๕. โรหณมิคชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๕. โรหณมิคชาดก (๕๐๑) ว่าด้วยพญาเนื้อชื่อโรหณะ (พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาเนื้อโรหณะพบเนื้อจิตตกะตัวน้อง จึงกล่าวว่า)
พ่อจิตตกะ ฝูงเนื้อเหล่านั้นกลัวตายจึงพากันหลบหนีไป ถึงเจ้าก็จงหนีไปเถิด อย่าห่วงใยพี่เลย ฝูงเนื้อเหล่านั้นจักมีชีวิตอยู่ร่วมกับเจ้า (เนื้อจิตตกะตอบว่า)
พี่โรหณะ ฉันไม่ไป ถึงใครจักควักดวงใจฉันไป ฉันก็จักไม่ละทิ้งพี่ไป ฉันจักสละชีวิตทิ้งไว้ ณ ที่นี่ (พญาเนื้อโรหณะกล่าวว่า)
ก็บิดามารดาผู้ตาบอดของพวกเรา ท่านทั้ง ๒ นั้นไม่มีผู้นำจักต้องตายแน่ ถึงเจ้าก็จงหนีไปเถิด อย่าห่วงใยพี่เลย ท่านทั้ง ๒ นั้นจักมีชีวิตอยู่ร่วมกับเจ้า (เนื้อจิตตกะกล่าวว่า)
พี่โรหณะ ฉันไม่ไป ถึงใครจักควักดวงใจฉันไป ฉันก็จักไม่ละทิ้งพี่ผู้ติดบ่วงไป ฉันจักสละชีวิตทิ้งไว้ ณ ที่นี่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๕. โรหณมิคชาดก (๕๐๑) (พระโพธิสัตว์โรหณะเห็นน้องสุตนากลับมา จึงกล่าวว่า)
หนีไปเถิด น้องหญิงผู้มีความกลัว เจ้าจงหนีไป พี่ติดบ่วงที่ล่ามติดกับเหล็ก ถึงเจ้าก็จงหนีไปเถิด อย่าห่วงใยพี่เลย ฝูงเนื้อเหล่านั้นจักมีชีวิตอยู่ร่วมกับเจ้า (เนื้อสุตนากล่าวว่า)
พี่โรหณะ ฉันไม่ไป ถึงใครจักควักดวงใจฉันไป ฉันก็จักไม่ละทิ้งพี่ไป ฉันจักสละชีวิตทิ้งไว้ ณ ที่นี่ (พญาเนื้อโพธิสัตว์โรหณะกล่าวว่า)
ก็บิดามารดาผู้ตาบอดของพวกเรา ท่านทั้ง ๒ นั้นไม่มีผู้นำจักต้องตายแน่ ถึงเจ้าก็จงหนีไปเถิด อย่าห่วงใยพี่เลย ท่านทั้ง ๒ นั้นจักมีชีวิตอยู่ร่วมกับเจ้า (เนื้อสุตนาตอบว่า)
พี่โรหณะ ฉันไม่ไป ถึงใครจักควักดวงใจฉันไป ฉันก็จักไม่ละทิ้งพี่ผู้ติดบ่วงไป ฉันจักสละชีวิตทิ้งไว้ ณ ที่นี่ (พญาเนื้อโพธิสัตว์โรหณะเห็นนายพรานกำลังเดินมา จึงกล่าวว่า)
นั่นไง นายพรานผู้โหดร้ายพร้อมทั้งอาวุธ ผู้จักใช้ลูกศรหรือหอกฆ่าพวกเราในวันนี้กำลังเดินมา (พระศาสดาทรงประกาศข้อความนั้นว่า)
นางลูกเนื้อนั้น ถูกภัยบีบคั้นคุกคามวิ่งหนีไปครู่หนึ่ง ถึงจะมีความกลัวแต่ก็ได้ทำสิ่งที่ทำได้แสนยาก ได้กลับมาเผชิญหน้าต่อความตาย (นายพรานถามเหตุผลที่เนื้อ ๒ ตัวเป็นอะไรกับพญาเนื้อว่า)
เนื้อทั้ง ๒ นี้เป็นอะไรกับเจ้าหนอ พ้นไปแล้วยังกลับมาหาเจ้าผู้ติดบ่วงอีก พวกเขาไม่ปรารถนาจะทิ้งเจ้าไปแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๙๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๕. โรหณมิคชาดก (๕๐๑)
เนื้อทั้ง ๒ นี้เป็นอะไรกับเจ้าหนอ พ้นไปแล้วยังกลับมาหาเจ้าผู้ติดบ่วงอีก พวกเขาไม่ปรารถนาจะทิ้งเจ้าไปแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต (ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ได้บอกแก่นายพรานนั้นว่า)
นายพราน เขาทั้ง ๒ เป็นพี่น้อง ร่วมท้องมารดาเดียวกันกับข้าพเจ้า พวกเขาจึงไม่ปรารถนาจะทิ้งข้าพเจ้าไปแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต (พญาเนื้อจิตตกะรู้ว่านายพรานมีจิตอ่อนโยนจึงกล่าวเหตุผลต่างๆ ว่า)
ก็บิดามารดาผู้ตาบอดของพวกเรา ท่านทั้ง ๒ นั้นไม่มีผู้นำจักต้องตายแน่ ขอท่านจงให้ชีวิตแก่พวกเราทั้ง ๕ โปรดปล่อยพี่ชายของพวกเราเถิด พ่อพราน (นายพรานนั้นฟังธรรมของเนื้อจิตตกะแล้วมีจิตเลื่อมใส จึงกล่าวปลอบโยนว่า)
