สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ จิตตาคารวรรค สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
จิตฺตาคารวคฺคสฺส อฏฺฐมสิกฺขาปทํ
โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- *บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทาไม่มอบหมายห้องที่อยู่หลีกไปสู่จาริก. ต่อมาห้องที่อยู่ของนางถูกไฟไหม้. ภิกษุณีทั้งหลายจึงพากันกล่าวอย่างนี้ว่า แม่เจ้าทั้งหลาย พวกเรา จงช่วยกันขนสิ่งของออก. ภิกษุณีบางพวกกล่าวอย่างนี้ว่า พวกดิฉันไม่ขน เจ้าข้า เพราะของสิ่งใดสิ่งหนึ่งหายไป แม่เจ้าจักทวงเอากะพวกเราจนครบ. เมื่อภิกษุณีถุลลนันทากลับมายังห้องที่อยู่นั้นแล้ว ถามภิกษุณีทั้งหลายว่า แม่เจ้าทั้งหลายได้ ช่วยขนสิ่งของออกบ้างหรือเปล่า? ภิกษุณีทั้งหลายตอบว่า พวกดิฉันไม่ได้ขนออกเลย เจ้าข้า. ภิกษุณีถุลลนันทาจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย เมื่อห้องที่อยู่ ถูกอัคคีภัย จึงได้ไม่ช่วยกันขนสิ่งของออกเล่า. บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทา จึงไม่มอบหมายห้องที่อยู่ หลีกไปสู่จาริกเล่า. ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีถุลลนันทา ไม่มอบหมายห้องที่อยู่หลีกไปสู่จาริก จริงหรือ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า. ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทาจึงได้ไม่ มอบหมายห้องที่อยู่หลีกไปสู่จาริกเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:- พระบัญญัติ ๑๐๓. ๘. อนึ่ง ภิกษุณีใด ไม่มอบหมายห้องที่อยู่หลีกไปสู่จาริก เป็นปาจิตตีย์. เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา จบ. สิกขาบทวิภังค์
เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อาวสถํ อนิสฺสชฺชิตฺวา จาริกํ ปกฺกามิ ฯ เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยา อาวสโถ ทยฺหติ ฯ ภิกฺขุนิโย เอวมาหํสุ หนฺทยฺเย ภณฺฑกํ นีหรามาติ ฯ เอกจฺจา เอวมาหํสุ น มยํ อยฺเย นีหริสฺสาม ยงฺกิญฺจิ นฏฺฐํ สพฺพํ อเมฺห อภิยุญฺชิสฺสตีติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ปุนเทว ตํ อาวสถํ ปจฺจาคนฺตฺวา ภิกฺขุนิโย ปุจฺฉิ อปยฺเย ภณฺฑกํ นีหริตฺถาติ ฯ น มยํ อยฺเย นีหริมฺหาติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ กถํ หิ นาม ภิกฺขุนิโย อาวสเถ ทยฺหมาเน ภณฺฑกํ น นีหริสฺสนฺตีติ ฯ {๓๑๘.๑} ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา อาวสถํ อนิสฺสชฺชิตฺวา จาริกํ ปกฺกมิสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อาวสถํ อนิสฺสชฺชิตฺวา จาริกํ ปกฺกมตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ {๓๑๘.๒} วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อาวสถํ อนิสฺสชฺชิตฺวา จาริกํ ปกฺกมิสฺสติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๓๑๘.๓} ยา ปน ภิกฺขุนี อาวสถํ อนิสฺสชฺชิตฺวา จาริกํ ปกฺกเมยฺย ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ ทรงประสงค์ในอรรถนี้. ที่ชื่อว่า ห้องที่อยู่ ได้แก่ อาคารที่เรียกกันว่าห้อง มีบานประตูติด. คำว่า ไม่มอบหมาย ... หลีกไปสู่จาริก นั้น ความว่า ไม่มอบหมายแก่ภิกษุณี สิกขมานา หรือสามเณรี เมื่อเดินพ้นเขตห้องที่อยู่ซึ่งมีเครื่องล้อม ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เดินพ้นอุปจารห้องที่อยู่ ซึ่งไม่มีเครื่องล้อม ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทภาชนีย์ ติกะปาจิตตีย์
ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ อาวสโถ นาม กวาฏพทฺโธ วุจฺจติ ฯ อนิสฺสชฺชิตฺวา จาริกํ ปกฺกเมยฺยาติ ภิกฺขุนิยา วา สิกฺขมานาย วา สามเณริยา วา อนิสฺสชฺชิตฺวา ปริกฺขิตฺตสฺส อาวสถสฺส ปริกฺเขปํ อติกฺกมนฺติยา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อปริกฺขิตฺตสฺส อาวสถสฺส อุปจารํ อติกฺกมนฺติยา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
มิได้มอบหมาย ภิกษุณีสำคัญว่ามิได้มอบหมาย หลีกไป ต้องอาบัติปาจิตตีย์. มิได้มอบหมาย ภิกษุณีมีความสงสัย หลีกไป ต้องอาบัติปาจิตตีย์. มิได้มอบหมาย ภิกษุณีสำคัญว่ามอบหมายแล้ว หลีกไป ต้องอาบัติปาจิตตีย์. ติกะทุกกฏ ห้องที่อยู่มิได้ติดบานประตู ภิกษุณีมิได้มอบหมาย หลีกไป ต้องอาบัติทุกกฏ. ห้องที่อยู่ซึ่งมิได้ติดบานประตู ภิกษุณีมอบหมายแล้ว สำคัญว่ามิได้มอบหมาย ต้องอาบัติ- *ทุกกฏ. ห้องที่อยู่ซึ่งมิได้ติดบานประตู ภิกษุณีมอบหมายแล้ว มีความสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ. ห้องที่อยู่ซึ่งมิได้ติดบานประตู ภิกษุณีมอบหมายแล้ว สำคัญว่า มอบหมายแล้ว ไม่ต้อง อาบัติ. อนาปัตติวาร
อนิสฺสชฺชิเต อนิสฺสชฺชิตสญฺญา ปกฺกมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส อนิสฺสชฺชิเต เวมติกา ปกฺกมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อนิสฺสชฺชิเต นิสฺสชฺชิตสญฺญา ปกฺกมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อกวาฏพทฺธํ อนิสฺสชฺชิตฺวา ปกฺกมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นิสฺสชฺชิเต อนิสฺสชฺชิตสญฺญา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นิสฺสชฺชิเต เวมติกา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ นิสฺสชฺชิเต นิสฺสชฺชิตสญฺญา อนาปตฺติ ฯ
มอบหมายแล้วหลีกไป ๑ หลีกไปในเมื่อมีอันตราย ๑ แสวงหาแล้วไม่ได้ ๑ อาพาธ ๑ มีเหตุขัดข้อง ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล. จิตตาคารวรรค สิกขาบทที่ ๘ จบ.
อนาปตฺติ นิสฺสชฺชิตฺวา ปกฺกมติ สติ อนฺตราเย ปริเยสิตฺวา น ลภติ คิลานาย อาปทาสุ อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ --------