คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๗๑ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) ว่าด้วยจันทกุมารทรงบำเพ็ญขันติบารมี

๙๘๒

พระเจ้าเอกราช ผู้มีกรรมหยาบช้า ประทับอยู่ในกรุงบุปผวดี ท้าวเธอตรัสถามขัณฑหาลปุโรหิต ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพราหมณ์ ผู้เป็นคนหลงว่า

๙๘๓

ท่านพราหมณ์ ท่านฉลาดในสุจริตธรรมและอาจารวินัย ขอจงบอกทางสวรรค์แก่เรา อย่างที่นรชนทำบุญแล้ว จากโลกนี้จะไปสู่สุคติภพเถิด (ขัณฑหาลปุโรหิตกราบทูลว่า)

๙๘๔

ข้าแต่สมมติเทพ เหล่านรชนให้ทานยิ่งกว่าทาน ฆ่าคนที่ไม่น่าจะฆ่า ทำบุญแล้วย่อมไปสู่สวรรค์ได้อย่างนี้ (พระราชาตรัสว่า)

๙๘๕

ก็ทานที่ยิ่งกว่าทานนั้นคืออะไร และคนจำพวกไหนเป็นผู้ไม่น่าจะฆ่าในโลกนี้ ขอท่านจงบอกข้อนั้นแก่เรา เราจักบูชายัญ จักให้ทาน (ขัณฑหาลปุโรหิตกราบทูลว่า)

๙๘๖

ข้าแต่สมมติเทพ ควรบูชายัญด้วยพระราชโอรส พระราชธิดา พระมเหสี ชาวนิคม โคอุสภราช และม้าอาชาไนย อย่างละ ๔ ควรบูชายัญด้วยของครบอย่างละ ๔ พระเจ้าข้า @เชิงอรรถ : @ พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ ทรงปรารภพระเทวทัตตรัสจันทกุมารชาดกซึ่งมีคำเริ่มต้นว่า @มีพระราชาผู้ทรงทำกรรมหยาบช้า ดังนี้เป็นต้น (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๙๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๓๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๙๘๗

ในพระราชวังมีเสียงระเบ็งเซ็งแซ่เป็นอันเดียวกัน เพราะได้ยินคำว่า พระกุมาร พระกุมารี และพระมเหสีจะถูกประหาร (พระราชาตรัสว่า)

๙๘๘

ขอพวกท่านจงไปทูลพระกุมารทั้งหลาย คือ จันทกุมาร สุริยกุมาร ภัททเสนกุมาร สูรกุมาร และวามโคตตกุมารเถิดว่า “ได้ยินว่า พวกท่านจงรวมกันเป็นหมู่ในที่เดียวกัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ”

๙๘๙

ขอพวกเจ้าจงไปทูลพระกุมารีทั้งหลาย คือ อุปเสนากุมารี โกกิลากุมารี มุทิตากุมารี และนันทากุมารีเถิดว่า “ได้ยินว่า พวกท่านจงรวมกันเป็นหมู่อยู่ในที่เดียวกัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ”

๙๙๐

อนึ่ง พวกเจ้าจงไปทูลพระนางวิชยา พระนางเอราวดี พระนางเกศินี และพระนางสุนันทาผู้เป็นมเหสีของเรา ผู้ซึ่งประกอบด้วยลักษณะอันประเสริฐเถิดว่า “ได้ยินว่า พวกท่านจงรวมกันเป็นหมู่อยู่ในที่เดียวกัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ”

๙๙๑

พวกท่านจงไปบอกพวกคหบดี คือ ปุณณมุขคหบดี ภัททิยคหบดี สิงคาลคหบดี และวัฑฒคหบดีเถิดว่า “ได้ยินว่า พวกท่านจงรวมกันเป็นหมู่อยู่ในที่เดียวกัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๓๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

๙๙๒

คหบดีเหล่านั้นมีบุตรและภรรยามาก ต่างก็มาพร้อมกัน ณ ที่นั้น ได้กราบทูลพระราชาว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์จงไว้จุก แก่ข้าพระองค์ทั้งหมดเถิด อีกอย่างหนึ่ง ขอให้ทรงประกาศพวกข้าพระองค์เป็นข้าทาสเถิด” (พระราชาตรัสว่า)

๙๙๓

พวกท่านจงรีบนำช้างทั้งหลายของเรามา คือ ช้างอภยังกร ช้างนาฬาคีรี ช้างอัจจุคคตะ ช้างวรุณทันตะ ช้างเหล่านั้นจักเป็นประโยชน์แก่การบูชายัญ

๙๙๔

พวกท่านจงรีบไปนำม้าอัสดรของเรามา คือ ม้าเกศี ม้าสุรามุขะ ม้าปุณณกะ ม้าวินตกะ ม้าเหล่านั้นจักเป็นประโยชน์แก่การบูชายัญ

๙๙๕

ขอพวกท่านจงรีบไปนำเอาโคอุสภะของเรามา คือ โคยูถปติ โคอโนชะ โคนิสภะ และโคควัมปติ จงต้อนโคเหล่านั้นทั้งหมดเข้าเป็นหมู่ เราจักบูชายัญ จักให้ทาน

๙๙๖

พวกท่านจงตระเตรียมยัญทุกอย่างไว้ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น เราจักบูชายัญ พวกท่านจงบังคับเหล่ากุมารมาว่า จงรื่นรมย์ตลอดราตรีนี้เถิด @เชิงอรรถ : @ ไว้จุก หมายถึงทำให้เป็นผู้รับใช้ ทำให้เป็นทาส (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๙๙๒/๑๐๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๓๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๙๙๗

พวกท่านจงตั้งยัญทุกอย่างไว้ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น เราจักบูชายัญ พวกเจ้าจงไปทูลพระกุมาร ณ บัดนี้ วันนี้แหละเป็นคืนสุดท้าย (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

๙๙๘

พระมารดาเสด็จมาจากพระตำหนัก ทรงกันแสงพลางตรัสถามพระเจ้าเอกราชนี้นั้นว่า “ลูกรัก ได้ยินว่า พ่อจักบูชายัญด้วยพระโอรสทั้ง ๔ หรือ” (พระราชากราบทูลว่า)

๙๙๙

เมื่อจะต้องฆ่าจันทกุมาร บุตรแม้ทุกคนหม่อมฉันก็สละได้ หม่อมฉันบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายแล้ว จักไปสู่สุคติโลกสวรรค์ (พระราชมารดาตรัสว่า)

๑๐๐๐

ลูกเอ๋ย พ่ออย่าเชื่อคำนั้นที่ว่า “สุคติจะมีได้เพราะใช้บุตรบูชายัญ เพราะว่า นั้นเป็นทางไปนรก ไม่ใช่ทางไปสวรรค์”

๑๐๐๑

ลูกโกณฑัญญะเอ๋ย พ่อจงให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง นี้เป็นทางไปสู่สุคติ และทางไปสู่สุคติมิใช่เพราะใช้บุตรบูชายัญ (พระราชากราบทูลว่า)

๑๐๐๒

คำของอาจารย์ทั้งหลายมีว่า “หม่อมฉันจักฆ่าทั้งจันทกุมารและสุริยกุมาร หม่อมฉันบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายที่สละได้ยากแล้ว จักไปสู่สุคติโลกสวรรค์” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๓๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

๑๐๐๓

แม้แต่พระเจ้าวสวัตดีพระราชบิดา ได้ตรัสถามพระราชโอรสของพระองค์นั้นว่า “ลูกรัก ได้ยินว่า พ่อจักบูชายัญด้วยโอรสทั้ง ๔ หรือ” (พระราชากราบทูลว่า)

๑๐๐๔

เมื่อจะต้องฆ่าจันทกุมาร บุตรแม้ทุกคนหม่อมฉันก็สละได้ หม่อมฉันบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายแล้ว จักไปสู่สุคติโลกสวรรค์ (พระราชบิดาตรัสว่า)

๑๐๐๕

ลูกเอ๋ย พ่ออย่าเชื่อคำนั้นที่ว่า “สุคติจะมีได้เพราะใช้บุตรบูชายัญ เพราะว่า นั้นเป็นทางไปนรก มิใช่ทางไปสู่สวรรค์

๑๐๐๖

ลูกโกณฑัญญะเอ๋ย พ่อจงให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง นี้เป็นทางไปสู่สุคติ และทางไปสู่สุคติมิใช่เพราะใช้บุตรบูชายัญ (พระราชากราบทูลว่า)

๑๐๐๗

คำของอาจารย์ทั้งหลายมีว่า “หม่อมฉันจักฆ่าทั้งจันทกุมารและสุริยกุมาร หม่อมฉันบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายที่สละได้ยากแล้ว จักไปสู่สุคติโลกสวรรค์” (พระราชบิดาตรัสว่า)

๑๐๐๘

ลูกโกณฑัญญะเอ๋ย พ่อจงให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง พ่อจงเป็นผู้มีบุตรห้อมล้อม รักษารัฐและชนบทเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (จันทกุมารกราบทูลว่า)

๑๐๐๙

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นข้าทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะเลี้ยงช้างและม้าให้เขาได้

๑๐๑๐

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลช้างให้เขาได้

๑๐๑๑

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลม้าให้เขาได้

๑๐๑๒

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิต ตามที่พระองค์มีพระประสงค์เถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกขับไล่จากแคว้น ก็จักเที่ยวภิกขาจารเลี้ยงชีวิต (พระราชาตรัสว่า)

๑๐๑๓

พวกเจ้าพากันพร่ำเพ้ออยู่เพราะรักชีวิต ได้ก่อทุกข์แก่เราแท้ จงปล่อยพวกพระกุมารไป ณ บัดนี้เถิด เราขอเลิกการใช้บุตรบูชายัญ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (ขัณฑหาลปุโรหิตกราบทูลว่า)

๑๐๑๔

เมื่อก่อนทีเดียว ข้าพระองค์ได้กราบทูลพระองค์แล้วว่า การบูชายัญนี้ทำได้ยาก เกิดได้แสนยาก เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร พระองค์จึงทรงทำยัญที่พวกข้าพระองค์ได้ตระเตรียมไว้แล้ว ให้กระจัดกระจายไปเล่า

๑๐๑๕

ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นบูชายัญแทนก็ดี และอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ของเหล่าชนผู้กำลังบูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหมดย่อมไปสู่สุคติ (จันทกุมารกราบทูลว่า)

๑๐๑๖

ข้าแต่สมมติเทพ เพราะเหตุไร เมื่อก่อนพระองค์จึงรับสั่งให้พวกพราหมณ์ กล่าวคำสวัสดีแก่พวกหม่อมฉัน มาภายหลัง พระองค์จะรับสั่งฆ่าพวกหม่อมฉัน เพื่อต้องการจะบูชายัญโดยหาเหตุมิได้

๑๐๑๗

ข้าแต่พระบิดา เมื่อก่อน เวลาที่พวกหม่อมฉันยังเป็นเด็กหนุ่ม พระองค์มิได้ทรงฆ่าเองและมิได้ทรงรับสั่งให้ผู้อื่นฆ่า บัดนี้ พวกหม่อมฉันถึงความเจริญวัยเป็นหนุ่มแน่นแล้ว มิได้คิดประทุษร้ายต่อพระองค์เลย เพราะเหตุไร จึงจะถูกฆ่า

๑๐๑๘

ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตร ข้าพระองค์ทั้งหลายผู้ขึ้นขี่ช้างและม้า ผูกสอดเครื่องรบได้ออกรบแล้วหรือกำลังสู้รบ บุตรทั้งหลายผู้กล้าหาญดังเช่นพวกข้าพระองค์ ย่อมไม่ควรที่จะต้องถูกฆ่าเพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๐๑๙

เมื่อเมืองชายแดน หรือเมื่อพวกโจรในดงกำเริบ ชนทั้งหลายย่อมใช้คนเช่นข้าพระองค์ ข้าแต่พระบิดา แต่พวกข้าพระองค์จะถูกฆ่า ในสถานที่ที่ไม่สมควรโดยหาเหตุมิได้

๑๐๒๐

ข้าแต่สมมติเทพ แม่นกที่เกื้อกูลเหล่าใดพากันทำรังอยู่ ลูกนกทั้งหลายเป็นที่รักของแม่นกเหล่านั้น ส่วนพระองค์รับสั่งให้ฆ่าพวกข้าพระองค์เพราะเหตุไร

๑๐๒๑

ข้าแต่สมมติเทพ อย่าได้ทรงเชื่อขัณฑหาลปุโรหิต ขัณฑหาลปุโรหิตไม่พึงฆ่าข้าพระองค์ เพราะเขาฆ่าข้าพระองค์ได้แล้ว ก็จะพึงฆ่าพระองค์ในอันดับต่อไป

๑๐๒๒

ข้าแต่มหาราช พระราชาทั้งหลาย ย่อมพระราชทานบ้านอย่างดี นิคมอย่างดี แม้แต่โภคทรัพย์แก่พราหมณ์นั้น อนึ่ง พวกพราหมณ์นั้นแม้ได้ข้าวและน้ำอันเลิศในตระกูล ย่อมบริโภคในตระกูล

๑๐๒๓

ข้าแต่มหาราช พวกพราหมณ์ย่อมปรารถนา เพื่อประทุษร้ายต่อผู้ให้ข้าวน้ำเช่นนั้นแม้เหล่านั้น เพราะโดยมากพวกพราหมณ์แม้เหล่านี้ เป็นคนอกตัญญู พระเจ้าข้า

๑๐๒๔

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะเลี้ยงช้างและม้าให้เขาได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๐๒๕

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลช้างให้เขาได้

๑๐๒๖

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลม้าให้เขาได้

๑๐๒๗

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ให้เป็นทาส ของขัณฑหาลปุโรหิตตามที่พระองค์มีพระประสงค์เถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกขับไล่จากแคว้น ก็จักเที่ยวภิกขาจารเลี้ยงชีวิต (พระราชาตรัสว่า)

๑๐๒๘

พวกเจ้าพากันพร่ำเพ้ออยู่เพราะรักชีวิต ได้ก่อทุกข์แก่เราแท้ จงปล่อยพวกพระกุมารทั้งหลายไป ณ บัดนี้เถิด เราขอเลิกการใช้บุตรบูชายัญ (ขัณฑหาลปุโรหิตกราบทูลว่า)

๑๐๒๙

เมื่อก่อนทีเดียว ข้าพระองค์ได้กราบทูลพระองค์แล้วว่า การบูชายัญนี้ทำได้ยาก เกิดได้แสนยาก เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร พระองค์จึงทรงทำยัญที่พวกข้าพระองค์ได้ตระเตรียมไว้แล้ว ให้กระจัดกระจายไปเล่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๐๓๐

ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นบูชายัญแทนก็ดี และอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ของเหล่าชนผู้กำลังบูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหมดย่อมไปสู่สุคติ (จันทกุมารกราบทูลว่า)

๑๐๓๑

ข้าแต่พระราชา ถ้าชนทั้งหลายบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลาย จุติจากโลกนี้แล้วย่อมไปสู่เทวโลกดังได้ยินมา พราหมณ์จงบูชาก่อนเถิด ขอพระองค์ทรงบูชายัญตามในภายหลัง

๑๐๓๒

ถ้าชนทั้งหลายบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลาย จุติจากโลกนี้แล้วย่อมไปสู่เทวโลกดังได้ยินมา ขอขัณฑหาลพราหมณ์ผู้นี้แหละ จงบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายของตนเถิด

๑๐๓๓

ถ้าว่าขัณฑหาลพราหมณ์รู้อยู่อย่างนี้ ทำไมจึงไม่ฆ่าบุตรของตน ไม่ฆ่าคนที่เป็นญาติทุกคนและตนเองเล่า

๑๐๓๔

ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นบูชายัญแทนก็ดี และอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ของเหล่าชนผู้กำลังบูชายัญอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นย่อมไปสู่นรกทุกคน

๑๐๓๕

ก็ถ้าว่าคนผู้ฆ่าผู้อื่นจะบริสุทธิ์ได้ แม้คนผู้ถูกฆ่านั้นก็เข้าถึงแดนสวรรค์ได้ พวกพราหมณ์ก็ควรฆ่าพวกพราหมณ์ และพวกคนที่เชื่อพราหมณ์เหล่านั้นด้วย

๑๐๓๖

ดังที่ได้ยินมา พ่อเรือนและแม่เรือนผู้รักบุตรที่มีอยู่ในนครนี้ ทำไมจึงไม่ทัดทานพระราชาว่า “อย่าทรงฆ่าบุตรผู้เกิดแต่ตนเลย” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๐๓๗

ดังที่ได้ยินมา พ่อเรือนและแม่เรือนผู้รักบุตรที่มีอยู่ในนครนี้ ทำไมจึงไม่ทัดทานพระราชาว่า “อย่าทรงฆ่าบุตรผู้เกิดแต่ตนเลย”

๑๐๓๘

เราเป็นผู้ปรารถนาประโยชน์แก่พระราชา และเป็นผู้เกื้อกูลแก่ชนบททั้งมวล ใครๆ ก็ไม่พึงมีความแค้นเคืองกับเรา ชาวชนบททั้งหลายไม่ช่วยกราบทูลให้พระองค์ได้ทรงทราบเลย