เรานั้นจะปล่อยเนื้อที่เลี้ยงบิดามารดา ขอบิดามารดาของพวกเจ้าจงรื่นเริงบันเทิงใจ เพราะได้เห็นพญาเนื้อหลุดพ้นจากบ่วงแล้วเถิด (เนื้อจิตตกะพบพระโพธิสัตว์แล้วดีใจจึงอนุโมทนาแก่นายพรานว่า)
นายพราน วันนี้ข้าพเจ้าเห็นพญาเนื้อ พ้นจากอันตรายแล้วย่อมร่าเริงฉันใด ขอท่านพร้อมกับญาติทั้งหมดจงร่าเริงฉันนั้นเถิด (บิดามารดาถามถึงเหตุที่พญาเนื้อโรหณะหลุดจากบ่วงว่า)
เมื่อชีวิตเข้ามาใกล้ความตาย เจ้าหลุดพ้นมาได้อย่างไร ลูกรัก ทำไมนายพรานจึงได้ปลดปล่อยเจ้าออกจากบ่วงเสียเล่า (พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
น้องจิตตกะ เมื่อกล่าววาจาอันไพเราะหู จับจิตจับใจ ซาบซึ้งตรึงใจ ช่วยให้ลูกหลุดพ้นมาได้ด้วยวาจาสุภาษิต
น้องสุตนา เมื่อกล่าววาจาอันไพเราะหู จับจิตจับใจ ซาบซึ้งตรึงใจ ช่วยให้ลูกหลุดพ้นมาได้ด้วยวาจาสุภาษิต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๙๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๕. โรหณมิคชาดก (๕๐๑)
เพราะฟังวาจาไพเราะหู จับจิตจับใจ ซาบซึ้งตรึงใจ และเพราะได้ฟังวาจาสุภาษิต นายพรานจึงได้ปล่อยลูกมา (บิดามารดาอนุโมทนาต่อนายพรานว่า)
ขอให้นายพรานจงรื่นเริงบันเทิงใจพร้อมกับบุตรและภรรยา เหมือนพวกเรารื่นเริงบันเทิงใจในวันนี้ เพราะได้เห็นพ่อโรหณะกลับมา (พระราชาทรงเห็นนายพรานมาเฝ้า จึงตรัสว่า)
นายพราน เจ้าได้กล่าวไว้แล้วว่า จักนำตัวเนื้อหรือหนังมามิใช่หรือ ก็เพราะเหตุอะไรเล่า เจ้าจึงไม่นำตัวเนื้อหรือหนังมาเลย (นายพรานกราบทูลว่า)
พญาเนื้อได้มาสู่เงื้อมมือและได้ติดบ่วงแล้ว แต่เนื้อที่ไม่ติดบ่วง ๒ ตัวได้เข้ามาหาพญาเนื้อนั้น
ข้าพระองค์นั้นได้มีความสังเวช ขนพองสยองเกล้า ไม่เคยเป็นมาก่อนว่า ถ้าเราฆ่าเนื้อตัวนี้ เราจักเสียชีวิตในวันนี้ (พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว ตรัสว่า)
นายพราน เนื้อเหล่านั้นเป็นเช่นไร มีธรรมเช่นไร มีสีสันอย่างไร มีปกติอย่างไร เจ้าจึงสรรเสริญพวกมันเสียหนักหนา (นายพรานกราบทูลว่า)
เนื้อเหล่านั้นมีเขาสีขาว ขนหางสะอาด ผิวหนังประดุจทองคำ เท้าแดง ดวงตาเยิ้ม เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๙๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๖. จูฬหังสชาดก (๕๐๒) (นายพรานประกาศสีกายของเนื้อเหล่านั้นว่า)
ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ เนื้อเหล่านั้นเป็นเช่นนี้ มีธรรมเช่นนี้ เป็นผู้เลี้ยงดูบิดามารดา ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าจึงมิได้นำมาถวายพระองค์ (พระราชาทรงพอพระทัยแล้วทรงรับสั่งปูนบำเหน็จชุบเลี้ยงบุตรนายพรานด้วย ยศใหญ่โดยตรัสว่า)
พ่อพราน เราจะให้ทองคำแก่ท่าน ๑๐๐ แท่ง ต่างหูแก้วมณีที่มีค่ามาก และบัลลังก์ ๔ เหลี่ยม มีสีอันเป็นสิริคล้ายดอกสามหาว
ภรรยาที่เหมาะสมกัน ๒ คน และโคอุสภะอีก ๑๐๐ ตัว เราจักครอบครองราชสมบัติโดยธรรม พ่อพราน ท่านมีอุปการะแก่เรามาก
พ่อพราน ท่านจงเลี้ยงดูภรรยาด้วยกสิกรรม พาณิชกรรม การให้กู้หนี้ และการเที่ยวแสวงหาโดยธรรมเถิด อย่าได้กระทำบาปอีกเลย โรหณมิคชาดกที่ ๕ จบ