๑. มาตังคชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑. มาตังคชาดก (๔๙๗) ๑๕. วีสตินิบาต ๑. มาตังคชาดก (๔๙๗) ว่าด้วยอานุภาพของฤๅษีมาตังคะ (มัณฑัพยกุมารตรัสกับมาตังคดาบสว่า)
ท่านมาจากไหนหนอ นุ่งผ้าเก่าขาดกะรุ่งกะริ่งเหมือนปีศาจคลุกฝุ่น สวมใส่เศษผ้าจากกองขยะไว้จนถึงคอ ท่านไม่ใช่ทักขิไณยบุคคล เป็นใครกันแน่ (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
ขอถวายพระพรพระองค์ผู้เพียบพร้อมด้วยยศ พราหมณ์ทั้งหลายย่อมขบฉันและดื่มกินอาหาร ที่พระองค์ทรงตระเตรียมไว้ พระองค์ก็ทรงรู้ว่า อาตมาอาศัยอาหารที่ผู้อื่นให้เลี้ยงชีวิต ขอคนจัณฑาลจงได้ก้อนข้าวที่ต้องการลุกขึ้นยืนรับเถิด (มัณฑัพยกุมารตรัสว่า)
อาหารนี้เราตระเตรียมไว้สำหรับพราหมณ์ทั้งหลาย อาหารนี้ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ตน สำหรับเราผู้เชื่อมั่น ท่านจงหลีกไปแต่ที่นี้เถิด จะยืนอยู่ทำไม พราหมณ์ผู้ชั่วช้า คนเช่นเราจะไม่ให้ท่าน (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
คนทั้งหลายเมื่อหวังผลย่อมหว่านพืชลงในนาดอน ๑ ในนาลุ่ม ๑ ในที่ไม่ใกล้แม่น้ำ ๑ ด้วยความเชื่อนั้น ขอพระองค์จงให้ทาน พึงให้ทักขิไณยบุคคลยินดีได้แน่แท้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑. มาตังคชาดก (๔๙๗) (มัณฑัพยกุมารตรัสว่า)
เรารู้แจ้งเนื้อนาบุญเป็นที่ประดิษฐานเมล็ดพืชทั้งหลายในโลก เนื้อนาบุญ คือ พราหมณ์ทั้งหลายที่เกิดโดยชาติและมนต์ นับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่มีศีลเป็นที่รักยิ่ง (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
ก็อคุณธรรมเหล่านี้ คือ ความเมาเพราะชาติ ๑ ความมีมานะจัด ๑ โลภะ ๑ โทสะ ๑ มทะ ๑ โมหะ ๑ ทุกอย่างมีอยู่ในเนื้อนาบุญเหล่าใด เนื้อนาบุญเหล่านั้นนับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่ไม่มีศีลเป็นที่รักในโลก
อคุณธรรมเหล่านี้ คือ ความเมาเพราะชาติ ๑ ความมีมานะจัด ๑ โลภะ ๑ โทสะ ๑ มทะ ๑ โมหะ ๑ ทุกอย่างไม่มีอยู่ในเนื้อนาบุญเหล่าใด เนื้อนาบุญเหล่านั้นนับว่าเป็นเนื้อนาบุญที่มีศีลเป็นที่รักในโลก (เมื่อพระโพธิสัตว์กล่าวความนี้ซ้ำอีก มัณฑัพยกุมารทรงกริ้วแล้วตรัสว่า)
เจ้าอุปโชติยะ เจ้าอุปัชฌายะ และเจ้าภัณฑกุจฉิไปไหนกันหมด พวกเจ้าจงเฆี่ยนตี จงทำร้ายเจ้าดาบสนี้ แล้วจับคอเจ้าคนชั่ว ไสหัวมันออกไป (พระโพธิสัตว์เหาะไปอยู่ในอากาศกราบทูลว่า)
พระองค์ทรงด่าว่าฤๅษีชื่อว่าขุดภูเขาด้วยเล็บ เคี้ยวกินก้อนเหล็กด้วยฟันและพยายามกลืนกินไฟ (พระศาสดาทรงประกาศข้อความนั้นว่า)
มาตังคฤๅษีครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว มีความบากบั่นแน่วแน่ในสัจจะ เมื่อพราหมณ์ทั้งหลายเห็นอยู่ ได้เหาะหนีไปในอากาศ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๗๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑. มาตังคชาดก (๔๙๗) (นางทิฏฐมังคลิการีบเสด็จไปโดยเร็วเห็นว่า)
ศีรษะบิดกลับไปข้างหลัง แขนกางออกใช้การไม่ได้ นัยน์ตาขาวเหมือนนัยน์ตาของคนตายแล้ว ใครหนอได้กระทำบุตรของดิฉันนี้ให้เป็นอย่างนี้ (ชนผู้อยู่ในที่นั้นบอกนางว่า)
สมณะนุ่งผ้าเก่าขาดกะรุ่งกะริ่งเหมือนปีศาจคลุกฝุ่น สวมใส่เศษผ้าจากกองขยะไว้จนถึงคอได้มา ณ ที่นี้ สมณะรูปนั้นได้กระทำบุตรของท่านนี้ให้เป็นอย่างนี้ (นางทิฏฐมังคลิกาถามว่า)
