คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๘๘ ข้อ๑ ฉบับ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓) ๒๑. อสีตินิบาต ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓) ว่าด้วยพญาหงส์ติดบ่วง (พญาหงส์โพธิสัตว์เมื่อจะทดลองใจหงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)

ท่านสุมุขะ ฝูงหงส์ไม่เหลียวแล พากันบินหนีไป แม้ท่านก็จงหนีไปเถิด อย่ามัวกังวลอยู่เลย ความเป็นสหายไม่มีอยู่ในผู้ติดบ่วง (หงส์สุมุขะกล่าวว่า)

ข้าพระองค์จะหนีไปหรือไม่หนีไปก็ตาม เพราะการหนีไปและไม่หนีไปนั้น ข้าพระองค์จะไม่ตายก็หามิได้ เมื่อพระองค์มีความสุข ข้าพระองค์ได้พึ่งพาอาศัย เมื่อพระองค์มีความทุกข์ ข้าพระองค์จะพึงละทิ้งไปได้อย่างไร

การตายพร้อมกับพระองค์เท่านั้น ประเสริฐกว่าการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากพระองค์ การมีชีวิตโดยปราศจากพระองค์จะประเสริฐอะไร

ข้าแต่มหาราช การที่ข้าพระองค์ละทิ้งพระองค์ ผู้ถึงความทุกข์อย่างนี้ไป นั่นไม่เป็นธรรมเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอธิบดีแห่งหมู่วิหค ข้าพระองค์ชอบใจคติของพระองค์ (พญาหงส์โพธิสัตว์กล่าวว่า)

คติของเราผู้ติดบ่วงจะเป็นอย่างอื่นไป จากโรงครัวใหญ่ได้อย่างไรเล่า ท่านมีปัญญาคือความคิดพ้นบ่วงมาแล้ว จะพอใจคตินั้นได้อย่างไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๘๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓)

นี่แน่ะพ่อปักษี ท่านเห็นประโยชน์ของเรา ของท่าน หรือของญาติทั้งหลายที่เหลืออย่างไร ในเมื่อเราทั้ง ๒ จะสิ้นชีวิต

พ่อปักษีผู้มีปีกทั้ง ๒ ประดุจทองคำ เมื่อท่านสละชีวิต ในเพราะคุณอันประจักษ์เช่นนี้ ก็เหมือนคนตาบอด ตกอยู่ในความมืดมิด จะพึงทำประโยชน์อะไรให้โชติช่วงเล่า (หงส์สุมุขะกล่าวตอบว่า)

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าหมู่หงส์ ทำไมหนอ พระองค์จึงไม่ทรงทราบประโยชน์ในธรรม ธรรมที่มีคนบูชา ย่อมชี้ประโยชน์แก่เหล่าสัตว์

ข้าพระองค์นั้นมุ่งธรรมอยู่ ได้เห็นประโยชน์อันเกิดขึ้นจากธรรม และความภักดีในพระองค์จึงไม่คำนึงถึงชีวิต

๑๐

มิตรเมื่อระลึกถึงธรรม ไม่พึงทอดทิ้งมิตรในยามอันตรายแม้เพราะเหตุแห่งชีวิต นี้เป็นธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายโดยแท้ (พญาหงส์โพธิสัตว์ จึงกล่าวว่า)

๑๑

ธรรมนี้ท่านก็ประพฤติแล้ว และความภักดีในเราก็ปรากฏชัดแล้ว ขอท่านจงทำตามความต้องการของเราเถิด เราอนุญาตท่านแล้วจงหนีไป

๑๒

ก็แลเมื่อเวลาผ่านพ้นไปแม้อย่างนี้ ส่วนที่บกพร่องอันใดที่เราได้ทำไว้แล้วแก่หมู่ญาติ ส่วนที่บกพร่องนั้นท่านพึงสังวรอย่างยิ่ง ให้ถึงพร้อมด้วยปัญญาเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๘๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓)

๑๓

เมื่อพญาหงส์ ตัวประเสริฐ ผู้มีความประพฤติเยี่ยงพระอริยะ ปรึกษากันอยู่อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้ นายพรานก็ได้ปรากฏต่อหน้า ประดุจพญามัจจุราชปรากฏแก่คนไข้

๑๔

นกทั้ง ๒ ผู้เกื้อกูลกันและกันมาสิ้นกาลนานเหล่านั้น เห็นศัตรูแล้วก็จับนิ่งเฉยอยู่ ไม่เคลื่อนไหวไปจากที่จับ

๑๕

ส่วนนายพรานศัตรูของนกได้เห็นเหล่าพญาหงส์ธตรัฏฐะ กำลังบินขึ้นไปจากที่นั้นๆ จึงได้รีบก้าวเท้าเข้าไปหาพญาหงส์ทั้ง ๒ โดยเร็ว

๑๖

ก็นายพรานนั้นครั้นรีบก้าวเท้าเข้าไปใกล้พญาหงส์ทั้ง ๒ ก้าวเท้าไปก็คิดไปอยู่ว่า ติดหรือไม่ติด

๑๗

เห็นหงส์ติดบ่วงจับอยู่เพียงตัวเดียว อีกตัวหนึ่งไม่ติด จับอยู่ใกล้ๆ แต่เพ่งมองตัวที่เป็นทุกข์ซึ่งติดบ่วง

๑๘

จากนั้น พรานนั้นก็เกิดความสงสัย จึงได้ถามหงส์ทั้ง ๒ ตัวซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่นก มีร่างกายเจริญเติบใหญ่ที่จับอยู่ว่า

๑๙

หงส์ตัวที่ติดบ่วงใหญ่ไม่กำหนดทิศทางที่จะบินหนีไป พ่อปักษี แต่เจ้าไม่ติดบ่วง ยังมีกำลังอยู่ ทำไมจึงไม่บินหนีไป

๒๐

หงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับเจ้า เจ้าพ้นแล้วยังเฝ้าหงส์ตัวที่ติดบ่วงอยู่ใกล้ๆ นกทั้งหลายพากันละทิ้งหนีไป ทำไมเจ้าจึงเหลืออยู่แต่ผู้เดียว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๘๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓) (หงส์สุมุขะตอบว่า)

๒๑

นี่ท่านผู้เป็นศัตรูของนก พญาหงส์นั้นเป็นราชาของข้าพเจ้า และเป็นเพื่อนเสมอด้วยชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจักไม่ละทิ้งพระองค์ไป จนกว่าวาระแห่งความตายจะมาถึง (นายพรานกล่าวว่า)

๒๒

ก็ไฉนพญาหงส์นี้จึงไม่เห็นบ่วงที่ดักไว้แล้ว ความจริงการรู้ถึงอันตรายเป็นเหตุของคนผู้เป็นใหญ่ เพราะเหตุนั้นผู้เป็นใหญ่เหล่านั้นควรจะรู้เท่าทันอันตราย (หงส์สุมุขะตอบว่า)

๒๓

ในกาลใดความเสื่อมย่อมมีเมื่อถึงคราวจะสิ้นชีวิต ในกาลนั้นแม้สัตว์จะเข้าใกล้ข่ายและบ่วงก็ไม่รู้

๒๔

ท่านผู้มีปัญญามาก ก็แลบ่วงทั้งหลายที่เขาดักไว้ มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ในเมื่อถึงคราวจะสิ้นชีวิตอย่างนี้ สัตว์ทั้งหลายย่อมเข้าไปติดบ่วงที่เขาอำพรางดักไว้ (หงส์สุมุขะเมื่อจะขอชีวิตของพญาหงส์โพธิสัตว์ จึงกล่าวว่า)

๒๕

ก็การอยู่ร่วมกับท่านนี้พึงมีความสุขเป็นกำไรหนอ อนึ่ง ขอท่านจงอนุญาตให้ข้าพเจ้าทั้ง ๒ ไป ขอท่านพึงให้ชีวิตแก่ข้าพเจ้าทั้ง ๒ ด้วยเถิด (นายพรานจึงกล่าวว่า)

๒๖

ท่านไม่ได้ติดบ่วงของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าไม่ประสงค์จะฆ่าท่าน ท่านจงรีบไปจากที่นี้ตามความปรารถนา และจงมีชีวิตอยู่อย่างปราศจากความทุกข์ตลอดกาลนานเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๘๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓) (หงส์สุมุขะได้กล่าวว่า)

๒๗

ข้าพเจ้าไม่ประสงค์อย่างนั้นเลย นอกจากชีวิตของพญาหงส์นี้ หากท่านยินดีหงส์ตัวเดียว ขอท่านจงปล่อยพญาหงส์นั้น และจงกินข้าพเจ้าแทนเถิด

๒๘

ข้าพเจ้าทั้ง ๒ มีทรวดทรงสัณฐานและวัยเสมอกัน ท่านจะไม่มีรายได้ลดค่าลงเลย ขอท่านจงพอใจด้วยการแลกเปลี่ยนอย่างนี้

๒๙

เชิญเถิดเชิญท่านไตร่ตรองเรื่องนั้นดูให้ดี บรรดาข้าพเจ้าทั้ง ๒ ขอท่านจงมีความพอใจ ท่านจงใช้บ่วงผูกข้าพเจ้าไว้ก่อน จงปล่อยพญานกไปในภายหลัง

๓๐

อนึ่ง เมื่อท่านกระทำตามคำขอร้อง รายได้ของท่านก็จะมีเท่าเดิมด้วย และท่านจะพึงมีไมตรีกับเหล่าพญาหงส์ธตรัฏฐะไปตลอดชีวิต (นายพรานเมื่อจะยกพญาหงส์โพธิสัตว์ให้เป็นรางวัลแก่หงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)

๓๑

ขอมิตรอำมาตย์ข้าทาสบริวารบุตรภรรยา และพวกพ้องเผ่าพันธุ์ทั้งหลายหมู่ใหญ่ จงเห็นพญาหงส์ผู้พ้นไปแล้วจากที่นี้เพราะท่านเถิด

๓๒

ก็บรรดามิตรทั้งหลายเป็นอันมาก มิตรทั้งหลายเช่นกับท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมชีวิต ของพญาหงส์ธตรัฏฐะเหล่านั้นไม่มีอยู่ในโลกนี้

๓๓

ข้าพเจ้ายอมปล่อยสหายของท่าน ขอพญาหงส์จงบินตามท่านไป ท่านทั้ง ๒ จงรีบไปจากที่นี้ตามความปรารถนา จงรุ่งเรืองอยู่ในท่ามกลางแห่งญาติเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

๓๔

หงส์สุมุขะผู้มีความเคารพต่อผู้เป็นนายนั้น มีความปลื้มใจเพราะพญาหงส์ผู้เป็นนายพ้นจากบ่วงแล้ว เมื่อจะกล่าววาจาอันระรื่นหู จึงกล่าวว่า

๓๕

นายพราน วันนี้ข้าพเจ้ายินดีเบิกบานใจ เพราะได้เห็นพญานกพ้นจากบ่วงแล้วฉันใด ขอท่านจงยินดีเบิกบานใจพร้อมกับหมู่ญาติทั้งปวงฉันนั้นเถิด (พญาหงส์สุมุขะกล่าวกับนายพรานว่า)

๓๖

มาเถิด ข้าพเจ้าจะบอกท่านโดยวิธีที่ท่านจะได้ลาภ พญาหงส์ธตรัฏฐะนี้มิได้มุ่งร้ายอะไรต่อท่านเลย

๓๗

ท่านจงรีบนำข้าพเจ้าทั้ง ๒ ซึ่งจับอยู่ที่หาบทั้ง ๒ ข้างเป็นปกติ ไม่ถูกผูกมัด ภายในเมืองแล้วแสดงต่อพระราชาว่า

๓๘

ข้าแต่มหาราช พญาหงส์ธตรัฏฐะทั้ง ๒ นี้ เป็นอธิบดีแห่งหงส์ หงส์นี้เป็นราชาแห่งหงส์ทั้งหลาย ส่วนอีกตัวหนึ่งนี้เป็นเสนาบดี

๓๙

พระราชาผู้ทรงเป็นนราธิบดีทอดพระเนตรเห็นพญาหงส์นี้แล้ว จะทรงปรีดา ปลาบปลื้ม พอพระทัย จะพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ท่าน เป็นจำนวนมากอย่างไม่ต้องสงสัย (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

๔๐

นายพรานได้สดับคำของหงส์สุมุขะนั้นแล้ว ได้จัดแจงกิจการงานให้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว รีบไปยังภายในเมือง ได้แสดงหงส์ทั้ง ๒ ซึ่งจับอยู่ ที่หาบทั้ง ๒ ข้างเป็นปกติ ไม่ถูกผูกมัดแด่พระราชาว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓)

๔๑

ข้าแต่มหาราช พญาหงส์ธตรัฏฐะทั้งหลายเหล่านี้ เป็นอธิบดีแห่งหงส์ หงส์ตัวนี้เป็นราชาแห่งหงส์ทั้งหลาย ส่วนอีกตัวหนึ่งนี้เป็นเสนาบดี (พระราชารับสั่งถามว่า)

๔๒

ก็วิหคเหล่านี้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเจ้าได้อย่างไร เจ้าเป็นพรานจับวิหคที่เป็นใหญ่กว่าวิหคทั้งหลาย มาในที่นี้ได้อย่างไร (นายพรานกราบทูลว่า)

๔๓

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งชน บ่วงเหล่านี้ข้าพระองค์ได้วางไว้ที่เปือกตมทั้งหลาย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ข้าพระองค์เข้าใจว่า เป็นสถานที่ประชุมแห่งนก เป็นสถานที่ปลิดชีวิตนกทั้งหลาย

๔๔

พญาหงส์เข้ามาใกล้บ่วงเช่นนั้นแล้วก็ไม่รู้ ส่วนนกตัวนี้ไม่ได้ติดบ่วง แต่จับอยู่ใกล้ๆ พญาหงส์นั้น ได้พูดกับข้าพระองค์

๔๕

วิหคผู้ประกอบแล้วในธรรม เมื่อบากบั่นในประโยชน์ของผู้เป็นนาย ได้ประกาศภาวะอันอุดมซึ่งคนผู้มิใช่อริยะกระทำได้ยาก

๔๖

วิหคนี้ยังควรที่จะมีชีวิตอยู่ แต่กลับสละชีวิตของตนเอง จับอยู่อย่างไม่ทอดถอนท้อแท้ใจ วิงวอนร้องขอชีวิตของผู้เป็นนาย

๔๗

ข้าพระองค์สดับคำของวิหคนั้นแล้วจึงกลับเลื่อมใส จากนั้นจึงได้ปลดปล่อยพญาหงส์จากบ่วง และอนุญาตให้ไปได้ตามสบาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓)

๔๘

หงส์สุมุขะนั้นมีความเคารพต่อผู้เป็นนาย มีความปลื้มใจเพราะพญาหงส์ผู้เป็นนายพ้นจากบ่วง เมื่อจะกล่าววาจาอันระรื่นหู จึงได้กล่าวว่า

๔๙

นายพราน วันนี้ข้าพเจ้ายินดีเบิกบานใจ เพราะได้เห็นพญานกพ้นจากบ่วงแล้วฉันใด ขอท่านจงยินดีเบิกบานใจพร้อมกับหมู่ญาติทั้งปวงฉันนั้นเถิด

๕๐

มาเถิด ข้าพเจ้าจะบอกท่านโดยวิธีที่ท่านจะได้ลาภ พญาหงส์ธตรัฏฐะนี้มิได้มุ่งร้ายอะไรต่อท่านเลย

๕๑

ท่านจงรีบนำข้าพเจ้าทั้ง ๒ ซึ่งจับอยู่ที่หาบทั้ง ๒ ข้างเป็นปกติ ไม่ถูกผูกมัด ไปภายในเมืองแล้วแสดงต่อพระราชาว่า

๕๒

ข้าแต่มหาราช พญาหงส์ธตรัฏฐะทั้ง ๒ นี้ เป็นอธิบดีแห่งหงส์ หงส์นี้เป็นราชาแห่งหงส์ทั้งหลาย ส่วนอีกตัวหนึ่งนี้เป็นเสนาบดี

๕๓

พระราชาผู้ทรงเป็นนราธิบดีทอดพระเนตรเห็นพญาหงส์นี้แล้ว จะทรงปรีดา ปลาบปลื้ม พอพระทัย จะพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ท่าน เป็นจำนวนมากอย่างไม่ต้องสงสัย

๕๔

หงส์ทั้ง ๒ เหล่านี้ข้าพระองค์นำมา ตามคำของหงส์สุมุขะนั้น ด้วยประการฉะนี้ ความจริง ข้าพระองค์ได้อนุญาต ให้หงส์ทั้ง ๒ เหล่านี้อยู่ที่สระนั้นตามเดิม

๕๕

ก็สุมุขพญาปักษีทิชาชาติตัวนี้นั้น เป็นหงส์ประกอบอยู่ในธรรมอย่างยิ่ง แม้ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูอย่างนี้ ก็ยังทำนายพรานเช่นข้าพระองค์ให้เกิดความอ่อนโยนได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓)

๕๖

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอธิบดีแห่งมนุษย์ ก็ในบ้านพรานนกทุกแห่งข้าพระองค์มิได้เห็น เครื่องบรรณาการอย่างอื่นเหมือนเช่นนี้สำหรับพระองค์เลย ขอพระองค์โปรดทอดพระเนตรเครื่องบรรณาการนั้นเถิด (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

๕๗

พญาหงส์ครั้นเห็นพระราชาประทับนั่ง บนตั่งทองคำอันสวยงาม เมื่อจะกล่าววาจาอันระรื่นหู จึงกล่าวว่า

๕๘

พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ทรงสุขสำราญดีอยู่หรือ ไม่มีโรคเบียดเบียนหรือ แคว้นอันมั่งคั่งนี้พระองค์ทรงปกครองโดยธรรมหรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)

๕๙

เราสุขสำราญดีพญาหงส์ และไม่มีโรคเบียดเบียน อนึ่ง แคว้นอันมั่งคั่งนี้เราก็ปกครองโดยธรรม (พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

๖๐

โทษบางสิ่งบางอย่างในหมู่อำมาตย์ของพระองค์ไม่มีหรือ อนึ่ง อำมาตย์เหล่านั้นไม่กังวลถึงชีวิต ในเพราะราชกิจอันเป็นประโยชน์ต่อพระองค์หรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)

๖๑

โทษบางสิ่งบางอย่างในหมู่อำมาตย์ของเราก็ไม่มี อนึ่ง แม้อำมาตย์เหล่านั้นก็ไม่กังวลถึงชีวิต ในเพราะราชกิจอันเป็นประโยชน์ต่อเราเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓) (พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

๖๒

พระราชเทวีผู้มีพระชาติเสมอกับพระองค์ ทรงเชื่อฟัง ตรัสพระวาจาอ่อนหวานน่ารัก ทรงมีพระโอรสประกอบด้วยพระรูปโฉมและอิสริยยศ ทรงคล้อยตามพระอัธยาศัยของพระองค์หรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)

๖๓

ก็พระเทวีผู้มีพระชาติเสมอกับเรา เชื่อฟัง กล่าววาจาอ่อนหวานน่ารัก มีพระโอรสประกอบด้วยพระรูปโฉมและอิสริยยศ ยังคล้อยตามอัธยาศัยของเราอยู่

๖๔

ท่านผู้เจริญตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูผู้ร้ายกาจนั้น ถึงความลำบากมากเพราะอันตรายเบื้องต้นนั้นหรือ

๖๕

นายพรานได้วิ่งเข้าไปใช้ท่อนไม้โบยตีท่านหรือ เพราะคนต่ำทรามเหล่านี้จะมีปกติเป็นอย่างนี้ในขณะนั้น (พญาหงส์โพธิสัตว์กราบทูลว่า)

๖๖

ขอเดชะมหาราช ในคราวมีอันตรายอย่างนี้ ความปลอดภัยได้มีแล้ว ด้วยว่านายพรานผู้นี้ หาได้ดำเนินการบางสิ่งบางอย่าง ในข้าพระองค์ทั้ง ๒ เหมือนศัตรูไม่

๖๗

นายพรานค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาและได้ปราศรัยขึ้นก่อน ในกาลนั้นสุมุขบัณฑิตผู้นี้แหละได้กล่าวตอบ

๖๘

นายพรานสดับคำของสุมุขวิหคนั้นแล้วจึงกลับเลื่อมใส จากนั้นจึงได้ปลดปล่อยข้าพระองค์จากบ่วง และอนุญาตให้ไปได้ตามสบาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓)

๖๙

ก็การมาสู่สำนักของพระองค์ผู้ทรงพระเจริญนี้ สุมุขวิหคนั่นแหละปรารถนาทรัพย์เพื่อนายพรานผู้นี้ ได้คิดแล้วเพื่อประโยชน์แก่เขา (พระราชาตรัสว่า)

๗๐

ก็การมาของท่านผู้เจริญนี้เป็นการมาดีแล้วทีเดียว และเราก็ยินดีเพราะได้เห็นท่าน อนึ่ง แม้นายพรานนี้จะได้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจจำนวนมาก ตามที่ตนปรารถนา (พระศาสดาเมื่อจะทรงเผยข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

๗๑

พระราชาผู้เป็นอธิบดีแห่งมนุษย์ ทรงยังนายพรานให้อิ่มเอมใจด้วยโภคะทั้งหลายแล้ว เมื่อจะตรัสวาจาอันระรื่นหู จึงตรัสกับพญาหงส์ว่า

๗๒

ได้ยินว่า อำนาจของเราผู้ทรงธรรม ย่อมเป็นไปในที่มีประมาณเล็กน้อย ความเป็นใหญ่ในที่ทั้งปวงจงมีแก่ท่าน ขอท่านจงปกครองตามความปรารถนาเถิด

๗๓

อนึ่ง สิ่งอื่นใดย่อมเข้าไปสำเร็จเพื่อประโยชน์ แก่การต้านทานหรือเพื่อการเสวยราชสมบัติได้ สิ่งนั้นซึ่งเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจเราขอยกให้ท่าน และขอสละอิสริยยศให้แก่ท่านด้วย (พระราชาเมื่อจะทรงสนทนากับหงส์สุมุขะ จึงตรัสว่า)

๗๔

ก็ถ้าว่าหงส์สุมุขะผู้เป็นบัณฑิตถึงพร้อมด้วยปัญญานี้ จะพึงเจรจากับเราตามความปรารถนาบ้าง ข้อนั้นจะพึงเป็นที่รักยิ่งแห่งเรา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓) (หงส์สุมุขะกราบทูลว่า)

๗๕

ข้าแต่มหาราช นัยว่า ข้าพระองค์เหมือนกับพญาช้างเข้าไประหว่างซอกหิน ไม่อาจจะพูดสอดแทรกขึ้นได้ นั้นไม่ใช่วินัยของข้าพระองค์

๗๖

พญาหงส์นั้นเป็นผู้ประเสริฐกว่าข้าพระองค์ทั้งหลาย ส่วนพระองค์ก็เป็นผู้สูงสุด เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นยอดแห่งมนุษย์ พระองค์ทั้ง ๒ เป็นผู้อันข้าพระองค์พึงบูชาด้วยเหตุเป็นอันมาก

