สิกขาบทที่ ๑๓ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ ฉัตตุปาหนวรรค สิกขาบทที่ ๑๓ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง
ฉตฺตุปาหนวคฺคสฺส เตรสมสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีรูปหนึ่งไม่มีผ้ารัดถัน เข้าไปเพื่อบิณฑะในหมู่ บ้าน ลมบ้าหมูพัดเวิกผ้าสังฆาฏิขึ้นที่ถนนนั้น. คนทั้งหลายได้ส่งเสียงว่าถันและท้องของแม่เจ้าสวย ภิกษุณีรูปนั้นถูกคนทั้งหลายเยาะเย้ยได้เป็นผู้เก้อเขิน ครั้นนางไปถึงสำนักแล้ว ได้เล่าเรื่องนั้นให้ ภิกษุณีทั้งหลายฟัง. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีจึงไม่มี ผ้ารัดถัน เข้าบ้านเล่า. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีไม่มีผ้ารัดถัน เข้าบ้าน จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีจึงไม่มีผ้ารัดถันเข้า- *บ้านเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๑๕๑. ๑๓. อนึ่ง ภิกษุณีใด ไม่มีผ้ารัดถัน เข้าบ้าน เป็นปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่ง จบ. สิกขาบทวิภังค์
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรา ภิกฺขุนี อสงฺกจฺฉิกา คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ ตสฺสา รถิยาย วาตมณฺฑลิกา สงฺฆาฏิโย อุกฺขิปึสุ ฯ มนุสฺสา อุกฺกุฏฺฐึ อกํสุ สุนฺทโร อยฺยาย ถนุทโรติ ฯ สา ภิกฺขุนี มนุสฺเสหิ อุปฺผณฺฑิยมานา มงฺกุ อโหสิ ฯ {๔๘๐.๑} อถโข สา ภิกฺขุนี อุปสฺสยํ คนฺตฺวา ภิกฺขุนีนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขยนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขุนี อสงฺกจฺฉิกา คามํ ปวิสิสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขุนี อสงฺกจฺฉิกา คามํ ปวิสตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ {๔๘๐.๒} วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ภิกฺขุนี อสงฺกจฺฉิกา คามํ ปวิสิสฺสติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๔๘๐.๓} ยา ปน ภิกฺขุนี อสงฺกจฺฉิกา คามํ ปวิเสยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. บทว่า ไม่มีผ้ารัดถัน คือ ปราศจากผ้ารัดนม. ที่ชื่อว่า ผ้ารัดถัน ได้แก่ ผ้าที่ใช้ปกปิดอวัยวะเบื้องต่ำตั้งแต่รากขวัญลงมา เบื้องบน ตั้งแต่นาภีขึ้นไป. คำว่า เข้าบ้าน คือ บ้านที่มีเครื่องล้อม เดินเลยเครื่องล้อม ต้องอาบัติปาจิตตีย์. อนาปัตติวาร
ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ อสงฺกจฺฉิกาติ วินา สงฺกจฺฉิกํ ฯ สงฺกจฺฉิกํ นาม อธกฺขกํ อุพฺภนาภิ ตสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถาย ฯ คามํ ปวิเสยฺยาติ ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ปริกฺเขปํ อติกฺกมนฺติยา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ โอกฺกมนฺติยา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
มีจีวรถูกชิงไป ๑ มีจีวรหาย ๑ อาพาธ ๑ หลงลืมไป ๑ ไม่รู้ตัว ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ฉัตตุปาหนวรรค สิกขาบทที่ ๑๓ จบ. ปาจิตติยวรรค ที่ ๙ จบ .
อนาปตฺติ อจฺฉินฺนจีวริกาย นฏฺฐจีวริกาย คิลานาย อสติยา อชานนฺติยา อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