คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๔. อุททาลกชาดก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๖ ข้อ๑ ฉบับ

๔. อุททาลกชาดก (๔๘๗) ว่าด้วยอุททาลกดาบส (พระราชาทรงสนทนากับปุโรหิตว่า)

๖๒

ชฎิลเหล่าใดนุ่งห่มหนังสัตว์ที่ขรุขระ มีขี้ฟันเขรอะ ร่างกายสกปรก สาธยายมนต์อยู่ ชฎิลเหล่านั้นประกอบหน้าที่การงานของมนุษย์ จะรู้แจ้งโลกนี้แล้วพ้นจากอบายได้หรือ (ปุโรหิตกราบทูลว่า)

๖๓

ขอเดชะพระราชา หากบุคคลถึงจะเป็นพหูสูต กระทำแต่กรรมชั่ว ก็ชื่อว่าไม่ประพฤติธรรม เขาแม้จะมีพระเวทตั้งพัน อาศัยความเป็นพหูสูตนั้น แต่ไม่บรรลุจรณธรรม ก็พ้นจากทุกข์ไม่ได้ @เชิงอรรถ : @ จรณธรรม ในที่นี้ ได้แก่ สมาบัติ ๘ (ขุ.ชา.อ. ๖/๖๓/๒๘๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๓๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๔. อุททาลกชาดก (๔๘๗) (อุททาลกดาบสกล่าวกับปุโรหิตว่า)

๖๔

บุคคลแม้จะมีพระเวทตั้งพัน อาศัยความเป็นพหูสูตนั้น แต่ไม่บรรลุจรณธรรม ก็พ้นจากทุกข์ไม่ได้ อาตมาเข้าใจว่า พระเวททั้งหลายเป็นสิ่งที่ไร้ผล จรณธรรมพร้อมทั้งความสำรวมเท่านั้นเป็นสัจจะ (ปุโรหิตกล่าวว่า)

๖๕

พระเวททั้งหลายจะไร้ผลก็หาไม่ จรณธรรมพร้อมทั้งความสำรวมเท่านั้นเป็นสัจจะ เพราะบุคคลบรรลุพระเวททั้งหลายแล้วย่อมได้เกียรติ บุคคลผู้ฝึกตนดีแล้วด้วยจรณธรรมย่อมบรรลุความสงบ (อุททาลกดาบสได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

๖๖

มารดาบิดาและเผ่าพันธุ์ทั้งหลายที่บุคคลจะต้องเลี้ยงดู บุตรเกิดแต่ผู้ใด เขาก็คือผู้นั้นนั่นเอง อาตมาชื่อว่าอุททาลกะ เป็นวงศ์แห่งโสตถิยสกุลของท่าน (พราหมณ์ถามถึงธรรมเนียมของพราหมณ์ว่า)

๖๗

ท่านผู้เจริญ คนจะเป็นพราหมณ์ได้อย่างไร จะเป็นพราหมณ์เต็มตัวได้อย่างไร ปรินิพพานจะมีได้อย่างไร และคนผู้ทรงธรรม บัณฑิตกล่าวเรียกว่าอย่างไร (อุททาลกดาบสตอบว่า)

๖๘

เพราะก่อไฟบูชาอยู่เนืองๆ บุคคลจึงชื่อว่าเป็นพราหมณ์ บุคคลเมื่อรดน้ำบูชายัญและให้ยกเสาบูชายัญ จึงชื่อว่าเป็นพราหมณ์เต็มตัว พราหมณ์ผู้บำเพ็ญอย่างนี้ชื่อว่าเป็นผู้เกษม เพราะเหตุนั้น บัณฑิตทั้งหลายย่อมเรียกว่าผู้ดำรงอยู่ในธรรม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๓๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๔. อุททาลกชาดก (๔๘๗) (ปุโรหิตตำหนิธรรมเนียมของพราหมณ์ว่า)

๖๙

ความบริสุทธิ์ย่อมมีเพราะการรดน้ำก็หาไม่ แม้จะเป็นพราหมณ์เต็มตัวก็หาไม่ ขันติและโสรัจจะก็ไม่มีแก่บุคคลนั้น แม้เขาชื่อว่าได้ปรินิพพานเพราะดับกิเลสก็หาไม่ (อุททาลกดาบสถามว่า)

๗๐

บุคคลจะเป็นพราหมณ์ได้อย่างไร จะเป็นพราหมณ์เต็มตัวได้อย่างไร ปรินิพพานจะมีได้อย่างไร และบุคคลผู้ตั้งอยู่ในธรรม บัณฑิตกล่าวเรียกว่าอย่างไร (ปุโรหิตบอกว่า)

๗๑

บุคคลผู้ไม่มีไร่นา ไม่มีเผ่าพันธุ์ ไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา ไม่มีความหวัง หมดความโลภอันเป็นบาป มีความโลภในภพหมดสิ้นแล้ว ผู้บำเพ็ญอย่างนี้ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ ชื่อว่าผู้มีความเกษม เพราะเหตุนั้น บัณฑิตทั้งหลายเรียกว่า ผู้ตั้งอยู่ในธรรม (อุททาลกดาบสกล่าวว่า)

๗๒

กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คนจัณฑาล และคนเทขยะทั้งหลาย ล้วนแต่เป็นผู้สงบเสงี่ยม ฝึกตนแล้ว ล้วนแต่ได้ปรินิพพานแล้ว เมื่อทุกคนมีความสงบเยือกเย็น ยังจะมีคนดีและคนชั่วอีกไหมหนอ (พราหมณ์กล่าวว่า)

๗๓

กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คนจัณฑาล และคนเทขยะทั้งหลายล้วนแต่เป็นผู้สงบเสงี่ยม ฝึกตนแล้ว ล้วนแต่ได้ปรินิพพานแล้ว เมื่อทุกคนมีความสงบเยือกเย็นย่อมไม่มีทั้งคนดีและคนชั่ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๓๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๕. ภิสชาดก (๔๘๘) (อุททาลกดาบสติเตียนพราหมณ์ว่า)

๗๔

กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คนจัณฑาล และคนเทขยะทั้งหลายล้วนแต่เป็นผู้สงบเสงี่ยม ฝึกตนแล้ว ล้วนแต่ได้ปรินิพพานแล้ว

๗๕

เมื่อทุกคนมีความสงบเยือกเย็น ย่อมไม่มีทั้งคนดีและคนชั่ว เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านจะประพฤติให้เสียความเป็นพราหมณ์ วงศ์แห่งโสตถิยสกุลทำไม (ปุโรหิตเปรียบเทียบให้เข้าใจว่า)

๗๖

วิมานที่คลุมด้วยผ้าซึ่งย้อมด้วยสีต่างๆ ผ้าเหล่านั้นมีแต่เงา สีที่ย้อมนั้นหาปรากฏไม่

๗๗

ในหมู่มนุษย์ก็เหมือนกัน เมื่อใดคนทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ เป็นผู้มีวัตรดีเพราะรู้ทั่วถึงธรรม เมื่อนั้นพวกเขาย่อมปล่อยวางชาติของตนเสียได้ อุททาลกชาดกที่ ๔ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๔. อุททาลกชาดก