คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๔๗–๑๕๓พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์๗ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ แม่เจ้าทั้งหลาย ก็ธรรมคือปาจิตตีย์ ๑๖๖ สิกขาบทเหล่านี้แล มาสู่อุเทศ. ปาจิตตีย์ วรรคที่ ๑ ลสุณวรรค สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา

ปาจิตฺติยกณฺฑํ อิเม โข ปนยฺยาโย ฉสฏฺฐิสตา ปาจิตฺติยา ธมฺมา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ ฯ ลสุณวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปทํ

๑๔๗

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น อุบาสกคนหนึ่งได้ปวารณากระเทียมไว้แก่ ภิกษุณีสงฆ์ว่า แม่เจ้าเหล่าใดต้องการกระเทียม กระผมขอปวารณา. และยังได้สั่งคนเฝ้าไร่ไว้ด้วย ว่า ถ้าภิกษุณีทั้งหลายมาขอ จงถวายท่านไปรูปละ ๒-๓ กำ. ก็สมัยนั้นแล ในเมืองสาวัตถีกำลัง มีงานมหรสพ. กระเทียมเท่าที่เขานำมาขายได้หมด ขาดคราว. ภิกษุณีทั้งหลายพากันเข้าไปหาอุบาสก คนนั้น แล้วได้กล่าวคำนี้ว่า อาวุโส พวกอาตมาต้องการกระเทียม อุบาสกกล่าวว่า ไม่มี เจ้าข้า กระเทียมเท่าที่นำมาแล้วหมด ขาดคราว ขอท่านทั้งหลายได้ โปรดไปที่ไร่ ภิกษุณีถุลลนันทาได้ไปที่ไร่ ขนกระเทียมไปมาก ไม่รู้จักประมาณ. คนเฝ้าไร่จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลายไปถึงไร่แล้วจึงไม่รู้จักประมาณ ขนกระเทียมไปมากมาย เล่า. ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินคนเฝ้าไร่เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่. บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทาจึงไม่รู้จักประมาณ ขนกระเทียมเอาไป มากมายเล่า. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทา ไม่รู้จักประมาณ ขนกระเทียมไปมากมาย จริงหรือ? ภิกษุณีทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทาจึงได้ ไม่รู้จักประมาณ ขนกระเทียมเขาไปมากมาย การกระทำของนางนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำ ของนางนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของ ชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว.

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน อญฺญตเรน อุปาสเกน ภิกฺขุนีสงฺโฆ ลสุเณน ปวาริโต โหติ ยาสํ อยฺยานํ ลสุเณน อตฺโถ อหํ ลสุเณนาติ ฯ เขตฺตปาโล จ อาณตฺโต โหติ สเจ ภิกฺขุนิโย อาคจฺฉนฺติ เอกเมกาย ภิกฺขุนิยา เทฺว ตโย ภณฺฑิเก เทหีติ ฯ {๑๔๗.๑} เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิยํ อุสฺสโว โหติ ฯ ยถาภตํ ลสุณํ ปริกฺขยํ อคมาสิ ฯ ภิกฺขุนิโย ตํ อุปาสกํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ ลสุเณน อาวุโส อตฺโถติ ฯ นตฺเถยฺเย ยถาภตํ ลสุณํ ปริกฺขีณํ เขตฺตํ คจฺฉถาติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี เขตฺตํ คนฺตฺวา น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ ลสุณํ หราเปสิ ฯ เขตฺตปาโล อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย เขตฺตํ คนฺตฺวา น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ ลสุณํ หราเปสฺสนฺตีติ ฯ อสฺโสสุํ โข ภิกฺขุนิโย เขตฺตปาลสฺส อุชฺฌายนฺตสฺส ขียนฺตสฺส วิปาเจนฺตสฺส ฯ ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ ลสุณํ หราเปสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ ลสุณํ หราเปตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ ลสุณํ หราเปสฺสติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย อถเขฺวตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานญฺเจว อปฺปสาทาย ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตายาติ ฯ

๑๔๘

พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนภิกษุณีถุลลนันทา โดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ทรง กระทำธรรมีกถาอันสมควรแก่เรื่องนั้น อันเหมาะสมแก่เรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วตรัสเล่า กะภิกษุทั้งหลายว่า เรื่องหงส์ทอง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ภิกษุณีถุลลนันทาได้เคยเป็นปชาบดีของพราหมณ์ คนหนึ่ง มีธิดา ๓ คน ชื่อนันทา ๑ นันทวดี ๑ สุนทรีนันทา ๑ ครั้นพราหมณ์สามีทำลายขันธ์ ไปบังเกิดในกำเนิดหงส์ตระกูลหนึ่ง มีขนเป็นทองทั้งตัว หงส์นั้นสลัดขนให้แก่สตรีเหล่านั้น คนละขน แต่ภิกษุณีถุลลนันทาคิดว่า หงส์ตัวนี้สลัดขนให้แก่พวกเราคนละขนเท่านั้น แล้วได้จับ พระยาหงส์นั้นถอนขนจนเกลี้ยง ขนพระยาหงส์นั้นที่งอกใหม่ได้กลายเป็นสีขาวไป. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นภิกษุณีถุลลนันทาได้เสื่อมจากทองเพราะความโลภจัด มาบัดนี้ เสื่อมจากกระเทียม.

อถโข ภควา ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ภิกฺขูนํ ตทนุจฺฉวิกํ ตทนุโลมิกํ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส ปชาปตี อโหสิ ฯ ติสฺโส จ ธีตโร นนฺทา นนฺทวตี สุนฺทรีนนฺทา ฯ อถโข ภิกฺขเว โส พฺราหฺมโณ กาลํ กตฺวา อญฺญตรํ หํสโยนึ อุปปชฺชิ ฯ ตสฺส สพฺพโสวณฺณมยา ปตฺตา อเหสุํ ฯ โส ตาสํ เอเกกํ ปตฺตํ เทติ ฯ {๑๔๘.๑} อถโข ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อยํ หํโส อมฺหากํ เอเกกํ ปตฺตํ เทตีติ ตํ หํสราชํ คเหตฺวา นิปฺปตฺตํ อกาสิ ฯ ตสฺส ปุน ชายมานา ปตฺตา เสตา สมฺปชฺชึสุ ฯ ตทาหุ ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อติโลเภน สุวณฺณา ปริหีนา อิทานิ ลสุณา ปริหายิสฺสตีติ ฯ

๑๔๙

ได้สิ่งใดแล้ว ควรยินดีด้วยสิ่งนั้น เพราะความโลภจัดเป็นเหตุให้เสื่อม เหมือน ภิกษุณีถุลลนันทาจับพระยาหงส์ถอนขนแล้ว เสื่อมจากทองฉะนั้น.

ยํ ลทฺธํ เตน ตุฏฺฐพฺพํ อติโลโภ หิ ปาปโก ฯ หํสราชํ คเหตฺวาน สุวณฺณา ปริหายถาติ ฯ

๑๕๐

พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนภิกษุณีถุลลนันทา โดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ... ตรัส กะภิกษุทั้งหลายว่า ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๕๖. ๑. อนึ่ง ภิกษุณีใด ฉันกระเทียม เป็นปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา จบ. สิกขาบทวิภังค์

อถโข ภควา ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๑๕๐.๑} ยา ปน ภิกฺขุนี ลสุณํ ขาเทยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ

๑๕๑

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า กระเทียม ได้แก่ กระเทียมที่เขาเรียกกันว่าเกิดในแคว้นมคธ. ภิกษุณีรับประเคนด้วยหมายใจว่า จักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ กลืนกิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน. บทภาชนีย์ ติกะปาจิตตีย์

ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ ลสุณํ นาม มาคธิกํ วุจฺจติ ฯ ขาทิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

๑๕๒

กระเทียม ภิกษุณีสำคัญว่ากระเทียม ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ กระเทียม ภิกษุณีสงสัย ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์. กระเทียม ภิกษุณีสำคัญว่าไม่ใช่กระเทียม ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ทุกะทุกกฏ ไม่ใช่กระเทียม ภิกษุณีสำคัญว่ากระเทียม ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ใช่กระเทียม ภิกษุณีสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่ต้องอาบัติ ไม่ใช่กระเทียม ภิกษุณีสำคัญว่า ไม่ใช่กระเทียม ไม่ต้องอาบัติ. อนาปัตติวาร

ลสุเณ ลสุณสญฺญา ขาทติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ลสุเณ เวมติกา ขาทติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ลสุเณ อลสุณสญฺญา ขาทติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อลสุเณ ลสุณสญฺญา ขาทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อลสุเณ เวมติกา ขาทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อลสุเณ อลสุณสญฺญา ขาทติ อนาปตฺติ ฯ

๑๕๓

กระเทียมเหลือง ๑ กระเทียมแดง ๑ กระเทียมเขียว ๑ กระเทียม ต้นไม่มีเยื่อ ๑ กระเทียมที่ปรุงลงในแกง ๑ กระเทียมที่ปรุงลงในเนื้อ ๑ กระเทียมเจียว น้ำมัน ๑ กระเทียมที่ปรุงลงในน้ำพุทรา ๑ กระเทียมที่ปรุงลงในแกงอ่อม ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. ลสุณวรรค สิกขาบทที่ ๑ จบ. -----------------------------------------------------

อนาปตฺติ ปลณฺฑุเก ภญฺชนเก หรีตเก จาปลสุเณ สูปสํปาเก มํสสํปาเก เตลสํปาเก สาฬเว อุตฺตริภงฺเค อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ ---------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา