๑๑. สาธินราชชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๑. สาธินราชชาดก (๔๙๔) ๑๑. สาธินราชชาดก (๔๙๔) ว่าด้วยพระเจ้าสาธินะ (พวกมนุษย์ดีใจยืนประคองอัญชลี ได้กล่าวว่า)
น่าอัศจรรย์จริงหนอ รถทิพย์ได้ปรากฏแก่พระเจ้าวิเทหะ ผู้เรืองยศ พระองค์ทรงอุบัติขึ้นมาในโลก ทำให้เกิดขนพองสยองเกล้า (พระศาสดาทรงประกาศข้อความนั้นว่า)
มาตลีเทพบุตร เทพสารถีผู้มีฤทธิ์มาก ทูลเชิญเสด็จพระเจ้าวิเทหะผู้ครอบครองมิถิลานครว่า
พระราชาผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ เป็นใหญ่ทั่วทิศ ขอเชิญพระองค์เสด็จทรงรถทิพย์นี้เถิด เทพชั้นดาวดึงส์ทั้งหลาย พร้อมทั้งองค์อมรินทร์ใคร่จะทรงทัศนาพระองค์ ก็เทพเหล่านั้นระลึกถึงพระองค์ ประชุมพร้อมกันอยู่ที่สภาชื่อสุธรรมา
ก็ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหะทรงพระนามสาธินะ ผู้ครอบครองมิถิลานคร เสด็จประทับรถทิพย์ ซึ่งเทียมด้วยม้าอัสดร ๑,๐๐๐ ตัว ได้เสด็จไปในสำนักแห่งเทพ (พระมหาราชาประทับยืนบนทิพยยาน ซึ่งเทียมด้วยม้าอัสดร ๑,๐๐๐ ตัวนำไป เสด็จไปอยู่ ได้ทอดพระเนตรเห็นเทวสภานี้) เทพครั้นเห็นพระราชาเสด็จมาก็ยินดีต้อนรับพระองค์
ขอเดชะพระมหาราช พระองค์เสด็จมาดีแล้ว มิใช่เสด็จมาร้าย พระราชาผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ บัดนี้ ขอเชิญประทับ ณ สำนักท้าวสักกเทวราชเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๕๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๑. สาธินราชชาดก (๔๙๔)
แม้ท้าวสักกะก็ทรงยินดีต้อนรับ พระเจ้าวิเทหะผู้ครอบครองมิถิลานคร ท้าววาสวะทรงเชื้อเชิญด้วยกามทั้งหลายพร้อมทั้งอาสนะ
พระราชาผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นการดีแท้ ที่พระองค์เสด็จมาถึงสถานที่อยู่แห่งเหล่าเทพผู้ครองอำนาจ ขอเชิญประทับอยู่ในหมู่ทวยเทพผู้มั่งคั่งด้วยกามทุกอย่าง ขอพระองค์เสวยกามซึ่งมิใช่ของมนุษย์ ในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์เถิด (พระเจ้าสาธินะตรัสกับท้าวสักกะว่า)
เมื่อก่อน หม่อมฉันอยู่ในสวรรค์ ย่อมยินดีการฟ้อนรำขับร้องและประโคมดนตรี แต่บัดนี้ วันนี้หม่อมฉันนั้นหายินดีในสวรรค์ไม่ พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าจอมเทพ อายุของหม่อมฉันสิ้นแล้วหรือ หม่อมฉันใกล้ตายหรือ หรือว่าหม่อมฉันหลงไป (ท้าวสักกะตรัสว่า)
พระองค์ผู้กล้าหาญ ผู้ประเสริฐกว่านรชน พระชนมายุของพระองค์ยังไม่สิ้นไป ความตายก็ยังอยู่ห่างไกล และแม้พระองค์ก็ยังไม่หลง แต่บุญที่พระองค์เสวยวิบากอยู่ในเทวโลกนี้ของพระองค์เหลืออยู่น้อย
พระราชาผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ เป็นใหญ่ทั่วทิศ ขอเชิญพระองค์ประทับอยู่ด้วยเทวานุภาพ เสวยกามซึ่งมิใช่ของมนุษย์ในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์เถิด (พระโพธิสัตว์ทรงห้ามท้าวสักกะว่า)
สิ่งใดที่ได้มาเพราะเหตุที่ผู้อื่นให้ สิ่งนั้นเปรียบกันได้ เหมือนยานพาหนะที่ยืมเขามา เหมือนทรัพย์ที่ยืมเขามา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๕๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๑. สาธินราชชาดก (๔๙๔)
ก็สมบัติที่ได้มาเพราะเหตุที่ผู้อื่นให้นั้น หม่อมฉันไม่ปรารถนา บุญทั้งหลายที่หม่อมฉันทำเอง บุญนั้นจะเป็นทรัพย์เฉพาะตนของหม่อมฉัน
หม่อมฉันนั้นไปอยู่ในหมู่มนุษย์แล้วจะทำกุศลให้มาก ด้วยการให้ทาน การประพฤติธรรมให้สม่ำเสมอ การสำรวมและด้วยการฝึกฝนอินทรีย์ ซึ่งเป็นกรรมที่บุคคลทำแล้วมีความสุข และไม่ทำให้เดือดร้อนในภายหลัง (พระโพธิสัตว์จูงพระหัตถ์พระเจ้านารทะเที่ยวไปในอุทยานได้ตรัสว่า)
ภูมิภาคตรงนี้คืออุทยานนั้น ตรงนี้คือลำรางไขน้ำพร้อมทั้งอ่างรองรับน้ำที่ไหลเข้ามา ตรงนี้คือภูมิภาคทั้ง ๒ ข้างแห่งลำรางไขน้ำ ซึ่งปกคลุมด้วยหญ้าเขียวขจี ตรงนี้คือแม่น้ำที่มีกระแสไหลอยู่ไม่ขาดสาย
ตรงนี้คือสระโบกขรณีอันน่ารื่นรมย์ มีนกจักรพากขันขานเสียงระงม ดารดาษไปด้วยดอกมณฑาลก ดอกปทุม และดอกอุบล ที่เหล่าชนพากันหลงใหลยึดถือว่าเป็นของเรา เขาไปไหนหนอ
ตรงนี้พื้นที่นั้นมีแต่พื้นดินที่รกเท่านั้น มีแต่สวนและแนวป่าเท่านั้นเอง นารทะ เมื่อเรามองไม่เห็นหมู่ชนนั้น ทิศทั้งหลายปรากฏแก่เราเหมือนกับว่างเปล่า (พระเจ้าสาธินะตรัสว่า)
ข้าพเจ้าได้เห็นวิมานส่องแสงไปทั้ง ๔ ทิศ ต่อพระพักตร์ท้าวเทวราชและต่อหน้าเทวดาชั้นไตรทศ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๒. ทสพราหมณชาดก (๔๙๕)
เราได้อยู่ในทิพยวิมาน บริโภคกามซึ่งมิใช่ของมนุษย์ ในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ที่มั่งคั่งด้วยกามทุกอย่าง
เรานั้นละกามเช่นนี้ มาในโลกนี้เพื่อต้องการทำบุญ จะประพฤติธรรมอย่างเดียว ไม่ต้องการราชสมบัติ
เราจะดำเนินไปตามทางที่ไม่ต้องใช้อาชญา ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว เป็นทางที่ท่านผู้ปฏิบัติดีดำเนินไปอยู่ สาธินราชชาดกที่ ๑๑ จบ