นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทส
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ปัญญาในความเป็นผู้มีความชำนาญ ด้วยความเป็นผู้ประกอบ ด้วยพละ ๒ ด้วยความระงับสังขาร ๓ ด้วยญาณจริยา ๑๖ และด้วยสมาธิจริยา ๙ เป็นนิโรธสมาปัตติญาณอย่างไร ฯ คำว่า ด้วยพละ ๒ ความว่า พละ ๒ คือสมถพละ ๑ วิปัสสนาพละ ๑ ฯ
กถํ ทฺวีหิ พเลหิ สมนฺนาคตตฺตา ตโย จ สงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา โสฬสหิ ญาณจริยาหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ วสีภาวตาปญฺญา นิโรธสมาปตฺติยา ญาณํ ฯ {๒๑๗.๑} ทฺวีหิ พเลหีติ เทฺว พลานิ สมถพลํ วิปสฺสนาพลํ ฯ
สมถพละเป็นไฉน ความที่จิตมีอารมณ์เป็นอันเดียวไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสามารถแห่งเนกขัมมะ ด้วยสามารถแห่งความไม่พยาบาท ด้วยสามารถ แห่งอาโลกสัญญา ด้วยสามารถแห่งความไม่ฟุ้งซ่าน ฯลฯ ด้วยสามารถแห่งการ พิจารณาเห็นความสละคืนหายใจออก ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเห็นความ สละคืนหายใจเข้า เป็นสมถพละแต่ละอย่างๆ ฯ
กตมํ สมถพลํ เนกฺขมฺมวเสน จิตฺตสฺเสกคฺคตา อวิกฺเขโป สมถพลํ อพฺยาปาทวเสน จิตฺตสฺเสกคฺคตา อวิกฺเขโป สมถพลํ อาโลกสญฺญาวเสน จิตฺตสฺเสกคฺคตา อวิกฺเขโป สมถพลํ อวิกฺเขปวเสน จิตฺตสฺเสกคฺคตา อวิกฺเขโป สมถพลํ ฯเปฯ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี อสฺสาสวเสน จิตฺตสฺเสกคฺคตา อวิกฺเขโป สมถพลํ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสี ปสฺสาสวเสน จิตฺตสฺเสกคฺคตา อวิกฺเขโป สมถพลํ ฯ
คำว่า สมถพลํ ความว่า ชื่อว่าสมถพละ เพราะอรรถ ว่ากระไร ฯ ชื่อว่าสมถพละ เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหวเพราะนิวรณ์ ด้วยปฐมฌาน ไม่หวั่นไหวเพราะวิตกวิจาร ด้วยทุติยฌาน ไม่หวั่นไหวเพราะปีติ ด้วยตติยฌาน ไม่หวั่นไหวเพราะสุขและทุกข์ ด้วยจตุตถฌาน ไม่หวั่นไหว เพราะรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา ด้วยอากาสานัญจายตนสมาบัติ ไม่หวั่นไหวเพราะ อากาสานัญจายตนสัญญา ด้วยวิญญาณัญจายตนสมาบัติ ไม่หวั่นไหวเพราะ อากิญจัญญายตนสัญญา ด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ไม่หวั่นไหว ไม่กวัดแกว่งไม่คลอนแคลน เพราะอุทธัจจะ เพราะกิเลสอันสหรคตด้วยอุทธัจจะ และเพราะขันธ์ นี้ชื่อว่าสมถพละ ฯ
สมถพลนฺติ เกนตฺเถน สมถพลํ ฯ ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณ น กมฺปตีติ สมถพลํ ทุติยชฺฌาเนน วิตกฺกวิจาเร น กมฺปตีติ สมถพลํ ตติยชฺฌาเนน ปีติยา น กมฺปตีติ สมถพลํ จตุตฺถชฺฌาเนน สุขทุกฺเข น กมฺปตีติ สมถพลํ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติยา รูปสญฺญาย ปฏิฆสญฺญาย นานตฺตสญฺญาย น กมฺปตีติ สมถพลํ วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติยา อากาสานญฺจายตนสญฺญาย น กมฺปตีติ สมถพลํ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติยา วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญาย น กมฺปตีติ สมถพลํ เนวสญฺญา- นาสญฺญายตนสมาปตฺติยา อากิญฺจญฺญายตนสญฺญาย น กมฺปตีติ สมถพลํ อุทฺธจฺเจ จ อุทฺธจฺจสหคตกิเลเส จ ขนฺเธ จ น กมฺปติ น จลติ น เวธตีติ สมถพลํ อิทํ สมถพลํ ฯ
วิปัสสนาพละเป็นไฉน อนิจจานุปัสนา ทุกขานุปัสนา อนัตตานุปัสนา นิพพิทานุปัสนา วิราคานุปัสนา นิโรธานุปัสนา ปฏินิสสัคคา- *นุปัสนา การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูป ฯลฯ การพิจารณาเห็นความสละ คืนในรูป ฯลฯ ในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณ การพิจารณาเห็น ความไม่เที่ยงในจักษุ ฯลฯ ในชราและมรณะ ฯลฯ การพิจารณาเห็นความสละ คืนในชราและมรณะ เป็นวิปัสสนาพละแต่ละอย่างๆ ฯ
กตมํ วิปสฺสนาพลํ อนิจฺจานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ ทุกฺขานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ อนตฺตานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ นิพฺพิทานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ วิราคานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ นิโรธานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ รูเป อนิจฺจานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ ฯเปฯ รูเป ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย สงฺขาเรสุ วิญฺญาเณ จกฺขุสฺมึ ฯเปฯ ชรามรเณ อนิจฺจานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ ฯเปฯ ชรามรเณ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา วิปสฺสนาพลํ ฯ
คำว่า วิปสฺสนาพลํ ความว่า ชื่อว่าวิปัสสนาพละ เพราะ อรรถว่ากระไร ฯ ชื่อว่าวิปัสสนาพละ เพราะอรรถว่า ไม่หวั่นไหวเพราะนิจจสัญญา ด้วยอนิจจานุปัสนา ไม่หวั่นไหวเพราะสุขสัญญา ด้วยทุกขานุปัสนา ไม่หวั่นไหว เพราะอัตตสัญญา ด้วยอนัตตานุปัสนา ไม่หวั่นไหวเพราะความเพลิดเพลิน ด้วย นิพพิทานุปัสนา ไม่หวั่นไหวเพราะความกำหนัด ด้วยวิราคานุปัสนา ไม่หวั่นไหว เพราะสมุทัย ด้วยนิโรธานุปัสนา ไม่หวั่นไหวเพราะความถือมั่น ด้วยปฏินิสสัคคานุ- *ปัสนา ไม่หวั่นไหว ไม่กวัดแกว่ง ไม่คลอนแคลน เพราะอวิชชา เพราะกิเลส อันสหรคตด้วยอวิชชา และเพราะขันธ์ นี้ชื่อว่าวิปัสสนาพละ ฯ
วิปสฺสนาพลนฺติ เกนตฺเถน วิปสฺสนาพลํ ฯ อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจสญฺญาย น กมฺปตีติ วิปสฺสนาพลํ ทุกฺขานุปสฺสนาย สุขสญฺญาย น กมฺปตีติ วิปสฺสนาพลํ อนตฺตานุปสฺสนาย อตฺตสญฺญาย น กมฺปตีติ วิปสฺสนาพลํ นิพฺพิทานุปสฺสนาย นนฺทิยา น กมฺปตีติ วิปสฺสนาพลํ วิราคานุปสฺสนาย ราเค น กมฺปตีติ วิปสฺสนาพลํ นิโรธานุปสฺสนาย สมุทเย น กมฺปตีติ วิปสฺสนาพลํ ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนาย อาทาเน น กมฺปตีติ วิปสฺสนาพลํ อวิชฺชาย จ อวิชฺชาสหคตกิเลเส จ ขนฺเธ จ น กมฺปติ น จลติ น เวธตีติ วิปสฺสนาพลํ อิทํ วิปสฺสนาพลํ ฯ
คำว่า ด้วยการระงับสังขาร ๓ ความว่า ด้วยการระงับสังขาร ๓ เป็นไฉน วิตกวิจารเป็นวจีสังขารของท่านผู้เข้าทุติยฌานระงับไป ลมอัสสาส- *ปัสสาสะเป็นกายสังขารของท่านผู้เข้าจตุตถฌาน ระงับไป สัญญาและเวทนา เป็นจิตตสังขารของท่านผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ระงับไป ด้วยการระงับสังขาร ๓ เหล่านี้ ฯ
ตโย จ สงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยาติ กตเมสํ ติณฺณนฺนํ สงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ฯ ทุติยชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส วิตกฺกวิจารา วจีสงฺขารา ปฏิปฺปสฺสทฺธา โหนฺติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส อสฺสาสปสฺสาสา กายสงฺขารา ปฏิปฺปสฺสทฺธา โหนฺติ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส สญฺญา จ เวทนา จ จิตฺตสงฺขารา ปฏิปฺปสฺสทฺธา โหนฺติ อิเมสํ ติณฺณนฺนํ สงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ฯ
คำว่า ด้วยญาณจริยา ๑๖ ความว่า ด้วยญาณจริยา ๑๖ เป็นไฉน อนิจจานุปัสนา ทุกขานุปัสนา อนัตตานุปัสนา นิพพิทานุปัสนา วิราคานุปัสนา นิโรธานุปัสนา ปฏินิสสัคคานุปัสนา วิวัฏฏนานุปัสนา โสดา- *ปัตติมรรค โสดาปัตติผลสมาบัติ สกทาคามิมรรค สกทาคามิผลสมาบัติ อนาคามิมรรค อนาคามิผลสมาบัติ อรหัตมรรค อรหัตผลสมาบัติ เป็นญาณจริยา แต่ละอย่าง ๆ ด้วยญาณจริยา ๑๖ นี้ ฯ
โสฬสหิ ญาณจริยาหีติ กตมาหิ โสฬสหิ ญาณจริยาหิ ฯ อนิจฺจานุปสฺสนา ญาณจริยา ทุกฺขานุปสฺสนา ญาณจริยา อนตฺตานุปสฺสนา ญาณจริยา นิพฺพิทานุปสฺสนา ญาณจริยา วิราคานุปสฺสนา ญาณจริยา นิโรธานุปสฺสนา ญาณจริยา ปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนา ญาณจริยา วิวฏฺฏนานุปสฺสนา ญาณจริยา โสตาปตฺติมคฺโค ญาณจริยา โสตาปตฺติผลสมาปตฺติ ญาณจริยา สกทาคามิมคฺโค ญาณจริยา สกทาคามิผลสมาปตฺติ ญาณจริยา อนาคามิมคฺโค ญาณจริยา อนาคามิผลสมาปตฺติ ญาณจริยา อรหตฺตมคฺโค ญาณจริยา อรหตฺตผลสมาปตฺติ ญาณจริยา อิมาหิ โสฬสหิ ญาณจริยาหิ ฯ
คำว่า ด้วยสมาธิจริยา ๙ ความว่า ด้วยสมาธิจริยา ๙ เป็นไฉน ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนสมาบัติ วิญญาณัญจายตนสมาบัติ อากิญจัญญายตนสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ เป็นสมาธิจริยาแต่ละอย่างๆ วิตกวิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตาจิต เพื่อประโยชน์ แก่การได้ปฐมฌาน ฯลฯ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตาจิต เพื่อประโยชน์ แก่การได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ด้วยสมาธิจริยา ๙ นี้ ฯ
นวหิ สมาธิจริยาหีติ กตมาหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ ฯ ปฐมชฺฌานํ สมาธิจริยา ทุติยชฺฌานํ สมาธิจริยา ตติยชฺฌานํ สมาธิจริยา จตุตฺถชฺฌานํ สมาธิจริยา อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติ วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติ สมาธิจริยา ปฐมชฺฌานํ ปฏิลาภตฺถาย วิตกฺโก จ วิจาโร จ ปีติ จ สุขญฺจ จิตฺเตกคฺคตา จ ฯเปฯ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย วิตกฺโก จ วิจาโร จ ปีติ จ สุขญฺจ จิตฺเตกคฺคตา จ อิมาหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ ฯ
คำว่า วสี ความว่า วสี ๕ ประการ คือ อาวัชชนาวสี ๑ สมาปัชชนาวสี ๑ อธิษฐานวสี ๑ วุฏฐานวสี ๑ ปัจจเวกขณวสี ๑ ฯ สมาปัตติลาภีบุคคลคำนึงถึงปฐมฌานได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ ปรารถนา ไม่มีความเนิ่นช้าในการคำนึงถึง เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าอาวัชชนาวสี สมาปัตติลาภีบุคคลเข้าปฐมฌานได้ ณ สถานที่ และขณะตามที่ปรารถนา ไม่มี ความเนิ่นช้าในการเข้า เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าสมาปัชชนาวสี สมาปัตติลาภีบุคคล อธิษฐานปฐมฌานได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา ไม่มีความเนิ่นช้าในการ อธิษฐาน เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าอธิษฐานวสี สมาปัตติลาภีบุคคลออกปฐมฌานได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา ไม่มีความเนิ่นช้าในการออก เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าวุฏฐานวสี สมาปัตติลาภีบุคคลพิจารณาปฐมฌานได้ ณ สถานที่และขณะ ตามที่ปรารถนา ไม่มีความเนิ่นช้าในการพิจารณา เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่า ปัจจเวกขณวสี สมาปัตติลาภีบุคคลคำนึงถึงทุติยฌาน ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตน สมาบัติได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา ไม่มีความเนิ่นช้าในการคำนึงถึง เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าอาวัชชนาวสี สมาปัตติลาภีบุคคลเข้า ฯลฯ อธิษฐาน ออก พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติได้ ณ สถานที่และขณะตามที่ปรารถนา ไม่มีความเนิ่นช้าในการพิจารณา เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าปัจจเวกขณวสี วสี ๕ ประการนี้ ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความเป็นผู้มีความชำนาญ ด้วยความ เป็นผู้ประกอบด้วยพละ ๒ ด้วยความระงับสังขาร ๓ ด้วยญาณจริยา ๑๖ และด้วย สมาธิจริยา ๙ เป็นนิโรธสมาปัตติญาณ ฯ
วสีติ ปญฺจ วสิโย อาวชฺชนาวสี สมาปชฺชนาวสี อธิฏฺฐานวสี วุฏฺฐานวสี ปจฺจเวกฺขณาวสี ฯ ปฐมชฺฌานํ ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ อาวชฺชติ อาวชฺชนาย ทนฺธายิตตฺตํ นตฺถีติ อาวชฺชนาวสี ปฐมชฺฌานํ ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ สมาปชฺชติ สมาปชฺชนาย ทนฺธายิตตฺตํ นตฺถีติ สมาปชฺชนาวสี ปฐมชฺฌานํ ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ อธิฏฺฐาติ อธิฏฺฐาเน ทนฺธายิตตฺตํ นตฺถีติ อธิฏฺฐานวสี ปฐมชฺฌานํ ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ วุฏฺฐาติ วุฏฺฐาเน ทนฺธายิตตฺตํ นตฺถีติ วุฏฺฐานวสี ปฐมชฺฌานํ ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ ปจฺจเวกฺขติ ปจฺจเวกฺขณาย ทนฺธายิตตฺตํ นตฺถีติ ปจฺจเวกฺขณาวสี ทุติยชฺฌานํ ฯเปฯ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติ ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ อาวชฺชติ อาวชฺชนาย ทนฺธายิตตฺตํ นตฺถีติ อาวชฺชนาวสี เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติ ยตฺถิจฺฉกํ ยทิจฺฉกํ ยาวติจฺฉกํ สมาปชฺชติ ฯเปฯ อธิฏฺฐาติ วุฏฺฐาติ ปจฺจเวกฺขติ ปจฺจเวกฺขณาย ทนฺธายิตตฺตํ นตฺถีติ ปจฺจเวกฺขณาวสี อิมา ปญฺจ วสิโย ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ ทฺวีหิ พเลหิ สมนฺนาคตตฺตา ตโย จ สงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา โสฬสหิ ญาณจริยาหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ วสีภาวตาปญฺญา นิโรธสมาปตฺติยา ญาณํ ฯ --------