๑๐. สรภชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๐. สรภชาดก ว่าด้วยละมั่งทำคุณแก่พระราชา
๑๐ สรภชาตกํ
บุรุษพึงหวังไว้ทีเดียว บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ปรารถนา อย่างใด ได้เป็นอย่างนั้น.
อาสึเสเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ ยถา อิจฺฉึ ตถา อหุ ฯ
บุรุษพึงหวังไว้ทีเดียว บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ได้ รับความช่วยเหลือให้ขึ้นจากน้ำสู่บกได้.
อาสึเสเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ อุทกา ถลมุพฺภตํ ฯ
บุรุษพึงพยายามไว้ทีเดียว บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ปรารถนาอย่างใด ได้เป็นอย่างนั้น.
วายเมเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ ยถา อิจฺฉึ ตถา อหุ ฯ
บุรุษพึงพยายามร่ำไป บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ได้รับ ความช่วยเหลือให้ขึ้นจากน้ำสู่บกได้.
วายเมเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ อุทกา ถลมุพฺภตํ ฯ
นรชนผู้มีปัญญา แม้ตกอยู่ในกองทุกข์ ก็ไม่ควรตัดความหวังในอันจะ มาสู่ความสุข เพราะว่าผัสสะอันไม่เกื้อกูลและเกื้อกูลมีมาก คนที่ไม่ใฝ่ ฝันถึงเลยก็ต้องเข้าถึงความตาย.
ทุกฺขูปนีโตปิ นโร สปญฺโญ อาสํ น ฉินฺเทยฺย สุขาคมาย พหู หิ ผสฺสา อหิตา หิตา จ อวิตกฺกิตาโร มจฺจุมุปปชฺชนฺติ ฯ
สิ่งที่ไม่ได้คิดไว้ย่อมมีได้บ้าง สิ่งที่คิดไว้ย่อมพินาศไปบ้าง โภคะ ทั้งหลายของสตรี หรือบุรุษ จะสำเร็จได้ด้วยความคิดนึกไม่มีเลย.
อจินฺติตมฺปิ ภวติ จินฺติตมฺปิ วินสฺสติ น หิ จินฺตามยา โภคา อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา ฯ
เมื่อก่อนพระองค์เสด็จติดตามละมั่งตัวใดไปตกเหวที่ซอกเขา พระองค์ ทรงพระชนม์สืบมาได้ ด้วยความบากบั่นของละมั่งตัวนั้น ผู้มีจิตไม่ ท้อแท้.
สรภํ คิริทุคฺคสฺมึ ยํ ตฺวํ อนุสฺสรี ปุเร อลีนจิตฺตสฺส ตุวํ วิกฺกนฺตมนุชีวสิ ฯ
ละมั่งตัวใดพยายามเอาก้อนหินถมเหว ช่วยพระองค์ขึ้นจากเหวลึกยาก ที่จะขึ้น ปลดเปลื้องพระองค์ ผู้เข้าถึงกองทุกข์เสียจากปากมฤตยู พระองค์กำลังตรัสถึงละมั่งตัวนั้น ผู้มีจิตไม่ท้อแท้.
โย ตํ วิทุคฺคา นรกา สมุทฺธริ สีลาย โยคฺคํ สรโภ กริตฺวา ทุกฺขูปนีตํ มจฺจุมุขา ปโมจยิ อลีนจิตฺตํ ตเมว วเทสิ ฯ
ดูกรพราหมณ์ เมื่อคราวนั้น ท่านได้อยู่ในที่นั้นด้วยหรือ หรือว่าใครได้ บอกเรื่องนี้แก่ท่าน ท่านเป็นผู้เปิดเผยข้อที่เคลือบคลุม เห็นเรื่องได้ทั้ง ปวงละสิหนอ ความรู้ของท่านมีกำลัง เห็นปรุโปร่งหรืออย่างไร?
กึ ตฺวํ นุ ตตฺเถว ตทา อโหสิ อุทาหุ เต โกจิ ตํ เอตทกฺขา วิวฏจฺฉโท นุสิ สพฺพทสฺสี ญาณํ นุ เต พฺราหฺมณ ภึสรูปํ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน เมื่อคราวนั้น ข้าพระองค์หาได้อยู่ ในที่นั้นไม่ และใครก็มิได้บอกเรื่องนั้นแก่ข้าพระองค์เลย แต่ว่านัก ปราชญ์ทั้งหลาย ย่อมนำเนื้อความแห่งบทคาถาที่พระองค์ทรงภาษิตแล้ว มาใคร่ครวญดู.
น เจวาหํ ตตฺถ ตทา อโหสึ น จาปิ เม โกจิ นํ เอตทกฺขา คาถาปทานญฺจ สุภาสิตานํ อตฺถํ ตทาเนนฺติ ชนินฺท ธีรา ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระปรีชาอันประเสริฐ พระองค์ทรงสอดลูกศรอันมี ปีก อันจะกำจัดความแกล้วกล้าของปรปักษ์ได้เข้าในแล่งแล้ว จะทรง ลังเลอะไรอยู่อีกเล่า ลูกศรที่ทรงยิงไปแล้วต้องฆ่าละมั่งได้ทันที ละมั่งนี้ คงเป็นพระกระยาหารของพระราชาได้โดยแท้.