๑๐๓๙

แม่เรือนทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย จงไปกราบทูลพระบิดาและวิงวอนขัณฑหาลพราหมณ์ว่า “ขออย่าฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์”

๑๐๔๐

แม่เรือนทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย จงไปกราบทูลพระบิดาและวิงวอนขัณฑหาลพราหมณ์ว่า “ขออย่าฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้เป็นบุคคลตัวอย่างที่หวังของชาวโลกทั้งมวล”

๑๐๔๑

ไฉนหนอ เราพึงเกิดในตระกูลช่างรถ ตระกูลปุกกุสะ หรือในตระกูลพ่อค้า พระราชาก็ไม่พึงรับสั่งให้ฆ่าเราในการบูชายัญวันนี้ (จันทกุมารตรัสกับพระชายาทั้งหลายว่า)

๑๐๔๒

เจ้าผู้มีความคิดทั้งปวง จงไปหมอบลงแทบเท้า ของผู้เป็นเจ้าขัณฑหาละ เรียนว่า “เรามิได้เห็นความผิดเลย”

๑๐๔๓

เจ้าผู้มีความคิดทั้งปวง จงไปหมอบลงแทบเท้า ของผู้เป็นเจ้าขัณฑหาละ เรียนว่า “ท่านผู้เจริญ เราทั้งหลายได้ประทุษร้ายอะไรท่าน” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

๑๐๔๔

พระเสลาราชกุมารีผู้ควรการุณย์ทรงเห็นพระภาดาทั้งหลาย ที่เขานำมาเพื่อบูชายัญ จึงทรงคร่ำครวญว่า ได้ยินว่า พระบิดาของเราทรงปรารถนาสวรรค์ รับสั่งให้ตั้งพิธีบูชายัญขึ้น

๑๐๔๕

พระวสุลราชนัดดากลิ้งเกลือกไปมาต่อพระพักตร์ ของพระราชากราบทูลว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ข้าพระบาทยังเป็นเด็ก ไม่ถึงความเป็นหนุ่ม ขอพระองค์ได้ทรงโปรดอย่าฆ่าพระบิดาของข้าพระบาทเลย” (พระราชาตรัสว่า)

๑๐๔๖

วสุละ นั่นพ่อเจ้า เจ้าจงไปพร้อมกับพ่อ เจ้าพากันพร่ำเพ้ออยู่ในพระราชวัง ได้ก่อทุกข์ให้แก่เราแท้ จงปล่อยพระกุมารไป ณ บัดนี้เถิด เราขอเลิกการใช้บุตรบูชายัญ (ขัณฑหาลปุโรหิตกราบทูลว่า)

๑๐๔๗

เมื่อก่อนทีเดียว ข้าพระองค์ได้กราบทูลพระองค์แล้วว่า “การบูชายัญนี้ทำได้ยาก เกิดได้แสนยาก เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร พระองค์จึงทรงทำยัญที่พวกข้าพระองค์ได้ตระเตรียมไว้แล้ว ให้กระจัดกระจายไปเล่า

๑๐๔๘

ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นบูชายัญแทนก็ดี และอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ของเหล่าชนผู้กำลังบูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหมดย่อมไปสู่สุคติ

๑๐๔๙

ข้าแต่พระเจ้าเอกราช ข้าพระองค์ได้ตระเตรียม จัดแจงยัญด้วยแก้วสารพัดไว้เพื่อพระองค์แล้ว เชิญเสด็จออกเถิด พระองค์ทรงบูชายัญแล้วจักเสด็จไปสู่สวรรค์ บันเทิงพระหฤทัย พระเจ้าข้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๐๕๐

หญิงสาว ๗๐๐ คนนี้เป็นภรรยาของจันทกุมาร ต่างสยายผมร้องไห้เดินไปตามทาง

๑๐๕๑

ส่วนหญิงอีกพวกหนึ่งก็ออกไปด้วยความเศร้าโศก เหมือนเหล่าเทวดาในอุทยานนันทวัน ต่างสยายผมร้องไห้ไปตามทาง (หญิง ๗๐๐ พร่ำเพ้อว่า)

๑๐๕๒

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไปบูชายัญเพื่อพระเจ้าเอกราช

๑๐๕๓

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไป ทำความเศร้าโศกพระหฤทัยให้แก่พระมารดา

๑๐๕๔

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไป ทำความเศร้าใจให้แก่ประชาชน

๑๐๕๕

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไปบูชายัญเพื่อพระเจ้าเอกราช {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๐๕๖

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำไป ทำความเศร้าโศกพระหฤทัยให้แก่พระราชชนนี

๑๐๕๗

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำไป ทำความเศร้าใจให้แก่ประชาชน

๑๐๕๘

เมื่อก่อน พลช้างตามเสด็จจันทกุมารและสุริยกุมาร ผู้เสด็จขึ้นคอช้างตัวประเสริฐ วันนี้ จันทกุมารและสุริยกุมารทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จดำเนินด้วยพระบาท

๑๐๕๙

เมื่อก่อน พลม้าตามเสด็จจันทกุมารและสุริยกุมาร ผู้เสด็จทรงขึ้นหลังม้าตัวประเสริฐ วันนี้ จันทกุมารและสุริยกุมารทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จดำเนินด้วยพระบาท

๑๐๖๐

เมื่อก่อน พลรถตามเสด็จจันทกุมารและสุริยกุมาร ผู้เสด็จขึ้นทรงรถคันประเสริฐ วันนี้ จันทกุมารและสุริยกุมารทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จดำเนินด้วยพระบาท

