คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๓ · ภิกขุนีวิภังค์

ข้ออื่นในเล่มนี้

สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีสุนทรีนันทาสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีสุนทรีนันทาสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์ บทสรุปสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑ เรื่องอุบาสกกับภิกษุณีถุลลนันทาสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๒ เรื่องชายาเจ้าลิจฉวีกับภิกษุณีถุลลนันทาสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๓ เรื่องอันเตวาสินีของพระเถรีภัททากาปิลานีสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีสุนทรีนันทาสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีสุนทรีนันทาสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีอันเตวาสินีของภิกษุณีถุลลนันทาสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑๐บทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาบทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณี ๒ รูปสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๕ เรื่องพระมหาปชาบดีโคตมีเถรีสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีภรรยาเก่าของมหาอำมาตย์สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องพราหมณ์คนหนึ่งสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีอันเตวาสินีของพระภัททากาปิลานีเถรีสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีอันเตวาสีนีของพระภัททากาปิลานีเถรีสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีอันเตวาสินีของพระภัททากาปิลานีเถรีสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีอันเตวาสินีของพระภัททากาปิลานีเถรีสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องอุบาสกคนหนึ่งสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณี ๒ รูปสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๒ เรื่องพระกัปปิตกะเถระสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีจัณฑกาลีสิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑๑ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทาสิกขาบทที่ ๑๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๓ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งสิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีหลายรูป สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูป สิกขาบทที่…สิกขาบทที่ ๑๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูปสิกขาบทที่ ๑๓ เรื่องภิกษุณีรูปหนึ่งบทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์ สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์…บทสรุปสิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์สิกขาบทที่ ๗๕ เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์บทสรุปอธิกรณสมถกัณฑ์ที่สุดคำนิคม

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๓ เรื่องอันเตวาสินีของพระเถรีภัททากาปิลานี

ข้อ ๔๐–๔๖พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์๗ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๓ เรื่องอันเตวาสินีของพระเถรีภัททากาปิลานี

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีอันเตวาสินีของพระเถรีภัททากาปิลานี ทะเลาะกับภิกษุณี ทั้งหลายแล้วหนีไปสกุลญาติในหมู่บ้านตำบลหนึ่ง. พระเถรีภัททากาปิลานีไม่เห็นนาง จึงถามภิกษุณี ทั้งหลายว่า ภิกษุณีมีชื่อนี้หายไปไหน? ภิกษุณีทั้งหลายตอบว่า เธอทะเลาะกับภิกษุณีทั้งหลาย แล้วก็หายไป เจ้าค่ะ. พระเถรีขอร้องว่า สกุลญาติของเธออยู่ที่ตำบลบ้านโน้น ขอแม่เจ้าช่วยโปรดไปสืบถามดู ที่บ้านทันที. ภิกษุณีทั้งหลายไปที่บ้านนั้น พบเธอแล้วถามว่า แม่เจ้า ทำไมเธอจึงมาคนเดียวเล่า ไม่ ถูกคนรังแกบ้างหรือ? ภิกษุณีนั้นตอบว่า ไม่ถูก เจ้าข้า. บรรดาภิกษุณีทั้งหลายที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่าไฉนภิกษุณีจึง ได้ไปในละแวกบ้านคนเดียวเล่า ... ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีผู้เดียวไป ในละแวกบ้าน จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีผู้เดียวจึงได้ไปใน ละแวกบ้านเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีตั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๑๑. ๓. อนึ่ง ภิกษุณีใด ผู้เดียวไปสู่ละแวกบ้าน ภิกษุณีแม้นี้ ก็ต้องธรรมคือ- *สังฆาทิเสส ชื่อนิสสารณียะ มีอันให้ต้องอาบัติขณะแรกทำ. ก็สิกขาบทนี้ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุณีทั้งหลายด้วยประการฉะนี้. เรื่องอันเตวาสินีของพระเถรีภัททากาปิลานี จบ. เรื่องภิกษุณีสองรูป

