๗. ปัญจุโปสถิกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก (๔๙๐) ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก (๔๙๐) ว่าด้วยการรักษาอุโบสถของสัตว์ ๕ ชนิด (พระโพธิสัตว์ถามนกพิราบว่า)
เจ้านกพิราบ บัดนี้เจ้าดูขวนขวายน้อยไป เจ้าไม่ต้องการอาหารหรือ ทำไมจึงอดกลั้นความหิวกระหาย รักษาอุโบสถอยู่เล่า เจ้านกพิราบ (นกพิราบกล่าวว่า)
เมื่อก่อนข้าพเจ้าตกอยู่ในความกำหนัดต่อนางนกพิราบ เราทั้ง ๒ รื่นรมย์กันที่ภูมิประเทศนั้นๆ ต่อมานกเหยี่ยวได้บินโฉบเอานางนกพิราบไป ข้าพเจ้ามิได้ประสงค์จะพลัดพรากจากนางนกนั้นเลย
เพราะความพลัดพรากแยกออกจากนาง ข้าพเจ้าจึงได้เสวยเวทนาทางใจ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถด้วยคิดว่า ราคะอย่าได้มารบกวนข้าพเจ้าอีกต่อไป (พระโพธิสัตว์ถามสัตว์ทีละตัว ฝ่ายสัตว์เหล่านั้นก็ตอบตามความเป็นจริงว่า)
เจ้างูผู้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน ผู้มีลิ้นสองแฉก เจ้าเลื้อยไม่ตรง เลื้อยไปด้วยอก มีเขี้ยวเป็นอาวุธ มีพิษร้ายแรง ทำไมเจ้าจึงอดกลั้นความหิวกระหายรักษาอุโบสถอยู่เล่า
โคเปลี่ยวมีกำลังของนายบ้าน มีหนอกกระเพื่อม มีสีสันสวยงาม มีกำลังวังชาสมบูรณ์ มันเหยียบข้าพเจ้า ข้าพเจ้าโกรธจึงได้กัดมัน มันทุรนทุรายเพราะความทุกข์จนถึงตาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก (๔๙๐)
ชนทั้งหลายออกจากหมู่บ้านนั้น พากันคร่ำครวญร้องไห้แล้วได้หลีกไป เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถด้วยคิดว่า ความโกรธอย่าได้มารบกวนข้าพเจ้าอีกต่อไป
เจ้าสุนัขจิ้งจอก เนื้อของพวกสัตว์ที่ตายแล้ว มีอยู่ในป่าช้าเป็นอันมาก เนื้อนั้นเป็นอาหารที่พอใจของเจ้า ทำไมเจ้าจึงอดกลั้นความหิวกระหายรักษาอุโบสถอยู่เล่า
ข้าพเจ้ายินดีในซากศพ ติดใจในเนื้อช้าง จึงได้เข้าไปยังท้องช้างใหญ่ ลมร้อนและแสงแดดอันแรงกล้าได้แผดเผา จนกระทั่งทวารหนักของช้างเชือกนั้นแห้งยุบลง
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งผอมทั้งเหลือง ทั้งไม่มีทางออก ต่อมาเมฆฝนกลุ่มใหญ่ได้ตกมาโดยพลัน ทำให้ทวารหนักของช้างเชือกนั้นเปียกชุ่ม
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าออกจากท้องช้างนั้นมาได้ เหมือนดั่งดวงจันทร์พ้นจากปากราหู เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถด้วยคิดว่า ความโลภอย่าได้มารบกวนข้าพเจ้าอีกต่อไป
เจ้าหมี เมื่อก่อนเจ้าเที่ยวเคี้ยวกินปลวกทั้งหลาย ที่จอมปลวกอยู่ ทำไมเจ้าจึงอดกลั้นความหิวกระหาย รักษาอุโบสถอยู่เล่า
ข้าพเจ้าดูหมิ่นที่อยู่ของตน ได้ไปยังหมู่บ้านมลรัฐ เพราะความอยากเกินไป ชนทั้งหลายออกจากหมู่บ้านนั้น ทุบตีข้าพเจ้าด้วยคันธนูและไม้ค้อน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๔๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๘. มหาโมรชาดก (๔๙๑)
ข้าพเจ้านั้นหัวแตก ตัวเปื้อนเลือด จึงได้กลับมายังที่อยู่ของตน เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงรักษาอุโบสถด้วยคิดว่า ความอยากเกินไปอย่าได้มารบกวนข้าพเจ้าอีกต่อไป (สัตว์ทั้ง ๔ ถามพระโพธิสัตว์ว่า)
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ข้อความอันใดท่านได้ถามพวกข้าพเจ้า ข้อความอันนั้น ข้าพเจ้าทั้งหมดก็ได้ตอบตามที่รู้มา พวกข้าพเจ้าจะขอถามท่านบ้าง ท่านพราหมณ์ผู้เจริญ ทำไมท่านจึงรักษาอุโบสถอยู่เล่า (พระโพธิสัตว์ได้ตอบว่า)
พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ไม่ถูกกิเลสทั้งปวงแปดเปื้อน นั่งที่อาศรมของเราครู่หนึ่ง ท่านได้ประกาศให้เราทราบถึงที่ไปที่มา ชื่อ โคตร และความประพฤติทุกอย่าง
แม้ถึงอย่างนั้น เราก็มิได้ไหว้เท้าทั้ง ๒ ของท่าน และมิได้ถามท่าน เพราะมีมานะ เพราะเหตุนั้น เราจึงรักษาอุโบสถด้วยคิดว่า มานะอย่าได้มารบกวนเราอีกต่อไป ปัญจุโปสถิกชาดกที่ ๗ จบ