๑๑. สาธินราชชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๑. สาธินราชชาดก พระเจ้าวิเทหราชประพาสดาวดึงส์
๑๑ สาธินราชชาตกํ
อัศจรรย์จริงหนอ ขนพองสยองเกล้าเกิดขึ้นแล้วในโลก รถทิพย์ได้ ปรากฏแก่พระเจ้าวิเทหราชผู้เรืองยศ.
อพฺภูโต วต โลกสฺมึ อุปฺปชฺชิ โลมหํสโน ทิพฺโพ รโถ ปาตุรหุ เวเทหสฺส ยสสฺสิโน ฯ
มาตลีเทพบุตรเทพสารถีผู้มีฤทธิ์มาก ได้เชื้อเชิญพระเจ้าวิเทหราชผู้ครอง มิถิลานครว่า ข้าแต่พระราชาผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ผู้เป็นใหญ่ทั่ว ทิศ ขอเชิญพระองค์เสด็จขึ้นทรงรถนี้เถิด ด้วยว่า ทวยเทพชั้นดาวดึงส์ พร้อมด้วยสมเด็จอมรินทราธิราช ใคร่จะเห็นพระองค์ ทวยเทพเหล่า นั้น ประชุมพร้อมกันอยู่ ณ สุธรรมาเทวสภา. ลำดับนั้นแล พระเจ้า- วิเทหราชพระนามว่าสาธินะ ผู้ครองมิถิลานคร เสด็จทรงรถอันเทียม ด้วยม้าพันหนึ่ง เสด็จไปยังสำนักของเทวดาทั้งหลาย (พระมหาราชาทรง ประทับยืนบนทิพยาน อันเทียมด้วยม้าพันหนึ่ง ซึ่งม้าพาลากไป เสด็จ ไปอยู่ ได้ทอดพระเนตรเห็นเทวสภานี้) ทวยเทพเห็นพระราชาเสด็จมา ดังนั้น ก็พากันชื่นชม ยินดี กระทำปฏิสันถารเชื้อเชิญว่า ข้าแต่พระมหา ราชา พระองค์เสด็จมาดีแล้ว อนึ่ง ชื่อว่าพระองค์มิได้เสด็จมาร้าย ข้าแต่ พระราชาผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ขอพระองค์ทรงประทับใกล้ๆ กับ ท้าวเทวราชเสียแต่บัดนี้เถิด. ฝ่ายท้าววาสวสักกเทวราชทรงชื่นชม ยินดี เชื้อเชิญพระเจ้าสาธินราชผู้ครองมิถิลานครด้วยทิพยกามารมณ์ และ อาสนะว่า ข้าแต่พระราชฤาษี เป็นการดีแล้วที่พระองค์เสด็จมาถึงที่อยู่ ของทวยเทพ ผู้บันดาลให้เป็นไปในอำนาจได้ ขอเชิญพระองค์ประทับ อยู่ในหมู่ทวยเทพผู้ให้สำเร็จทิพยกามารมณ์ทุกอย่าง ขอเชิญพระองค์ทรง เสวยกามคุณอันมิใช่ของมนุษย์ ในหมู่ทวยเทพชาวดาวดึงส์เถิด.
เทวปุตฺโต มหิทฺธิโก มาตลิ เทวสารถิ นิมนฺตยิตฺถ ราชานํ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ เอหิมํ รถมารุยฺห ราช เสฏฺฐ ทิสมฺปติ เทวา ทสฺสนกามา เต ตาวตึสา สอินฺทกา สรมานา หิ เต เทวา สุธมฺมายํ สมจฺฉเร ฯ ตโต จ ราชา สาธิโน เวเทโห มิถิลคฺคโห สหสฺสยุตฺตํ อภิรุยฺห อคา เทวาน สนฺติเก (สหสฺสยุตฺตํ หยวาหึ ทิพฺพยานมธิฏฺฐิโต ยายมาโน มหาราชา อทฺทส เทวสภํ อิทํ ) ตํ เทวา ปฏินนฺทึสุ ทิสฺวา ราชานมาคตํ สฺวาคตนฺเต มหาราช อโถ เต อทุราคตํ นิสีททานิ ราชิสิ เทวราชสฺส สนฺติเก ฯ สกฺโกปิ ปฏินนฺทิตฺถ เวเทหํ มิถิลคฺคหํ นิมนฺตยิตฺถ กาเมหิ อาสเนน จ วาสโว สาธุ โขสิ อนุปฺปตฺโต อาวาสํ วสวตฺตินํ วส เทเวสุ ราชิสิ สพฺพกามสมิทฺธิสุ ตาวตึเสสุ เทเวสุ ภุญฺช กาเม อมานุเส ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าจอมเทพ เมื่อก่อนหม่อมฉันมาถึงสวรรค์ แล้ว ย่อมยินดีด้วยการฟ้อนรำขับร้องและเครื่องประโคมทั้งหลาย บัดนี้ หม่อมฉันไม่ยินดีอยู่ในสวรรค์เลย จะหมดอายุ หรือใกล้จะตาย หรือว่า หม่อมฉันหลงใหลไป?
อหํ ปุเร สคฺคคโต รมามิ นจฺเจหิ คีเตหิ จ วาทิเตหิ โสทานิ อชฺช น รมามิ สคฺเค อายุนฺนุ ขีณํ มรณนฺนุ สนฺติเก อุทาหุ มุโฬฺหสฺมิ ชนินฺทเสฏฺฐ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้ากว่านรชน ผู้ประเสริฐ พระชนมายุของ พระองค์ยังไม่หมดสิ้น ความสิ้นพระชนม์ก็ยังห่างไกล อนึ่ง พระองค์ จะได้ทรงหลงใหลไปก็หาไม่ แต่ว่าวิบากแห่งบุญกุศลของพระองค์ ที่ ได้ทรงเสวยในเทวโลกนี้มีน้อยไป ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้เป็น ใหญ่ทั่วทิศ ขอเชิญพระองค์ประทับอยู่ เสวยกามคุณอันมิใช่ของมนุษย์ ในหมู่ทวยเทพชาวดาวดึงส์ ด้วยเทวานุภาพต่อไปเถิด.
น ตายุ ขีณํ มรณญฺจ ทูเร น จาปิ มุโฬฺห นรวีร เสฏฺฐ ตุยฺหญฺจ ปุญฺญานิ ปริตฺตกานิ เยสํ วิปากํ อิธ เวทยิตฺโถ วส เทวานุภาเวน ราช เสฏฺฐ ทิสมฺปติ ตาวตึเสสุ เทเวสุ ภุญฺช กาเม อมานุเส ฯ
ขอยืมยานเขามาขับ ขอยืมทรัพย์เขามาใช้ ฉันใด การที่ได้เสวยความสุข เป็นความสุขที่ผู้อื่นยื่นให้ ก็เปรียบกันได้ ฉันนั้นแล ก็แลการได้เสวย ความสุข โดยเป็นความสุขที่ผู้อื่นยื่นให้ หม่อมฉันไม่ปรารถนาเลย บุญทั้งหลายอันหม่อมฉันทำเองแล้วนั้น ย่อมเป็นทรัพย์อันอาจติดตาม หม่อมฉันไปได้ หม่อมฉันไปในมนุษย์โลกแล้ว จักได้ทำกุศลให้มาก ที่บุคคลทำแล้วได้รับความสุข และไม่ต้องเดือดร้อนในภายหลัง ด้วย ทาน ด้วยการประพฤติสม่ำเสมอ ด้วยการสำรวม ด้วยการฝึกตน.
