๘. ตักการิยชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๘. ตักการิยชาดก (๔๘๑) ว่าด้วยตักการิยมาณพเตือนอาจารย์ (ปุโรหิตผู้เป็นอาจารย์สนทนากับพระโพธิสัตว์ผู้เป็นศิษย์ว่า)
พ่อตักการิยะ ฉันนั่นแหละเป็นคนโง่ พูดคำชั่ว เหมือนกบที่อยู่ในป่าเรียกหางูมากินตัวเอง จะต้องตกไปยังหลุมนี้ การพูดเกินขอบเขตไม่ดีเลย (พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
คนผู้พูดเกินขอบเขตย่อมประสบการจองจำ การถูกฆ่า และความโศกเศร้า คร่ำครวญ ท่านอาจารย์ ท่านควรตำหนิตนเอง ตามเหตุที่คนทั้งหลายจะฝังท่านลงในหลุม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๘. ตักการิยชาดก (๔๘๑) (ลูกชายเศรษฐีกล่าวว่า)
เราไปถามตุณฑิละทำไม นางกาฬีนี้ซิ ควรทำกับน้องชายหล่อนเอง เราถูกแย่งเสื้อผ้า และกลายเป็นชีเปลือยไป แม้เรื่องนี้ก็เหมือนเรื่องของท่านอาจารย์มาก (พระโพธิสัตว์แสดงเหตุอื่นอีกว่า)
นกกุลิงคะตัวเองไม่ได้ต่อสู้กับใครเลย แต่ไปบินอยู่ระหว่างแกะที่กำลังขวิดกัน จึงถูกหัวแกะทั้ง ๒ บดขยี้ท่ามกลางอากาศนั้น แม้เรื่องนี้ก็เหมือนเรื่องของท่านอาจารย์มาก
คน ๔ คนเมื่อจะช่วยเหลือคนเพียงคนเดียวจึงพากันจับชายผ้า พวกเขาทั้งหมด ๔ คนจึงพากันศีรษะแตกนอนตายไป แม้เรื่องนี้ก็เหมือนเรื่องของท่านอาจารย์มาก
อุปมาเหมือนแม่แพะที่เขาผูกมัดไว้ที่พุ่มกอไผ่ คึกคะนอง ดีดเท้าไปกระทบมีดดาบ จึงถูกเขาใช้มีดดาบเล่มนั้นเชือดคอของมัน แม้เรื่องนี้ก็เหมือนเรื่องของท่านอาจารย์มาก (พระราชาทรงกริ้วต่อนายพราน จึงตรัสว่า)
กินนรเหล่านี้มิใช่เทวดา มิใช่คนธรรพ์เทพบุตร เป็นสัตว์พวกเนื้อ ตกอยู่ในอำนาจของเรา พวกเจ้าจงย่างมันตัวหนึ่งในเวลาอาหารมื้อเย็น อีกตัวหนึ่งจงย่างมันในเวลาอาหารมื้อเช้าต่อไป (กินนรีรู้ว่าพระราชาทรงกริ้ว จึงกราบทูลว่า)
คำทุพภาษิตนับแสนคำก็ไม่ถึงแม้เสี้ยวหนึ่งแห่งคำสุภาษิต กินนรรังเกียจคำทุพภาษิตจึงเศร้าหมอง เพราะเหตุนั้น พวกกินนรจึงนิ่งเฉย มิใช่เพราะความโง่เขลา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๑๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๘. ตักการิยชาดก (๔๘๑) (พระราชาทรงยินดีแล้วตรัสว่า)
กินนรตัวนี้พูดกับเราแล้ว พวกเจ้าจงปล่อยมันไป และจงนำมันไปยังภูเขาหิมพานต์ ส่วนตัวนี้ เจ้าจงให้ไว้ที่ห้องครัวใหญ่ และย่างมันในเวลาอาหารมื้อเช้าแต่เช้าตรู่ (กินนรได้ฟังพระดำรัสนั้นแล้วจึงกราบทูลว่า)
ปศุสัตว์ทั้งหลายมีเมฆฝนเป็นที่พึ่ง ประชาชนนี้มีปศุสัตว์เป็นที่พึ่ง ข้าแต่พระมหาราช พระองค์เป็นที่พึ่งของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นที่พึ่งของภรรยาของข้าพระองค์ ระหว่างข้าพระองค์ทั้ง ๒ ตัวหนึ่งรู้ว่าอีกตัวหนึ่งตายแล้ว ตนพ้นความตายแล้วจึงจะบินไปสู่ภูเขา
ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน คนจะพึงหลีกเว้นจากการนินทาได้โดยง่ายก็หาไม่ คนที่ควรคบหาก็มีฉันทะต่างๆ กัน คนหนึ่งได้รับการยกย่องด้วยคุณธรรมข้อใด คุณธรรมข้อนั้นแหละ คนอื่นกลับได้รับการนินทา
สัตวโลกทั้งหลายมีจิตทรามบ้าง ประณีตบ้าง สัตวโลกทั้งปวงชื่อว่ามีความคิดก็เพราะจิตของตน สัตว์ทุกตัวตนในโลกนี้ล้วนมีจิตเป็นของตนเอง จึงไม่ควรยอมอยู่ในอำนาจแห่งจิตของใครๆ (พระราชาทรงโสมนัสแล้วจึงตรัสว่า)
กินนรพร้อมทั้งภรรยาได้นิ่งอยู่ บัดนี้ กินนรตนใดกลัวภัยจึงพูด กินนรตนนั้นพ้นภัยแล้ว มีความสุข ไม่มีโรค นับว่า การพูดมีประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลายโดยแท้ ตักการิยชาดกที่ ๘ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๑๕}