฯ
แต่พระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นพระสัพพัญญูด้วย เป็นพระสัพพวิทูด้วย ย่อมรู้เหตุทั้งปวงด้วยพระญาณเป็นเครื่องกำหนด ข้าพระองค์รู้เหตุ ทั้งปวงได้ เพราะกำลังแห่งอาคม พระพุทธเจ้าทั้งหลาย รู้เหตุทั้งปวงได้ ด้วยพระสัพพัญญุตญาณ.
สพฺพญฺญู สพฺพวิทู จ พุทฺธา ลกฺขเณน ชานนฺติ อาคมพลสา หิ มยํ พุทฺธา สพฺพํ ปชานนฺติ ฯ
พระเจ้ากาลิงคะ ทรงนำเอามาลาและเครื่องลูบไล้พร้อมด้วยดนตรีต่างๆ ไปบูชาพระมหาโพธิ์แล้ว รับสั่งให้กระทำกำแพงแวดล้อม.
ปหํสิตฺวาน สมฺโพธึ นานาตุริเยหิ วิชฺชมาเนหิ มาลาวิเลปนํ อภิหริตฺวา ปาการปริกฺเขปํ กาเรสิ อถ ราชา ปายาสิ ฯ
รับสั่งให้เก็บดอกไม้ประมาณหกหมื่นเล่มเกวียนมาบูชาโพธิมณฑลอันเป็น อนุตริยะ แล้วเสด็จกลับ. จบ กาลิงคโพธิชาดกที่ ๖.
สฏฺฐิวาหสหสฺสานิ ปุปฺผานิ สนฺนิปาตยิ ปูเชสิ ราชา กาลิงฺโค โพธิมณฺฑมนุตฺตรนฺติ ฯ กาลิงฺคโพธิชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ ---------