ยถา ยาจิตกํ ยานํ ยถา ยาจิตกํ ธนํ เอวํ สมฺปทเมเวตํ ยํ ปรโต ทานปจฺจยา น จาหเมตมิจฺฉามิ ยํ ปรโต ทานปจฺจยา สยํ กตานิ ปุญฺญานิ ตํ เม อาเวณิยํ ธนํ โสหํ คนฺตฺวา มนุสฺเสสุ กาหามิ กุสลํ พหุํ ทาเนน สมจริยาย สํยเมน ทเมน จ ยํ กตฺวา สุขิโต โหติ น จ ปจฺฉานุตปฺปติ ฯ
ที่ตรงนี้เป็นไร่นา ที่ตรงนี้ตรงร่องน้ำตรงดี ที่ตรงนี้เป็นภูมิภาคมีหญ้า แพรกเขียวสะพรั่ง ที่ตรงนี้เป็นแม่น้ำไหลอยู่ไม่ขาดสาย ที่ตรงนี้เป็น สระโบกขรณีอันน่ารื่นรมย์ มีฝูงนกจักพรากขันอยู่ระงม เปี่ยมไปด้วย น้ำใสสะอาด ดารดาษไปด้วยดอกปทุมและดอกอุบล พวกข้าเฝ้าและ นักสนมพากันยึดถือสถานเหล่านี้ว่าเป็นของเรา เขาเหล่านั้นพากันไป เสียทิศทางใดหนอ? ดูกรพ่อนารทะ ไร่นาเหล่านั้น ภูมิภาคตรงนั้น และอุปจารแห่งสวนและป่าไม้ยังคงมีอยู่ดังเดิม เมื่อเราไม่เห็นหมู่ชน เหล่านั้น ทิศทั้งหลายก็ปรากฏว่า ว่างเปล่าแก่เรา.
อิมานิ ตานิ เขตฺตานิ อิมํ นิกฺขํ สกุณฺฑลํ อิมา ตา หริตานุปา อิมา นชฺโช สวนฺติโย อิมา ตา โปกฺขรณิโย รมฺมา จากวากูปกุชฺชิตา มณฺฑาลเกหิ สญฺฉนฺนา ปทุมุปฺปลเกหิ จ ยสฺสิมานิ มมายึสุ กึ นุ เต ทิสตํ คตา ฯ ตานิ จ เขตฺตานิ โส ภูมิภาโค เตเยว อารามวนูปจารา ตเมว มยฺหํ ชนตํ อปสฺสโต สุญฺญญฺจ เม นารท ขายเต ทิสา ฯ
วิมานทั้งหลายยันโอภาสทั่วทั้งสี่ทิศ ฉันได้เห็นแล้วเฉพาะพระพักตร์ ของท้าวสักกเทวราช และเฉพาะหน้าของทวยเทพชาวไตรทศ ภพที่ ฉันอยู่ก็เป็นทิพย์ กามทั้งหลายอันมิใช่ของมนุษย์ฉันได้บริโภคแล้ว ใน ทวยเทพชาวดาวดึงส์ ผู้ให้สำเร็จสิ่งที่น่าปรารถนาทุกอย่าง. ฉันนั้น ละสมบัติเช่นนั้นเสียแล้วมาในมนุษยโลกนี้ เพื่อต้องการทำบุญเท่านั้น ฉันจักประพฤติแต่ธรรมเท่านั้น ฉันไม่มีความต้องการด้วยราชสมบัติ. ฉันจักดำเนินไปตามทางที่ท่านผู้ไม่มีอาชญาพากันท่องเที่ยวไป อันพระ- สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ซึ่งเป็นทางสำหรับไปของท่านผู้มีวัตรงาม ทั้งหลาย. จบ สาธินราชชาดกที่ ๑๑.
ทิฏฺฐา มยา วิมานานิ โอภาสนฺตา จตุทฺทิสา สมฺมุขา เทวราชสฺส ติทสานญฺจ สมฺมุขา ฯ วุตฺถํ เม ภวนํ ทิพฺยํ ภุตฺตา กามา อมานุสา ตาวตึเสสุ เทเวสุ สพฺพกามสมิทฺธิสุ ฯ โสหํ เอตาทิสํ หิตฺวา ปุญฺญายมฺหิ อิธาคโต ธมฺมเมว จริสฺสามิ นาหํ รชฺเชน อตฺถิโก ฯ อทณฺฑาวจรํ มคฺคํ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ ตํ มคฺคํ ปฏิปชฺชิสฺสํ เยน คจฺฉนฺติ สุพฺพตาติ ฯ สาธินราชชาตกํ เอกาทสมํ ฯ ---------