๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก (๕๐๘) ๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก (๕๐๘) ว่าด้วยบัณฑิต ๕ คน (พระราชาทรงรับที่จะทดลองมโหสธบัณฑิต จึงตรัสสั่งว่า)
ท่านบัณฑิตทั้ง ๕ มากันพร้อมแล้ว ปัญหาแจ่มแจ้งแก่เรา ขอพวกท่านจงสดับ เรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับของเรา ควรเปิดเผยแก่ใครดี (เสนกบัณฑิตกราบทูลว่า)
ขอเดชะพระภูมิบาล ขอพระองค์ทรงเปิดเผยก่อน พระองค์ทรงชุบเลี้ยงข้าพระพุทธเจ้า ทรงอดกลั้นต่อภาระอันหนัก โปรดแถลงเนื้อความก่อน ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน นักปราชญ์ทั้ง ๕ พิจารณา สิ่งที่พอพระทัยและสิ่งที่ถูกพระอัธยาศัยของพระองค์แล้ว จะกราบทูลต่อภายหลัง (ลำดับนั้น พระราชาตรัสคาถานี้ด้วยความที่พระองค์ทรงตกอยู่ในอำนาจ กิเลสว่า)
บุคคลควรเปิดเผยเรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับ แก่ภรรยาผู้มีศีล ไม่นอกใจสามี คล้อยตามอำนาจความพอใจของสามี เป็นที่รักที่โปรดปรานของสามี (แต่นั้น เสนกบัณฑิตยินดีแล้วเมื่อจะแสดงเหตุที่ตนทำไว้เอง จึงกราบทูลว่า)
บุคคลควรเปิดเผยเรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับ แก่เพื่อนผู้เป็นที่พึ่งที่พำนัก และผู้เป็นทางดำเนินของเพื่อนผู้ตกยากทุรนทุรายได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก (๕๐๘) (ปุกกุสบัณฑิตถูกพระราชาตรัสถาม จึงกราบทูลว่า)
บุคคลพึงเปิดเผยเรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับ แก่พี่ชายคนโต คนกลาง หรือแก่น้องชาย ผู้มีศีลตั้งมั่น มีตนมั่นคง (กามินทบัณฑิตถูกพระราชาตรัสถาม จึงกราบทูลว่า)
บุคคลพึงเปิดเผยเรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับ แก่บุตรผู้ปรนนิบัติรับใช้บิดา ผู้เป็นอนุชาตบุตรคล้อยตามบิดา มีปัญญาไม่ต่ำทราม (เทวินทบัณฑิตถูกพระราชาตรัสถาม จึงกราบทูลว่า)
ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ประเสริฐกว่ามนุษย์ทั้งหลาย บุคคลพึงเปิดเผยเรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับ แก่มารดาผู้เลี้ยงดูบุตรด้วยความรักความพอใจ (มโหสธบัณฑิตกราบทูลเหตุแห่งความลับว่า)
ธรรมดาความลับปกปิดไว้เท่านั้นเป็นการดี การเปิดเผยความลับบัณฑิตไม่สรรเสริญ เพราะเมื่อความปรารถนายังไม่สำเร็จ นักปราชญ์พึงอดกลั้นไว้ก่อน ความปรารถนาสำเร็จแล้ว พึงพูดได้ตามสบาย (ฝ่ายพระนางอุทุมพรเทวีทูลถามถึงเหตุแห่งความโศกของพระราชาว่า)
ขอเดชะพระราชาผู้ประเสริฐ เพราะเหตุไร พระองค์ทรงมีพระทัยวิปริตไป ขอเดชะพระองค์ผู้จอมมนุษย์ หม่อมฉันขอฟังพระดำรัสของพระองค์ พระองค์ทรงดำริอย่างไรหรือ จึงทรงโทมนัส ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ หม่อมฉันไม่มีความผิดเลยหรือเพคะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก (๕๐๘) (ลำดับนั้น พระราชาตรัสตอบพระนางว่า)
ในเพราะปัญหาว่า มโหสธบัณฑิตจะถูกฆ่า มโหสธผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน ถูกพี่สั่งฆ่า พี่คิดถึงเรื่องนั้นจึงเสียใจ พระเทวี น้องไม่มีความผิดหรอก (พระราชาทรงทำเหมือนไม่ทรงทราบอะไร ตรัสถามมโหสธบัณฑิตว่า)
