สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
ปตฺตวคฺคสฺส จตุตฺถสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทาอาพาธ มีอุบาสกคนหนึ่งเข้าไป เยี่ยมภิกษุณีถุลลนันทาถึงสำนัก แล้วได้ถามนางดังนี้ว่า ข้าแต่แม่เจ้า ท่านไม่สบายหรือ จงกรุณา ใช้ข้าพเจ้า ให้นำของสิ่งไรมาถวาย. นางตอบว่า อาวุโส ฉันต้องการเนยใส. จึงอุบาสกนั้นได้ไปนำเนยใสราคาหนึ่งกหาปณะ จากร้านของชาวตลาดคนหนึ่ง มาถวาย ภิกษุณีถุลลนันทา. นางกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส ความต้องการของฉันไม่ใช่เนยใส ฉันต้องการน้ำมัน. จึงอุบาสกนั้นได้เดินกลับเข้าไปหาชาวตลาดคนนั้นแล้วบอกกะเขาดังนี้ว่า แม่เจ้าไม่ต้องการ เนยใสจ้ะ ต้องการน้ำมัน ขอท่านจงรับคืนเนยใสของท่าน โปรดให้น้ำมันแก่ข้าพเจ้า. ชาวตลาดตอบว่า นี่นาย ถ้าพวกข้าพเจ้ารับสิ่งของที่ขายไปแล้วคืนมาอีก เมื่อไรสินค้าของ พวกข้าพเจ้าจึงจักขายหมดไป เนยใสท่านซื้อไปด้วยราคาเนยใสแล้ว จงนำราคาค่าน้ำมันมา จึงจัก นำน้ำมันไปได้. อุบาสกผู้นั้นจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาขึ้นในทันใดนั้นแลว่า แม่เจ้าถุลลนันทา ออกปากขอของอย่างหนึ่งแล้ว ไฉนจึงได้ออกปากขอของอย่างอื่นอีกเล่า. ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินอุบาสกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่. บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน แม่เจ้าถุลลนันทาออกปากขอของอย่างหนึ่งได้แล้ว จึงได้ ออกปากขอของอย่างอื่นอีกเล่า แล้วได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทา ออกปากขอของอย่างหนึ่งได้แล้ว ออกปากขอของอย่างอื่นอีก จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทาออกปาก ขอของอย่างหนึ่งได้แล้ว จึงได้ออกปากขอของอย่างอื่นอีกเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไป เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๒๙.๔. อนึ่ง ภิกษุณีใด ออกปากขอของอย่างหนึ่งได้แล้ว พึงออกปากขอของอื่น อีกอย่าง เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา จบ. สิกขาบทวิภังค์
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี คิลานา โหติ ฯ อถโข อญฺญตโร อุปาสโก เยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ กินฺเต อยฺเย อผาสุ กึ อาหริยตูติ ฯ สปฺปินา เม อาวุโส อตฺโถติ ฯ อถโข โส อุปาสโก อญฺญตรสฺส อาปณิกสฺส ฆรา กหาปณสฺส สปฺปึ อาหริตฺวา ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยา อทาสิ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี เอวมาห น เม อาวุโส สปฺปินา อตฺโถ เตเลน เม อตฺโถติ ฯ อถโข โส อุปาสโก เยน โส อาปณิโก เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ อาปณิกํ เอตทโวจ น กิรยฺย อยฺยาย สปฺปินา อตฺโถ เตเลน อตฺโถ หนฺท เต สปฺปึ เตลํ เม เทหีติ ฯ สเจ มยํ อยฺย วิกฺกีตํ ภณฺฑํ ปุน อาทิยิสฺสาม กทา อมฺหากํ ภณฺฑํ วิกฺกายิสฺสติ สปฺปิสฺส กเยน สปฺปิ หฏํ เตลสฺส กยํ อาหร เตลํ หริสฺสสีติ ฯ อถโข โส อุปาสโก อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา อญฺญํ วิญฺญาเปตฺวา อญฺญํ วิญฺญาเปสฺสตีติ ฯ {๑๑๐.๑} อสฺโสสุํ โข ภิกฺขุนิโย ตสฺส อุปาสกสฺส อุชฺฌายนฺตสฺส ขียนฺตสฺส วิปาเจนฺตสฺส ฯ ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา อญฺญํ วิญฺญาเปตฺวา อญฺญํ วิญฺญาเปสฺสตีติ ฯ อถโข ตา ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อญฺญํ วิญฺญาเปตฺวา อญฺญํ วิญฺญาเปตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อญฺญํ วิญฺญาเปตฺวา อญฺญํ วิญฺญาเปสฺสติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๑๑๐.๒} ยา ปน ภิกฺขุนี อญฺญํ วิญฺญาเปตฺวา อญฺญํ วิญฺญาเปยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. บทว่า ออกปากขอของอย่างหนึ่งได้แล้ว คือ ขอของสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แล้ว. บทว่า พึงออกปากขอของอื่นอีกอย่าง ความว่า เว้นของอย่างใดอย่างหนึ่งที่ขอแล้วนั้น ขอของอย่างอื่นอีก เป็นทุกกฏในประโยค เป็นนิสสัคคีย์ด้วยได้ของมา ต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือภิกษุณีรูปหนึ่ง. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลของที่ขอได้มานั้น ภิกษุณีพึงเสียสละอย่างนี้. วิธีเสียสละ เสียสละแก่สงฆ์ ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ... แม่เจ้า ของอื่นอีกอย่าง สิ่งนี้ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอ ของอย่างหนึ่งได้แล้ว จึงขอได้มา เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละของอื่นอีกอย่าง สิ่งนี้แก่สงฆ์ ... สงฆ์พึงให้ของอื่นอีกอย่าง สิ่งนี้แก่ภิกษุณีมีชื่อนี้ ดังนี้. เสียสละแก่คณะ ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุณีหลายรูป ... แม่เจ้าทั้งหลาย พึงให้ของอื่นอีกอย่าง สิ่งนี้ แก่ภิกษุณีมีชื่อนี้ ดังนี้. เสียสละแก่ภิกษุณีรูปหนึ่ง ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุณีรูปหนึ่ง ... ข้าพเจ้าให้ของอื่นอีกอย่างสิ่งนี้แก่แม่เจ้า ดังนี้. บทภาชนีย์ ติกะนิสสัคคิยปาจิตตีย์
ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ อญฺญํ วิญฺญาเปตฺวาติ ยงฺกิญฺจิ วิญฺญาเปตฺวา ฯ อญฺญํ วิญฺญาเปยฺยาติ ตํ ฐเปตฺวา อญฺญํ วิญฺญาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ โหติ นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา เอกภิกฺขุนิยา วา ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นิสฺสชฺชิตพฺพํ ฯเปฯ อิทํ เม อยฺเย อญฺญํ วิญฺญาเปตฺวา อญฺญํ วิญฺญาปิตํ นิสฺสคฺคิยํ อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ ฯเปฯ ทเทยฺยาติ ฯเปฯ ทเทยฺยุนฺติ ฯเปฯ อยฺยาย ทมฺมีติ ฯ
ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่า ของอย่างหนึ่ง ขอของอื่นอีกอย่าง เป็น นิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสงสัย ขอของอื่นอีกอย่าง เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่า มิใช่ของอย่างหนึ่ง ขอของอื่นอีกอย่าง เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ทุกะทุกกฏ มิใช่ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่า ของอย่างหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ. มิใช่ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ มิใช่ของอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่า มิใช่ของอย่างหนึ่ง ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร
อญฺเญ อญฺญสญฺญา อญฺญํ วิญฺญาเปติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อญฺเญ เวมติกา อญฺญํ วิญฺญาเปติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อญฺเญ อนญฺญสญฺญา อญฺญํ วิญฺญาเปติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ อนญฺเญ อญฺญสญฺญา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนญฺเญ เวมติกา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนญฺเญ อนญฺญสญฺญา อนาปตฺติ ฯ
ขอของสิ่งหนึ่งนั้น และขอแถมของอื่นอีกอย่างรวมกัน ๑ แสดงอานิสงส์แล้ว ขอ ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๔ จบ. -----------------------------------------------------
อนาปตฺติ ตญฺเจว วิญฺญาเปติ อญฺญญฺจ วิญฺญาเปติ อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา วิญฺญาเปติ อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ ----------