อาทาย ปตฺตํ ปรวีริยฆาตึ จาเป สรํ กึ วิจิกิจฺฉเส ตุวํ นุณฺโณ สโร สรภํ หนฺตุ ขิปฺปํ อนฺนํ หิ เอตํ วรปญฺญ รญฺโญ ฯ
ดูกรพราหมณ์ แม้เราจะรู้แจ้งชัดความข้อนี้ว่า เนื้อเป็นอาหารของ กษัตริย์ ก็แต่ว่า เราจะบูชาคุณที่ละมั่งนี้ได้ทำไว้แก่เรา ในครั้งก่อน เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่ฆ่าละมั่งนี้.
อทฺธา ปชานามิ อหํปิ เอตํ อนฺนํ มิโค พฺราหฺมณ ขตฺติยสฺส ปุพฺเพ กตญฺจ อปจายมาโน ตสฺมา มิคํ สรภํ โน หนามิ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชาผู้เป็นใหญ่แห่งทิศ นั่นมิใช่เนื้อ นั่นคือท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่กว่าอสูร ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมมนุษย์ พระองค์จงทรงฆ่า ท้าวสักกะเทวราชนั้นเสีย แล้วจะได้เป็นใหญ่ในหมู่อมรเทพ.
เนโส มิโค มหาราช อสุเรโส ทิสมฺปติ เอตํ หนฺตฺวา มนุสฺสินฺท ภวสฺสุ อมราธิโป ฯ
ข้าแต่พระราชาผู้องอาจ ประเสริฐกว่านรชน ถ้าว่าพระองค์ยังทรงลังเล ที่จะฆ่าละมั่งผู้เป็นพระสหาย พระองค์พร้อมด้วยพระราชโอรส และ พระราชชายา จักต้องไปยังเวตรณีนรกของพญายม.
สเจ จ ราช วิจิกิจฺฉเส ตุวํ หนฺตุํ มิคํ สรภํ สหายกํ สปุตฺตทาโร นรวีรเสฏฺฐ คนฺตฺวา ตุวํ เวตรณึ ยมสฺส ฯ
เรา ชาวชนบททั้งหมด ลูก เมียและหมู่สหาย จะพากันไปยังเวตรณีนรก ของพญายมนั้นก็ตาม ถึงกระนั้น เราจะไม่ฆ่าผู้ที่ให้ชีวิตเรา เป็น อันขาด.
กามํ อหํ ชานปทา จ สพฺเพ ปุตฺตา จ ทารา จ สหายสงฺฆา คจฺเฉมุ ตํ เวตรณึ ยมสฺส น เตฺวว หญฺเญ มม ปาณทสฺส ฯ
ดูกรมหาพราหมณ์ ละมั่งตัวนี้ ทำคุณแก่เราเมื่อคราวถึงความยาก ตัว คนเดียวในป่าเปลี่ยวแสนร้าย เราระลึกได้อยู่ถึงบุรพกิจเช่นนั้น ที่ ละมั่งตัวนี้กระทำแก่เรา รู้คุณอยู่จะพึงฆ่าอย่างไรได้เล่า.
อยํ มิโค กิจฺฉคตสฺส มยฺหํ เอกสฺส กตฺตา วิวนสฺมึ โฆเร ตํ ตาทิสํ ปุพฺพกิจฺจํ สรนฺโต ชานํ มหาพฺรหฺเม กถํ หเนยฺยํ ฯ
ขอพระองค์ผู้ทรงโปรดปรานมิตรยิ่งนัก จงทรงพระชนม์ชีพอยู่ยืนนาน เถิด พระองค์จงทรงปกครองราชสมบัติในคุณธรรมเถิด จงทรงมีหมู่ นารีบำรุงบำเรอ จงทรงบันเทิงพระหฤทัยในแว่นแคว้น เหมือนท้าว วาสวะบันเทิงอยู่ในไตรทิพย์ ฉะนั้น.
มิตฺตาภิราธี จิรเมว ชีว รชฺชํ อิมํ ธมฺมคุเณ ปสาส นารีคเณหิ ปริจารยนฺโต โมทสฺสุ รฏฺเฐ ติทิเวว วาสโว ฯ
ขอพระองค์ไม่ทรงพระพิโรธ จงมีพระหฤทัยผ่องใสอยู่เป็นนิตย์ ทรง กระทำสมณพราหมณ์ ผู้ตั้งอยู่ในธรรมทั้งปวง ให้เป็นแขกควรต้อนรับ ครั้นทรงบำเพ็ญทาน และเสวยบ้างตามอานุภาพแล้ว ชาวโลกไม่ ติเตียนพระองค์ได้ จงเสด็จเข้าถึงสัคคสถานเถิด. จบ สรภชาดกที่ ๑๐. ----------------------------------------------------- รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัมพชาดก ๒. ผันทนชาดก ๓. ชวนหังสชาดก ๔. จุลลนารทกัสสปชาดก ๕. ทูตชาดก ๖. กาลิงคโพธิชาดก ๗. อกิตติชาดก ๘. ตักการิยชาดก ๙. รุรุมิคชาดก ๑๐. สรภชาดก. จบ เตรสนิบาตชาดก -----------------------------------------------------
อกฺโกธโน นิจฺจปสนฺนจิตฺโต สพฺพาติถี ปาหุนเก กริตฺวา ทตฺวา จ ภุตฺวา จ ยถานุภาวํ อนินฺทิโต สคฺคมุเปหิ ฐานนฺติ ฯ สรภชาตกํ ทสมํ ฯ --------- ตสฺสุทฺทานํ วรมมฺพ กุฐาริ สหํสวโร อถรญฺญสฺมึ ทูตกปญฺจมโก อถ โพธิ อกิตฺติ สุตกฺกรินา อถ รุรุมิเคน ปโร สรโภ ฯ เตรสนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------