๑๐๖๑

เมื่อก่อน จันทกุมารและสุริยกุมาร ที่ราชบุรุษเชิญเสด็จออกด้วยม้าทั้งหลายที่ตกแต่งเครื่องทอง วันนี้ จันทกุมารและสุริยกุมารทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จดำเนินด้วยพระบาท {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (มหาชนเพ้อว่า)

๑๐๖๒

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ ก็จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยพระโอรส ๔ พระองค์

๑๐๖๓

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ ก็จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้นพระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยพระธิดา ๔ พระองค์

๑๐๖๔

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ ก็จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยพระมเหสี ๔ พระองค์

๑๐๖๕

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ ก็จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยคหบดี ๔ คน

๑๐๖๖

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยช้าง ๔ เชือก

๑๐๖๗

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะทรงบูชายัญด้วยม้า ๔ ตัว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๔๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๐๖๘

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะบูชายัญด้วยโคอุสภราช ๔ ตัว

๑๐๖๙

นกเอ๋ย ถ้าเจ้าปรารถนาเนื้อ จงบินไปทางทิศตะวันออกแห่งบุปผวดีนครเถิด ณ ที่นั้น พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จะบูชายัญด้วยสัตว์ทุกจำพวกอย่างละ ๔

๑๐๗๐

นี่ปราสาทของท่านล้วนด้วยทองคำ ห้อยระย้าด้วยพวงมาลัยดอกไม้ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

๑๐๗๑

นี่เรือนยอดของท่านล้วนด้วยทองคำ ห้อยระย้าด้วยพวงมาลัยดอกไม้ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

๑๐๗๒

นี่พระอุทยานของท่าน มีดอกไม้บานสะพรั่งทุกเวลา น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

๑๐๗๓

นี่ป่าอโศกของท่าน มีดอกบานสะพรั่งทุกเวลา น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

๑๐๗๔

นี่ป่ากรรณิการ์ของท่าน มีดอกบานสะพรั่งทุกเวลา น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

๑๐๗๕

นี่ป่าแคฝอยของท่าน มีดอกบานสะพรั่งทุกเวลา น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๐๗๖

นี่สวนมะม่วงของท่าน มีดอกบานสะพรั่งทุกเวลา น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

๑๐๗๗

นี่สระโบกขรณีของท่านที่ดารดาษไปด้วย ดอกบัวหลวง ดอกบัวขาว และเรือที่ขจิตด้วยทองคำ งดงามด้วยลวดลายเครือวัลย์ สุดแสนที่น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

๑๐๗๘

นี่ช้างแก้วของท่าน เป็นช้างงามีกำลังชื่อเอราวัณ บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

๑๐๗๙

นี่ม้าแก้วของท่าน เป็นม้าเร็วมีกีบไม่แตก บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

๑๐๘๐

นี่รถม้าของท่าน เวลาแล่นไปมีเสียงดังก้องไพเราะ เหมือนเสียงนกสาลิกา สวยงามตระการตาด้วยแก้ว ซึ่งเป็นที่ที่พระลูกเจ้าประทับเสด็จไป งดงามเหมือนพวกเทวดาในพระอุทยานนันทวัน บัดนี้ พระลูกเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ถูกเขานำไปเพื่อปลงพระชนม์

๑๐๘๑

ทำไมหนอ พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จักทรงบูชายัญด้วยพระราชโอรสทั้ง ๔ พระองค์ ผู้งดงามทัดเทียมกับทอง มีพระวรกายอันอ่อน ชโลมด้วยจุรณแก่นจันทน์

๑๐๘๒

ทำไมหนอ พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จักทรงบูชายัญด้วยพระราชธิดาทั้ง ๔ พระองค์ ผู้งดงามทัดเทียมกับทอง มีพระวรกายอันอ่อน ชโลมด้วยจุรณแก่นจันทน์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๐๘๓

ทำไมหนอ พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จักทรงบูชายัญด้วยพระมเหสีทั้ง ๔ พระองค์ ผู้งดงามทัดเทียมกับทอง มีพระวรกายอันอ่อน ชโลมด้วยจุรณแก่นจันทน์

๑๐๘๔

ทำไมหนอ พระเจ้าเอกราชผู้ทรงหลงงมงาย จักทรงบูชายัญด้วยคหบดีทั้ง ๔ คน ผู้งดงามทัดเทียมกับทอง มีร่างกายชโลมด้วยจุรณแก่นจันทน์

๑๐๘๕

คามนิคมทั้งหลายจะว่างเปล่า ไม่มีคนอยู่ กลายเป็นป่าใหญ่ไปฉันใด บุปผวดีนครก็จักเป็นฉันนั้น ในเมื่อจันทกุมารและสุริยกุมารถูกบูชายัญ (พระเทวีกราบทูลว่า)

๑๐๘๖

ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันจักกลายเป็นคนวิกลจริต ถูกขจัดความเจริญ มีร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นธุลี ถ้าเขาฆ่าจันทกุมาร ชีวิตของหม่อมฉันจะแตกสลาย

๑๐๘๗

ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันจักกลายเป็นคนวิกลจริต ถูกขจัดความเจริญ มีร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นธุลี ถ้าเขาฆ่าสุริยกุมาร ชีวิตของหม่อมฉันจะแตกสลาย (พระราชาตรัสว่า)

๑๐๘๘

เพราะเหตุไร สะใภ้ของเราเหล่านี้ คือ นางฆัฏฏิกา นางอุปริกขี นางโบกขรณี และนางภาริกา ต่างก็กล่าวปิยวาจากะกันและกัน ฟ้อนรำอยู่ในสำนักของพระจันทกุมารและพระสุริยกุมาร จึงไม่ทำให้ลูกๆ ของเรารื่นรมย์ได้ หญิงอื่นที่จะเสมอเหมือนกับสะใภ้ ๔ คนนั้นไม่มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (พระเทวีคร่ำครวญกับลูกสะใภ้ สาปแช่งขัณฑหาลปุโรหิตว่า)

๑๐๘๙

เจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าเสียใจใด ย่อมเกิดมีแก่เราในเมื่อจันทกุมารถูกเขานำไปฆ่า แม่ของเจ้าจงประสบความโศกเศร้าเสียใจของเรานี้

๑๐๙๐

เจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าเสียใจใด ย่อมเกิดมีแก่เราในเมื่อสุริยกุมารถูกเขานำไปฆ่า แม่ของเจ้าก็จงประสบความโศกเศร้าเสียใจของเรานี้

๑๐๙๑

เจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าเสียใจใด ย่อมเกิดมีแก่เราในเมื่อจันทกุมารถูกเขานำไปฆ่า ภรรยาของเจ้าก็จงประสบความโศกเศร้าเสียใจของเรานี้

๑๐๙๒

เจ้าขัณฑหาละ ความโศกเศร้าเสียใจใด ย่อมเกิดมีแก่เราในเมื่อสุริยกุมารถูกเขานำไปฆ่า ภรรยาของเจ้าก็จงประสบความโศกเศร้าเสียใจของเรานี้

๑๐๙๓

เจ้าขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์ แม่ของเจ้าก็อย่าได้เห็นลูกๆ และสามีเลย

๑๐๙๔

เจ้าขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้เป็นที่มุ่งหวังของชาวโลกทั้งมวล แม่ของเจ้าก็อย่าได้เห็นลูกๆ และสามีเลย

๑๐๙๕

เจ้าขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์ ภรรยาของเจ้าก็อย่าได้เห็นลูกๆ และสามีเลย

๑๐๙๖

เจ้าขัณฑหาละ เจ้าได้ให้ฆ่าพระกุมารทั้งหลาย ผู้เป็นที่มุ่งหวังของชาวโลกทั้งมวล ภรรยาของเจ้าก็อย่าได้เห็นลูกๆ และสามีเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (จันทกุมารกราบทูลว่า)

๑๐๙๗

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะเลี้ยงช้างและม้าให้เขาได้

๑๐๙๘

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลช้างให้เขาได้

๑๐๙๙

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตเถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลม้าให้เขาได้

๑๑๐๐

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าได้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย โปรดพระราชทานพวกข้าพระองค์ ให้เป็นทาสของขัณฑหาลปุโรหิตที่พระองค์มีพระประสงค์เถิด ถึงแม้พวกข้าพระองค์จะถูกขับไล่จากแคว้น ก็จักเที่ยวภิกขาจารเลี้ยงชีวิต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๑๐๑

ข้าแต่สมมติเทพ หญิงทั้งหลายผู้ปรารถนาบุตร แม้จะเป็นคนยากจนก็วิงวอนขอบุตรต่อเทพเจ้า หญิงบางพวกละปฏิภาณ แล้วไม่ได้บุตรก็มี

๑๑๐๒

หญิงเหล่านั้นย่อมทำความหวังว่า “ขอบุตรจงเกิดแก่เรา” แต่นั้น ขอหลานๆ จงเกิดอีก ข้าแต่สมมติเทพ เมื่อเป็นเช่นนี้ พระองค์รับสั่งให้ฆ่าพวกข้าพระองค์ เพื่อต้องการจะทรงบูชายัญโดยเหตุอันไม่สมควร

๑๑๐๓

ข้าแต่พระบิดา คนทั้งหลายได้บุตรด้วยการวิงวอน ขอพระองค์อย่าได้รับสั่งให้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย ขออย่าทรงบูชายัญนี้ด้วยบุตรทั้งหลายที่ได้มาโดยยาก

๑๑๐๔

ข้าแต่พระบิดา คนทั้งหลายได้บุตรด้วยการวิงวอน ขอพระองค์อย่าได้รับสั่งให้ฆ่าพวกข้าพระองค์เลย ขออย่าได้พรากพวกข้าพระองค์ ผู้เป็นบุตรที่ได้มาโดยยากจากมารดาเลย

๑๑๐๕

ข้าแต่พระมารดา พระมารดาย่อมย่อยยับ เพราะทรงเลี้ยงลูกจันทกุมารด้วยความลำบากมาก ลูกขอกราบพระยุคลบาทของพระมารดา ขอพระราชบิดาจงทรงได้ปรโลกเถิด

๑๑๐๖

เชิญพระมารดา จงสวมกอดลูก แล้วประทานพระยุคลบาทมาให้ลูกกราบไหว้เถิด ลูกจะจากไป ณ บัดนี้ เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญของพระเจ้าเอกราช @เชิงอรรถ : @ ละปฏิภาณ หมายถึงละการแพ้ท้อง คือ ไม่ได้การแพ้ท้อง (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑๑๐๑/๑๒๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๑๐๗

เชิญพระมารดา จงสวมกอดลูก แล้วประทานพระยุคลบาทมาให้ลูกกราบไหว้เถิด ลูกจะจากไป ณ บัดนี้ ทำความโศกเศร้าพระทัยให้แก่พระมารดา

๑๑๐๘

เชิญพระมารดาจงสวมกอดลูก แล้วประทานพระยุคลบาทมาให้ลูกกราบไหว้เถิด ลูกจะจากไป ณ บัดนี้ ทำความโศกเศร้าเสียใจให้แก่ประชาชน (พระมารดาตรัสกับจันทกุมารว่า)

๑๑๐๙

เชิญเถิด ลูกโคตมี เจ้าจงรัดเมาลีด้วยใบบัว จงประดับดอกไม้อันแซมด้วยกลีบจำปา นี่เป็นปกติของเจ้าที่มีมาเก่าก่อน

๑๑๑๐

เชิญเถิด เจ้าจงไล้ทาเครื่องลูบไล้ คือจันทน์แดงอันเป็นครั้งสุดท้ายของเจ้า เจ้าไล้ทาด้วยจุรณแก่นจันทน์แดงนั้นแล้วย่อมงามในราชบริษัท

๑๑๑๑

เชิญเถิด เจ้าจงนุ่งผ้าของชาวแคว้นกาสีเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นผ้าเนื้อละเอียด อ่อนนุ่ม เจ้านุ่งผ้ากาสิกพัสตร์นั้นดีแล้วย่อมงามในราชบริษัท

๑๑๑๒

เชิญเจ้าประดับหัตถาภรณ์ อันเป็นเครื่องประดับทองคำฝังแก้วมุกดาและแก้วมณี เจ้าประดับหัตถาภรณ์นั้นแล้วย่อมงามในราชบริษัท (พระเทวีกราบทูลพระราชาว่า)

๑๑๑๓

พระเจ้าแผ่นดินผู้ครองรัฐเป็นทายาทของชนบท ผู้เป็นใหญ่เป็นอิสระในโลกนี้ จะไม่ทรงทำความสิเนหาให้เกิดในพระโอรสแน่ละหรือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔) (พระราชาตรัสว่า)

๑๑๑๔

แม้ลูกก็เป็นที่รักของเรา ตนเองก็เป็นที่รัก เธอและภรรยาทั้งหลายก็เป็นที่รักของเรา แต่เราปรารถนาสวรรค์ เพราะฉะนั้น เราจึงจักฆ่าให้ได้ (พระเทวีกราบทูลว่า)

๑๑๑๕

ข้าแต่สมมติเทพ อันดับแรก ขอพระองค์จงรับสั่งให้ฆ่าหม่อมฉันเถิด ขอทุกข์อย่าได้ทำลายหทัยของหม่อมฉันเลย พระโอรสของพระองค์เป็นสุขุมาลชาติ ประดับแล้วงดงาม

๑๑๑๖

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้า เชิญเถิด ขอพระองค์ได้โปรดฆ่าหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันจักอยู่กับจันทกุมารในปรโลก ขอพระองค์ทรงทำบุญให้ไพบูลย์เถิด หม่อมฉันทั้ง ๒ จะท่องเที่ยวไปในปรโลก (พระราชาตรัสว่า)

๑๑๑๗

จันทาผู้มีนัยน์ตาโต เจ้าอย่าชอบใจความตายเลย โคตมีบุตรถูกเราบูชายัญแล้ว ผัว พี่ผัว น้องผัวของเจ้า เป็นอันมากเหล่านั้นจักทำให้รื่นรมย์ใจได้

๑๑๑๘

เมื่อพระราชาได้ตรัสอย่างนี้แล้ว พระนางจันทาเทวีทรงตีพระองค์เองด้วยฝ่าพระหัตถ์ พอทีด้วยชีวิตในโลกนี้ เราจักดื่มยาพิษตาย

๑๑๑๙

พระญาติและมิตรผู้มีหทัยดีของพระราชาพระองค์นี้ ย่อมไม่มีแน่แท้ จึงไม่ทูลทัดทานพระราชาว่า อย่าได้รับสั่งให้ฆ่าบุตรทั้งหลาย ผู้เกิดแต่พระอุระเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๑๒๐

พระญาติและมิตรผู้มีหทัยดีของพระราชาพระองค์นี้ ย่อมไม่มีแน่แท้ จึงไม่ทูลทัดทานพระราชาว่า อย่าได้รับสั่งให้ฆ่าบุตรผู้เกิดแต่ตนเลย

๑๑๒๑

บุตรของหม่อมฉันเหล่านี้ประดับพวงดอกไม้ สวมกำไลทองต้นแขน ขอพระราชาทรงบูชายัญ ด้วยบุตรของหม่อมฉันเหล่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ขอพระองค์ทรงปล่อยบุตรโคตมีเถิด พระเจ้าข้า

๑๑๒๒

ข้าแต่มหาราช ขอจงฆ่าหม่อมฉัน แบ่งออกเป็นร้อยส่วนแล้วบูชายัญ ๗ ส่วน ขออย่าทรงฆ่าบุตรองค์ใหญ่ ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์เลย

๑๑๒๓

ข้าแต่มหาราช ขอจงฆ่าหม่อมฉัน แบ่งออกเป็นร้อยส่วนแล้วบูชายัญ ๗ ส่วน ขออย่าทรงฆ่าบุตรองค์ใหญ่ ผู้เป็นที่มุ่งหวังของชาวโลกทั้งมวลเลย (จันทกุมารตรัสกับพระนางจันทาเทวีว่า)

๑๑๒๔

เครื่องประดับเป็นอันมากล้วนแต่ของดีๆ คือ แก้วมุกดา แก้วมณี และแก้วไพฑูรย์ ที่เราให้แก่เจ้า ในเมื่อเจ้ากล่าวคำดี นี้เป็นของที่เราให้แก่เจ้าเป็นครั้งสุดท้าย (พระนางจันทากราบทูลว่า)

๑๑๒๕

เมื่อก่อน พวงดอกไม้ที่บานเคยสวมที่พระศอ ของพระกุมารเหล่าใด วันนี้ ดาบที่เขาลับคมดีแล้ว จักตัดที่พระศอของพระกุมารเหล่านั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๑๒๖

เมื่อก่อน พวงดอกไม้ที่วิจิตร เคยสวมที่พระศอของพระกุมารเหล่าใด วันนี้ ดาบที่เขาลับคมดีแล้ว จักตัดที่พระศอของพระกุมารแม้เหล่านั้น

๑๑๒๗

ไม่นานหนอ ดาบจักตัดที่พระศอ ของพระราชบุตรทั้งหลาย ส่วนหทัยของเราจะยังไม่แตก ตราบเท่าที่มีเครื่องผูกมารัดเราไว้แน่น

๑๑๒๘

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไปบูชายัญเพื่อพระเจ้าเอกราช

๑๑๒๙

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำออกไปทำความเศร้าพระทัยแก่พระมารดา

๑๑๓๐

จันทกุมารและสุริยกุมาร ทรงผ้าแคว้นกาสีอันขาวสะอาด ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำออกไปทำความเศร้าใจให้แก่ประชาชน

๑๑๓๑

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยพระกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกราชบุรุษนำไปบูชายัญเพื่อพระเจ้าเอกราช {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๑๓๒

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยพระกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำออกไปทำความเศร้าพระทัยให้แก่พระมารดา

๑๑๓๓

จันทกุมารและสุริยกุมาร เสวยพระกระยาหารที่ปรุงด้วยรสเนื้อ ที่ช่างสนานให้สรงสนานดีแล้ว ประดับกุณฑล ไล้ทากฤษณาและจุรณแก่นจันทน์ ถูกนำออกไปทำความเศร้าใจให้แก่ประชาชน

๑๑๓๔

เมื่อเขาตกแต่งเครื่องบูชายัญครบทุกสิ่งแล้ว เมื่อจันทกุมารและสุริยกุมารประทับนั่ง เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ พระราชธิดาของพระเจ้าปัญจาละประนมพระหัตถ์ เสด็จดำเนินเวียนไปในระหว่างบริษัททั้งปวง ได้ทำสัจกิริยาว่า

๑๑๓๕

ขัณฑหาละผู้มีปัญญาทราม ได้ทำกรรมชั่วด้วยสัจจะอันใด ด้วยสัจวาจานี้ ขอให้ข้าพเจ้าได้อยู่ร่วมกับพระสวามี

๑๑๓๖

อมนุษย์ก็ดี ยักษ์ก็ดี สัตว์ที่เกิดแล้วและที่จะมาเกิดก็ดี มีอยู่ในที่นี้ ขอจงทำความขวนขวายช่วยเหลือข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้อยู่ร่วมกับพระสวามี

๑๑๓๗

เหล่าเทวดาที่มาแล้ว ณ ที่นี้ สรรพสัตว์ที่เกิดแล้วและที่จะมาเกิด ขอจงคุ้มครองข้าพเจ้าผู้ไร้ที่พึ่งซึ่งแสวงหาที่พึ่ง ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านทั้งหลาย ขออย่าให้พวกข้าศึกชนะพระสวามีของข้าพเจ้าเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๑๓๘

ท้าวสักกเทวราชทรงสดับเสียงคร่ำครวญ ของพระนางจันทานั้นแล้วทรงกวัดแกว่งค้อนเหล็ก ยังความกลัวให้เกิดแก่พระเจ้าเอกราชนั้นแล้ว ได้ตรัสกับพระราชาดังนี้ว่า

๑๑๓๙

พระราชากาลี ขอท่านจงรู้ไว้ อย่าให้เราต้องทุบเศียรของท่านด้วยค้อนเหล็กนี้เลย ท่านอย่าได้ฆ่าบุตรองค์ใหญ่ ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์

๑๑๔๐

พระราชากาลี ท่านเคยเห็นที่ไหน คนที่ปรารถนาสวรรค์ต้องฆ่าบุตร ภรรยา เศรษฐี และคหบดีผู้ไม่คิดประทุษร้าย

๑๑๔๑

ขัณฑหาลปุโรหิตและพระราชาได้ฟังพระดำรัส ของท้าวสักกะนั้นแล้ว ได้เห็นรูปอันน่าอัศจรรย์ จึงได้แก้เครื่องจองจำสัตว์ทั้งปวงออก เหมือนแก้เครื่องจองจำสัตว์ผู้ไม่ต้องถูกฆ่าออกฉะนั้น

๑๑๔๒

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ทุกคนใช้ก้อนดินคนละก้อนทุ่มลง นั่นคือการฆ่าขัณฑหาลปุโรหิต

๑๑๔๓

คนที่ทำกรรมชั่วต้องตกนรกทั้งหมดฉันใด คนที่ทำกรรมชั่วแล้วจากโลกนี้ไป ก็ไม่พึงได้การไปสู่สุคติเลยฉันนั้น

๑๑๔๔

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ ราชบริษัททั้งหลายมาประชุมกันอภิเษกจันทกุมาร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)

๑๑๔๕

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ ราชกัญญาทั้งหลายมาประชุมกันอภิเษกจันทกุมาร

๑๑๔๖

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ เทพบริษัททั้งหลายมาประชุมกันอภิเษกพระจันทกุมาร

๑๑๔๗

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ เทพกัญญาทั้งหลายมาประชุมกันอภิเษกจันทกุมาร

๑๑๔๘

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ ราชบริษัททั้งหลายมาประชุมกันแล้ว ต่างก็แกว่งผ้าและโบกธง

๑๑๔๙

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ ราชกัญญาทั้งหลายมาประชุมกันแล้ว ต่างก็แกว่งผ้าและโบกธง

๑๑๕๐

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ เทพบริษัททั้งหลายมาประชุมกันแล้ว ต่างก็แกว่งผ้าและโบกธง

๑๑๕๑

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว คนที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้น ในเวลานั้น ก็คือ เทพกัญญาทั้งหลายมาประชุมกันแล้ว ต่างก็แกว่งผ้าและโบกธง

๑๑๕๒

เมื่อชนทั้งปวงพ้นจากเครื่องจองจำแล้ว ประชาชนเป็นอันมาก ต่างก็รื่นรมย์ยินดี พวกเขาได้ประกาศความยินดีในเวลาที่จันทกุมาร เสด็จเข้าสู่พระนครและได้ประกาศโฆษณาความหลุดพ้น จากเครื่องจองจำของสัตว์ทั้งปวงแล้ว จันทกุมารชาดกที่ ๗ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๒}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๗. จันทกุมารชาดก (๕๔๔)