เจ้าไปตั้งแต่พลบค่ำ เพิ่งจะมาเดี๋ยวนี้ เพราะได้ฟังเรื่องอะไรหรือ ใจของเจ้าจึงหวาดระแวง เชิญเถิด เจ้าผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน ใครได้เรียนอะไรให้เจ้าฟัง เราขอฟังคำนั้น เจ้าจงเล่าเรื่องนั้นให้เราฟัง (พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตทูลเตือนพระราชาว่า)
ในปัญหาว่า มโหสธจะถูกฆ่า ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ก็เพราะพระองค์เสด็จอยู่ในที่ลับ ได้ตรัสบอกเรื่องที่พระองค์ทรงปรึกษาแล้วแก่พระเทวีตอนกลางคืน ความลับนั้นพระเทวีทรงเปิดเผยแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังมา (พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตกราบทูลความลับของเสนกบัณฑิตก่อนว่า)
ท่านเสนกบัณฑิตได้ทำกรรมชั่ว เยี่ยงอสัตบุรุษอันใดไว้ที่ป่าไม้รัง เขาอยู่ในที่ลับแล้วได้บอกแก่เพื่อนคนหนึ่ง ความลับนั้นท่านเสนกบัณฑิตได้เปิดเผยแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังมา (พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตกราบทูลความลับของปุกกุสบัณฑิตว่า)
ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน โรคอันไม่คู่ควรแก่พระราชา เกิดขึ้นแล้วแก่ปุกกุสะบุรุษของพระองค์ เขาอยู่ในที่ลับได้บอกแก่พี่น้องชายคนหนึ่ง ความลับนั้นท่านปุกกุสบุรุษได้เปิดเผยแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังมา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก (๕๐๘) (พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตกราบทูลความลับของกามินทบัณฑิตว่า)
กามินทบัณฑิตผู้นี้มีอาพาธเยี่ยงอสัตบุรุษ ถูกนรเทพเข้าสิง เขาอยู่ในที่ลับได้บอกแก่บุตรชาย ความลับนั้นกามินทบัณฑิตได้เปิดเผยแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังมา (พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตเมื่อจะกราบทูลความลับของเทวินทบัณฑิต จึงกล่าวคาถานี้ว่า)
ท้าวสักกเทวราชได้ทรงประทานแก้วมณี ๘ เหลี่ยม อันรุ่งเรืองยิ่งนักแด่พระอัยยกาของพระองค์ บัดนี้ แก้วมณีนั้นตกอยู่ในมือของเทวินทบัณฑิต เขาอยู่ในที่ลับได้บอกแก่มารดา ความลับนั้นท่านเทวินทบัณฑิตได้เปิดเผยแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังมา (พระโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาแล้วแสดงธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไปว่า)
ธรรมดาความลับปกปิดไว้เท่านั้นเป็นการดี การเปิดเผยความลับบัณฑิตไม่สรรเสริญ เพราะเมื่อความปรารถนายังไม่สำเร็จ นักปราชญ์พึงอดกลั้นไว้ก่อน ความปรารถนาสำเร็จแล้ว พึงพูดได้ตามสบาย
บัณฑิตไม่พึงเปิดเผยความลับ พึงรักษาความลับนั้นไว้เหมือนรักษาขุมทรัพย์ เพราะว่าความลับบุคคลรู้อยู่ ไม่เปิดเผยได้เป็นการดี
บัณฑิตไม่ควรบอกความลับแก่สตรี ๑ ศัตรู ๑ คนที่ใช้อามิสล่อ ๑ คนผู้ล้วงความลับ ๑ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๓. หัตถิปาลชาดก (๕๐๙)
คนผู้รู้ความลับที่ผู้อื่นไม่รู้ เพราะกลัวความลับที่ปรึกษาหารือกันไว้จะแตก ย่อมอดกลั้นไว้ดุจบุคคลผู้เป็นทาสเขา
คนมีประมาณเท่าใดล่วงรู้ความลับที่เขาปรึกษากัน คนมีประมาณเท่านั้นเป็นบุคคลที่น่าหวาดกลัวของเขา เพราะฉะนั้น บุคคลไม่ควรเปิดเผยความลับ
ในเวลากลางวันควรพูดความลับในที่สงัด เวลากลางคืนไม่ควรพูดดังเกินไป เพราะเหตุว่าคนแอบฟังได้ยินความลับที่ปรึกษากันเข้า ความลับนั้นจะถึงการแพร่งพรายโดยเร็วพลัน ปัญจปัณฑิตชาดกที่ ๑๒ จบ