สมัยต่อมา ภิกษุณีสองรูปเดินทางจากเมืองสาเกตไปพระนครสาวัตถี ในระหว่าง ทางต้องข้ามแม่น้ำ. จึงภิกษุณีสองรูปนั้นเข้าไปหาพวกคนพายเรือแล้ววิงวอนว่า ขอท่านได้โปรด สงเคราะห์ให้พวกข้าพเจ้าข้ามฟากสักหน่อย. พวกคนเรือกล่าวว่า แม่เจ้าทั้งหลาย พวกข้าพเจ้าไม่สามารถให้ข้ามแม่น้ำคราวเดียวสองรูป ได้ คนเรือคนหนึ่ง ยังภิกษุณีรูปหนึ่งให้ข้ามฟาก. เขาข้ามถึงฝั่งแล้วได้ข่มขืนใจภิกษุณีรูปที่ข้ามฟาก. คนเรือที่ยังไม่ข้ามฟากมาก็ข่มขืนใจภิกษุณีรูปที่ยังไม่ข้ามฟากมา. เธอทั้งสองนั้นภายหลังพบกันแล้วถามกันขึ้นว่า เธอไม่ถูกรังแกดอกหรือ? รูปที่ถูกถามตอบว่า ดิฉันถูก เจ้าค่ะ ก็เธอไม่ถูกรังแกหรือ? อีกรูปหนึ่งตอบว่า ดิฉันก็ถูก เจ้าค่ะ. ครั้นภิกษุณีเหล่านั้นไปถึงพระนครสาวัตถีแล้ว ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. บรรดา ภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีรูปเดียว จึงไปฝั่งแม่น้ำ แล้วแจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลายๆ กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีรูปเดียว ไปฝั่งแม่น้ำ จริงหรือ?. ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีรูปเดียว จึงได้ไป ฝั่งแม่น้ำเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๑ ๑๑. ๓ ก. อนึ่ง ภิกษุณีใด ผู้เดียวไปสู่ละแวกบ้านก็ดี ผู้เดียวไปสู่ฝั่งแม่น้ำก็ดี ภิกษุณีแม้นี้ก็ต้องธรรมคือสังฆาทิเสส ชื่อนิสสารณียะ มีอันให้ต้องอาบัติขณะแรกทำ. ก็แลสิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วย ประการฉะนี้. เรื่องภิกษุณีสองรูป จบ. เรื่องภิกษุณีหลายรูป

สมัยต่อมา ภิกษุณีหลายรูปได้พากันไปสู่พระนครสาวัตถีในโกศลชนบท เข้าถึง บ้านตำบลหนึ่งในเวลาเย็น. ในบรรดาภิกษุณีเหล่านั้น รูปหนึ่งทรงโฉมวิไล น่าพิศ พึงชม. บุรุษ ผู้หนึ่งพอได้สบนางก็มีจิตปฏิพัทธ์. จึงเมื่อเขาตกแต่งที่พักแรมถวายภิกษุณีเหล่านั้น ได้จัดที่พักแรม สำหรับภิกษุณีสวยนั้นไว้ ณ ส่วนข้างหนึ่ง. คราวนั้น นางกำหนดรู้ได้ทันทีว่า บุรุษผู้นี้ถูกราคะกลุ้มรุม แล้ว ถ้ากลางคืนเขาจักเข้าหา ความเสียหายจักมีแก่เรา แล้วไม่บอกลาภิกษุณีทั้งหลาย หนีไปพักแรม ในสกุลอื่น. ครั้นเวลาราตรีบุรุษนั้นมาค้นหาภิกษุณีสวยนั้น ได้กระทบถึงภิกษุณีทั้งหลาย. ภิกษุณี ทั้งหลายไม่เห็นภิกษุณีสวยนั้น จึงพูดกันอย่างนี้ว่า นางตามผู้ชายไปแล้วเป็นแน่. ครั้นราตรีนั้นผ่านไป ภิกษุณีสาวก็เข้าไปหาภิกษุณีทั้งหลาย. ภิกษุณีทั้งหลายถามนางว่าเธอ เดินออกไปกับผู้ชายอื่นหรือ? นางปฏิเสธว่า ไม่ได้เดินกับผู้ชาย เจ้าค่ะ แล้วเล่าเรื่องนั้นแก่ภิกษุณีทั้งหลาย. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนในเวลาราตรี ภิกษุณีจึงได้อยู่แต่ลำพังปราศจากพวกเล่า ... ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีผู้เดียวอยู่ ปราศจากพวกในราตรี จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีผู้เดียว จึงได้อยู่ ปราศจากพวกในราตรีเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล ภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๒ ๑๑. ๓. ข. อนึ่ง ภิกษุณีใด ผู้เดียวไปสู่ละแวกบ้านก็ดี ผู้เดียวไปสู่ฝั่งแม่น้ำก็ดี ผู้ เดียวอยู่ปราศจากพวกในราตรีก็ดี ภิกษุณีแม้นี้ก็ต้องธรรมคือสังฆาทิเสส ชื่อนิสสารณียะ มี อันให้ต้องอาบัติขณะแรกทำ. ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้. เรื่องภิกษุณีหลายรูป จบ. เรื่องภิกษุณีหลายรูป

สมัยต่อมา ภิกษุณีหลายรูปเดินทางไกลไปพระนครสาวัตถี ในโกศลชนบท. ภิกษุณี รูปหนึ่งในจำนวนนั้นปวดอุจจาระ จึงได้เดินล้าหลังไปแต่ผู้เดียว. พวกชาวบ้านพบนางแล้ว ได้ข่มขืน ใจ. ต่อมานางเข้าไปหาภิกษุณีพวกนั้น ภิกษุณีพวกนั้นได้ถามว่า ทำไมเธอจึงเดินล้าหลังแต่ผู้เดียว เล่า ไม่ถูกคนรังแกดอกหรือ? นางตอบว่า ถูกรังแกมาแล้ว. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีจึงเดินปลีก ไปจากคณะแต่ผู้เดียวเล่า ... แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีเดินปลีกไป จากคณะแต่ผู้เดียวจริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีผู้เดียวจึงได้เดินปลีกไปจาก คณะเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระอนุบัญญัติ ๓ ๑๑. ๓. ค. อนึ่ง ภิกษุณีใด ผู้เดียวไปสู่ละแวกบ้านก็ดี ผู้เดียวไปสู่ฝั่งแม่น้ำก็ดี ผู้เดียว อยู่ปราศจากพวกในราตรีก็ดี ผู้เดียวเดินปลีกไปจากคณะก็ดี ภิกษุณีแม้นี้ก็ต้องธรรมคือ- สังฆาทิเสส ชื่อนิสสารณียะ มีอันให้ต้องอาบัติขณะแรกทำ. เรื่องภิกษุณีหลายรูป จบ. สิกขาบทวิภังค์

บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. บทว่า ผู้เดียวเดินไปสู่ละแวกบ้านก็ดี ความว่า บ้านที่มีเครื่องล้อม ย่างเท้าล่วงเข้าเขต ล้อมก้าวที่หนึ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ก้าวที่สอง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส. บ้านที่ไม่มีเครื่องล้อม ย่าง เท้าล่วงอุปจารก้าวที่หนึ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ก้าวที่สองต้องอาบัติสังฆาทิเสส. บทว่า ผู้เดียวเดินไปสู่ฝั่งแม่น้ำก็ดี ความว่า สถานที่ที่นางภิกษุณีครองผ้าปกปิดมณฑล สามเดินข้ามน้ำในที่ใดที่หนึ่ง ผ้าอันตรวาสกเปียก ชื่อว่าแม่น้ำ. ย่างเท้าข้ามก้าวที่หนึ่ง ต้องอาบัติ- *ถุลลัจจัย ย่างเท้าข้ามก้าวที่สอง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส. บทว่า ผู้เดียวอยู่ปราศจากพวกในราตรีก็ดี ความว่า จวนจะละหัตถบาสเพื่อนภิกษุณี พร้อมกับอรุณขึ้น ต้องอาบัติถุลลัจจัย ละแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส. บทว่า ผู้เดียวเดินปลีกไปจากคณะก็ดี ความว่า ในป่าไม่มีหมู่บ้าน จวนจะละอุปจารแห่ง การมองเห็น หรือได้ยินเสียงเพื่อนภิกษุณี ต้องอาบัติถุลลัจจัย ละแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส.

บทว่า ภิกษุณีแม้นี้ พระผู้มีพระภาคตรัสเทียบเคียงภิกษุณีรูปก่อน. บทว่า มีอันให้ต้องอาบัติขณะแรกทำ ความว่า ต้องอาบัติพร้อมกับการล่วงวัตถุ โดยไม่ ต้องสวดสมนุภาส. ที่ชื่อว่า นิสสารณียะ แปลว่า ถูกขับออกจากหมู่. บทว่า สังฆาทิเสส ความว่า สงฆ์เท่านั้นให้มานัต ... แม้เพราะเหตุนั้น จึงตรัสเรียกว่า สังฆาทิเสส. อนาปัตติวาร

มีเพื่อนภิกษุณีไปตามด้วยก็ดี สึกแล้วก็ดี ถึงมรณภาพแล้วก็ดี ไปเข้ารีตเดียรถีย์ ก็ดี ๑ มีอันตราย ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๓ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย