๖. อุปสีวมาณวปัญหา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๖. อุปสีวมาณวปัญหา ว่าด้วยปัญหาของอุปสีวมาณพ
(ท่านอุปสีวะทูลถาม ดังนี้) ข้าแต่พระองค์ผู้สักกะ ข้าพระองค์ผู้เดียว ไม่ได้อาศัย (ใครๆ หรือสิ่งใดๆ) จึงไม่สามารถข้ามห้วงกิเลสอันยิ่งใหญ่ได้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีสมันตจักขุ ขอพระองค์โปรดตรัสบอกอารมณ์ ที่ข้าพระองค์ได้อาศัยแล้ว พึงข้ามห้วงกิเลสนี้ได้ (๑) @เชิงอรรถ : @ ดูคำอธิบายในหน้า ๑๗๗-๑๙๔ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๐ หน้า : ๒๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ปารายนวรรค] ๒. มาณวปัญหา ๖. อุปสีวมาณวปัญหา
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อุปสีวะ) เธอจงมีสติ เพ่งพิจารณาอากิญจัญญายตนสมาบัติ ยึดเอาเป็นอารมณ์ว่า ไม่มีอะไรดังนี้แล้ว ก็จะข้ามห้วงกิเลสได้ เธอจงละกามทั้งหลาย เป็นผู้งดเว้นจากความสงสัยทั้งหลาย พิจารณาความสิ้นตัณหา ทั้งคืนทั้งวัน (๒)
(ท่านอุปสีวะทูลถาม ดังนี้) บุคคลใดคลายราคะในกามทั้งปวง ละสมาบัติอื่น อาศัยแต่อากิญจัญญายตนสมาบัติ น้อมใจไปในสัญญาวิโมกข์ชั้นสูง บุคคลนั้นไม่หวั่นไหว ดำรงอยู่ในพรหมโลก ชั้นอากิญจัญญายตนะนั้นได้หรือ (๓)
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อุปสีวะ) บุคคลใดคลายราคะในกามทั้งปวง ละสมาบัติอื่น อาศัยแต่อากิญจัญญายตนสมาบัติ น้อมใจไปในสัญญาวิโมกข์ชั้นสูง บุคคลนั้นไม่หวั่นไหว ดำรงอยู่ในพรหมโลก ชั้นอากิญจัญญายตนะนั้นได้ (๔)
(ท่านอุปสีวะทูลถามว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้มีสมันตจักขุ ถ้าบุคคลนั้นไม่หวั่นไหว ดำรงอยู่ในพรหมโลกนั้นนานปีไซร้ บุคคลนั้นเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว มีความสงบเย็นอยู่ในพรหมโลกนั้นนั่นแลหรือ หรือว่าวิญญาณของบุคคลนั้นจะพึงจุติอีก (๕)
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อุปสีวะ) เปลวไฟถูกกำลังลมพัดไป ย่อมดับ กำหนดไม่ได้ ฉันใด มุนีพ้นแล้วจากนามกาย ย่อมดับไป กำหนดไม่ได้ ฉันนั้น (๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๐ หน้า : ๒๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส [ปารายนวรรค] ๒. มาณวปัญหา ๗. นันทมาณวปัญหา
(ท่านอุปสีวะทูลถามว่า) มุนีนั้นถึงความสลายไป หรือว่าไม่มี หรือว่าไม่แตกทำลายเพราะมีความแน่แท้ พระองค์ผู้เป็นพระมุนี โปรดพยากรณ์ปัญหานั้น แก่ข้าพระองค์ให้แจ่มแจ้งด้วยเถิด เพราะธรรมนั้นพระองค์ทรงทราบชัดแล้ว (๗)
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อุปสีวะ) มุนีผู้ถึงความสลายไป ย่อมไม่มี(อะไร)เป็นประมาณ ชนทั้งหลายพึงว่ากล่าวมุนีนั้นด้วยกิเลสใด กิเลสนั้นย่อมไม่มีแก่มุนีนั้น (เพราะ) เมื่อมุนีนั้นถอนธรรมทั้งปวงได้เด็ดขาดแล้ว แม้ครรลองแห่งวาทะทั้งปวง ท่านก็ถอนได้เด็ดขาดแล้ว(เหมือนกัน) (๘) อุปสีวมาณวปัญหาที่ ๖ จบ