๗๗

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอธิบดีแห่งมนุษย์ เมื่อพระองค์ทั้ง ๒ กำลังตรัสปราศรัยกันอยู่ เมื่อการวินิจฉัยกำลังเป็นไปอยู่ ข้าพระองค์ผู้เป็นคนรับใช้ จึงไม่ควรที่จะพูดสอดแทรกขึ้นในระหว่าง (พระราชาสดับคำของหงส์สุมุขะแล้วดีพระทัย จึงตรัสว่า)

๗๘

ได้ยินว่า โดยธรรมดานายพรานกล่าวว่า นกนี้เป็นบัณฑิต ความจริง นัยเช่นนี้ไม่พึงมีแก่บุคคลผู้มิได้อบรมตนเลย

๗๙

บุคคลผู้มีปกติเลิศอย่างนี้ เป็นสัตว์อุดมอย่างนี้ เท่าที่เราเห็นมามีอยู่ แต่เราหาเห็นสัตว์อื่นเช่นนี้ไม่

๘๐

เรายินดีต่อท่านทั้ง ๒ โดยปกติ และยินดีด้วยการกล่าวถ้อยคำอันไพเราะของท่านทั้งสอง อนึ่ง ความพอใจของเราอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือการที่เราพึงเห็นท่านทั้ง ๒ เป็นเวลานาน (พญาหงส์โพธิสัตว์เมื่อจะสรรเสริญพระราชา จึงกราบทูลว่า)

๘๑

กิจอันใดที่บุคคลพึงกระทำในมิตรผู้สูงศักดิ์ กิจอันนั้นพระองค์ทรงกระทำแล้วในข้าพระองค์ทั้ง ๒ เพราะความภักดีต่อพระองค์ที่มีอยู่ในข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์จึงมีความภักดีต่อพระองค์โดยไม่ต้องสงสัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓)

๘๒

ส่วนทางโน้น ความทุกข์คงเกิดขึ้นแล้ว ในหมู่หงส์จำนวนมากเป็นแน่ เพราะมิได้พบเห็นข้าพระองค์ทั้ง ๒ ในระหว่างแห่งหมู่ญาติเป็นอันมาก

๘๓

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงย่ำยีข้าศึก พวกข้าพระองค์ได้รับอนุมัติจากพระองค์แล้ว จะขอกระทำประทักษิณพระองค์แล้วไปพบเห็นหมู่ญาติ เพื่อกำจัดความโศกของหงส์เหล่านั้น

๘๔

ข้าพระองค์ได้ประสบปีติอันไพบูลย์ เพราะได้มาเฝ้าพระองค์ผู้เจริญแน่แท้ อนึ่ง ความคุ้นกับหมู่ญาติแม้นี้ก็พึงมีประโยชน์ใหญ่หลวง (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

๘๕

พญาหงส์ธตรัฏฐะครั้นกราบทูลคำนี้กับนราธิบดีแล้ว อาศัยการบินเร็วอย่างสุดกำลัง ได้เข้าไปหาหมู่ญาติแล้ว

๘๖

หงส์ทั้งหลายเห็นพญาหงส์ทั้ง ๒ นั้น มาถึงโดยลำดับอย่างปลอดภัย ต่างพากันส่งเสียงว่าเกกๆ ได้เกิดสำเนียงเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว

๘๗

หงส์เหล่านั้นผู้มีความเคารพต่อผู้เป็นนาย พากันปลาบปลื้มใจเพราะพญาหงส์ผู้เป็นนายพ้นจากบ่วง จึงพากันแวดล้อมอยู่โดยรอบ หงส์ทั้งหลายได้ที่พึ่งแล้ว (พระศาสดาตรัสพระคาถาสุดท้ายว่า)

๘๘

ประโยชน์ทั้งปวงของบุคคลผู้มีกัลยาณมิตร ย่อมสำเร็จผลเป็นความสุขความเจริญ เหมือนพญาหงส์ธตรัฏฐะทั้ง ๒ ได้อยู่ใกล้หมู่ญาติฉะนั้น จูฬหังสชาดกที่ ๑ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๗}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๑. จูฬหังสชาดก (๕๓๓)