คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

วัตถุนานัตตญาณนิทเทส

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๖๐–๑๖๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๓ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

๑๖๐

ปัญญาในการกำหนดธรรมเป็นภายใน เป็นวัตถุนานัตตญาณ อย่างไร ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดธรรมทั้งหลายเป็นภายในอย่างไร ย่อมกำหนด ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นภายใน ฯ

กถํ อชฺฌตฺตววตฺถาเน ปญฺญา วตฺถุนานตฺเต ญาณํ ฯ กถํ อชฺฌตฺตํ ธมฺเม ววตฺเถติ ฯ จกฺขุํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ โสตํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฆานํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ชิวฺหํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ กายํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ มนํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ

๑๖๑

พระโยคาวจรย่อมกำหนดจักษุเป็นภายในอย่างไร ฯ ย่อมกำหนดว่า จักษุเกิดเพราะอวิชชา เกิดเพราะตัณหา เกิดเพราะกรรม เกิดเพราะอาหาร อาศัยมหาภูตรูป ๔ เกิดแล้วเข้ามาประชุมแล้ว ว่าจักษุไม่มี (จักษุเดี๋ยวนี้ไม่เป็นเหมือนเมื่อก่อน) มีแล้วจักไม่มี (บัดนี้เป็นอย่างนี้ ต่อไปจัก ไม่เป็นเหมือนบัดนี้) ย่อมกำหนดจักษุโดยความเป็นของมีที่สุด กำหนดว่าจักษุ ไม่ยั่งยืน ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา จักษุไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุง แต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดา คลาย ไปเป็นธรรมดา ดับไปเป็นธรรมดา กำหนดจักษุโดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่กำหนดโดยความเป็นของเที่ยง กำหนดโดยความเป็นทุกข์ ไม่กำหนดโดย ความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ไม่กำหนดโดยความเป็นอัตตา ย่อม เบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมให้ราคะดับไป ไม่ให้ เกิดขึ้น ย่อมสละคืน ไม่ยึดถือ เมื่อกำหนดโดยความเป็นของไม่เที่ยง ย่อม ละความสำคัญว่าเป็นของเที่ยงได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นทุกข์ ย่อมละความ สำคัญว่าเป็นสุขได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละความสำคัญว่าเป็น ตัวตนได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละความยินดีได้ เมื่อคลายกำหนัด ย่อมละราคะ ได้ เมื่อให้ราคะดับ ย่อมละเหตุให้เกิดได้ เมื่อสละคืน ย่อมละความยึดถือได้ พระโยคาวจรย่อมกำหนดจักษุเป็นภายในอย่างนี้ ฯ

กถํ จกฺขุํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ จกฺขุํ อวิชฺชาสมฺภูตนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ ตณฺหาสมฺภูตนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ กมฺมสมฺภูตนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ อาหารสมฺภูตนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ววตฺเถติ จกฺขุํ อุปฺปนฺนนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ สมุปาคตนฺติ วตฺเถติ จกฺขุํ อหุตฺวา สมฺภูตํ หุตฺวา น ภวิสฺสตีติ ววตฺเถติ จกฺขุํ อนฺตวนฺตโต ววตฺเถติ จกฺขุํ อทฺธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมนฺติ ววตฺเถติ จกฺขุํ อนิจฺจโต ววตฺเถติ โน นิจฺจโต ทุกฺขโต ววตฺเถติ โน สุขโต อนตฺตโต ววตฺเถติ โน อตฺตโต นิพฺพินฺทติ โน นนฺทติ วิรชฺชติ โน รชฺชติ นิโรเธติ โน สมุเทติ ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยติ อนิจฺจโต ววตฺเถนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ ทุกฺขโต ววตฺเถนฺโต สุขสญฺญํ ปชหติ อนตฺตโต ววตฺเถนฺโต อตฺตสญฺญํ ปชหติ นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ ปชหติ วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหติ นิโรเธนฺโต สมุทยํ ปชหติ ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหติ เอวํ จกฺขุํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ

๑๖๒

พระโยคาวจรย่อมกำหนดหูเป็นภายในอย่างไร ย่อมกำหนดว่า หูเกิดเพราะอวิชชา ฯลฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดหูเป็นภายในอย่างนี้ ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดจมูกเป็นภายในอย่างไร ย่อมกำหนดว่า จมูก เกิดเพราะอวิชชา ฯลฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดจมูกเป็นภายในอย่างนี้ ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดลิ้นเป็นภายในอย่างไร ย่อมกำหนดว่า ลิ้นเกิด เพราะอวิชชา ฯลฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดลิ้นเป็นภายในอย่างนี้ ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดกายเป็นภายในอย่างไร ย่อมกำหนดว่า กาย เกิดเพราะอวิชชา ฯลฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดกายเป็นภายในอย่างนี้ ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดใจเป็นภายในอย่างไร ย่อมกำหนดว่า ใจเกิด เพราะอวิชชา เกิดเพราะตัณหา เกิดเพราะกรรม เกิดเพราะอาหาร อาศัย มหาภูตรูป ๔ เกิดแล้ว เข้ามาประชุมกันแล้ว ใจไม่มี (ใจเดี๋ยวนี้ไม่เป็นเหมือน เมื่อก่อน) มีแล้วจักไม่มี (บัดนี้เป็นอย่างนี้ ต่อไปจักไม่เป็นเหมือนบัดนี้) ย่อม กำหนดใจโดยความเป็นของมีที่สุด กำหนดว่า ใจไม่ยั่งยืน ไม่เที่ยง มีความ แปรปรวนไปเป็นธรรมดา ใจไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดาคลายไปเป็นธรรมดา ดับไปเป็น ธรรมดา กำหนดใจโดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่กำหนดโดยความเป็นของเที่ยง กำหนดโดยความเป็นทุกข์ ไม่กำหนดโดยความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็น อนัตตา ไม่กำหนดโดยความเป็นอัตตา ย่อมเบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมยังราคะให้ดับ ไม่ให้เกิด ย่อมสละคืน ไม่ยึดถือ เมื่อกำหนด โดยความเป็นของไม่เที่ยง ย่อมละความสำคัญว่าเป็นของเที่ยงได้ เมื่อกำหนด โดยความเป็นทุกข์ ย่อมละความสำคัญว่าเป็นสุขได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็น อนัตตา ย่อมละความสำคัญว่าเป็นตัวตนได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละความยินดีได้ เมื่อคลายกำหนัด ย่อมละราคะได้ เมื่อยังราคะให้ดับ ย่อมละเหตุให้เกิดได้ เมื่อสละคืน ย่อมละความยึดถือได้ พระโยคาวจรย่อมกำหนดใจเป็นภายในอย่าง นี้ ย่อมกำหนดธรรมเป็นภายในอย่างนี้ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการกำหนดธรรมเป็นภายใน เป็นวัตถุ นานัตตญาณ ฯ

กถํ โสตํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ โสตํ อวิชฺชาสมฺภูตนฺติ ววตฺเถติ ฯเปฯ เอวํ โสตํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ {๑๖๒.๑} กถํ ฆานํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ ฆานํ อวิชฺชาสมฺภูตนฺติ ววตฺเถติ ฯเปฯ เอวํ ฆานํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ {๑๖๒.๒} กถํ ชิวฺหํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ ชิวฺหา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ชิวฺหา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ชิวฺหา กมฺมสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ชิวฺหา อาหารสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ชิวฺหา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ววตฺเถติ ชิวฺหา อุปฺปนฺนาติ ววตฺเถติ ชิวฺหา สมุปาคตาติ ววตฺเถติ ชิวฺหา อหุตฺวา สมฺภูตา หุตฺวา น ภวิสฺสตีติ ววตฺเถติ ชิวฺหํ อนฺตวนฺตโต ววตฺเถติ ชิวฺหา อทฺธุวา อสสฺสตา วิปริณามธมฺมาติ ววตฺเถติ ชิวฺหา อนิจฺจา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมาติ ววตฺเถติ ชิวฺหํ อนิจฺจโต ววตฺเถติ โน นิจฺจโต ฯเปฯ ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยติ อนิจฺจโต ววตฺเถนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ ฯเปฯ ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหติ เอวํ ชิวฺหํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ {๑๖๒.๓} กถํ กายํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ กาโย อวิชฺชาสมฺภูโตติ ววตฺเถติ กาโย ตณฺหาสมฺภูโตติ ววตฺเถติ กาโย กมฺมสมฺภูโตติ ววตฺเถติ กาโย อาหารสมฺภูโตติ ววตฺเถติ กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ววตฺเถติ กาโย อุปฺปนฺโนติ ววตฺเถติ กาโย สมุปาคโตติ ววตฺเถติ กาโย อุปฺปนฺโนติ ววตฺเถติ น ภวิสฺสตีติ ววตฺเถติ กายํ อนฺตวนฺตโต ววตฺเถติ กาโย อทฺธุโว อสสฺสโต วิปริณามธมฺโมติ ววตฺเถติ กาโย อนิจฺโจ สงฺขโต ปฏิจฺจสมุปฺปนฺโน ขยธมฺโม วยธมฺโม วิราคธมฺโม นิโรธธมฺโมติ ววตฺเถติ กายํ อนิจฺจโต ววตฺเถติ โน นิจฺจโต ทุกฺขโต ววตฺเถติ โน สุขโต ฯเปฯ ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยติ อนิจฺจโต ววตฺเถนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ ทุกฺขโต ววตฺเถนฺโต สุขสญฺญํ ปชหติ ฯเปฯ ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหติ เอวํ กายํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ {๑๖๒.๔} กถํ มนํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ ฯ มโน อวิชฺชาสมฺภูโตติ ววตฺเถติ มโน ตณฺหาสมฺภูโตติ ววตฺเถติ มโน กมฺมสมฺภูโตติ ววตฺเถติ มโน อาหารสมฺภูโตติ ววตฺเถติ มโน อุปฺปนฺโนติ ววตฺเถติ มโน สมุปาคโตติ ววตฺเถติ มโน อหุตฺวา สมฺภูโต หุตฺวา น ภวิสฺสตีติ ววตฺเถติ มนํ อนฺตวนฺตโต ววตฺเถติ มโน อทฺธุโว อสสฺสโต วิปริณามธมฺโมติ ววตฺเถติ มโน อนิจฺโจ สงฺขโต ปฏิจฺจสมุปฺปนฺโน ขยธมฺโม วยธมฺโม วิราคธมฺโม นิโรธธมฺโมติ ววตฺเถติ มนํ อนิจฺจโต ววตฺเถติ โน นิจฺจโต ทุกฺขโต ววตฺเถติ โน สุขโต อนตฺตโต ววตฺเถติ โน อตฺตโต นิพฺพินฺทติ โน นนฺทติ วิรชฺชติ โน รชฺชติ นิโรเธติ โน สมุเทติ ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยติ อนิจฺจโต ววตฺเถนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ ทุกฺขโต ววตฺเถนฺโต สุขสญฺญํ ปชหติ อนตฺตโต ววตฺเถนฺโต อตฺตสญฺญํ ปชหติ นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ ปชหติ วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหติ นิโรเธนฺโต สมุทยํ ปชหติ ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหติ เอวํ มนํ อชฺฌตฺตํ ววตฺเถติ เอวํ อชฺฌตฺตธมฺเม ววตฺเถติ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ อชฺฌตฺตววตฺถาเน ปญฺญา วตฺถุนานตฺเต ญาณํ ฯ --------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

วัตถุนานัตตญาณนิทเทส