พ่อมาณพ สมณะผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน ได้ไปยังทิศไหนเสียเล่า ขอท่านโปรดบอกเนื้อความนั้นแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไปขอโทษท่าน ทำอย่างไร ข้าพเจ้าจึงจะได้ชีวิตของบุตรนั้นคืนมา (มาณพทั้งหลายผู้อยู่ในที่นั้นบอกว่า)
ฤๅษีผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดินได้เหาะไป ดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญลอยอยู่ท่ามกลางนภากาศ อีกอย่างหนึ่ง ฤๅษีผู้เป็นคนดีแม้รูปนั้น ปฏิญญามั่นอยู่ด้วยสัจจะ ได้ไปทางทิศบูรพา (นางทิฏฐมังคลิกาจะถามพระโพธิสัตว์ว่า)
ศีรษะบิดกลับไปข้างหลัง แขนกางออกใช้การไม่ได้ นัยน์ตาขาวเหมือนนัยน์ตาของคนตายแล้ว ใครหนอได้กระทำบุตรของดิฉันนี้ให้เป็นอย่างนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๗๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑. มาตังคชาดก (๔๙๗) (พระโพธิสัตว์มาตังคบัณฑิตกล่าวตอบนางว่า)
ยักษ์ทั้งหลายผู้มีอานุภาพมากยังมีอยู่แล ก็ยักษ์เหล่านั้นได้ติดตามฤๅษีทั้งหลายผู้เป็นคนดี ทราบว่าบุตรของท่านมีจิตประทุษร้าย โกรธเคืองจึงได้ทำให้เป็นอย่างนี้ (นางทิฏฐมังคลิกากล่าวว่า)
ก็ยักษ์ทั้งหลายได้กระทำบุตรของดิฉันให้เป็นอย่างนี้ ส่วนพระคุณเจ้าผู้ประพฤติพรหมจรรย์อย่าโกรธบุตรดิฉันเลย พระคุณเจ้าผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร ดิฉันขอถึงพระคุณเจ้าเท่านั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึก เป็นบาทเบื้องต้น ดิฉันได้ติดตามมาด้วยความโศกถึงบุตร (พระโพธิสัตว์มาตังคบัณฑิตกล่าวว่า)
ทั้งในกาลนั้น ทั้งเดี๋ยวนี้ การคิดประทุษร้ายทางใจบางอย่าง ของอาตมาก็ไม่มีแก่อาตมา ส่วนบุตรของท่านเป็นผู้มัวเมาเพราะ ความเมาในพระเวท เรียนจบพระเวทแล้วหารู้จักประโยชน์ไม่ (นางทิฏฐมังคลิกากล่าวว่า)
แน่นอน ท่านผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสาร ธรรมดาคนเรา สัญญาย่อมเลือนไปเพียงชั่วครู่ พระคุณเจ้าผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน ขอพระคุณเจ้าจงอดโทษสักครั้งหนึ่งเถิด บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่มีความโกรธรุนแรง (พระโพธิสัตว์มาตังคบัณฑิตผู้ถูกนางทิฏฐมังคลิกาอ้อนวอนขอโทษให้บุตร จึงกล่าวว่า)
นี้ก้อนข้าวที่อาตมาฉันเหลือ มัณฑัพยบุตรของท่านผู้มีปัญญาน้อยจงบริโภค ยักษ์ทั้งหลายไม่พึงเบียดเบียนมัณฑัพยบุตรของท่าน และบุตรของท่านจักเป็นผู้ไม่มีโรค {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๗๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๒. จิตตสัมภูตชาดก (๔๙๘) (ลำดับนั้น มารดากล่าวกับบุตรว่า)
พ่อมัณฑัพยะ เจ้าเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา ไม่ฉลาดต่อบุคคลผู้เป็นเนื้อนาบุญ ได้ให้ทานในบุคคลผู้มีกิเลสเพียงดังน้ำฝาดมากมาย ผู้มีการงานเศร้าหมอง ไม่สำรวม
บางพวกเกล้าผมเป็นชฎา บางพวกนุ่งหนังสัตว์ บางพวกปากมีหนวดรุงรังเหมือนบ่อน้ำเก่า เจ้าจงดูหมู่ชนนี้ มีรูปทราม มวยผมและหนังสัตว์คุ้มครองคนมีปัญญาทรามไม่ได้
ชนเหล่าใดคลายราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว ชนเหล่านั้นมีอาสวะสิ้นแล้ว เป็นพระอรหันต์ ทานที่บุคคลถวายแล้วในท่านเหล่านั้นมีผลมาก มาตังคชาดกที่ ๑ จบ