สัลเลขัฏฐญาณนิทเทส
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ปัญญาในความสิ้นไปแห่งกิเลสอันหนา สภาพต่าง ๆ และเดช เป็นสัลเลขัฏฐญาณอย่างไร ฯ คำว่า หนา คือ ราคะหนา โทสะหนา โมหะหนา ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความ เจ้าเล่ห์ ความโอ้อวด หัวดื้อ ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่นท่าน ความมัวเมา ความประมาท กิเลสทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง อภิสังขารทั้งปวง กรรมอันเป็นเหตุให้ไปสู่ภพทั้งปวง เป็นกิเลสหนา ฯ
กถํ ปุถุนานตฺตเตชปริยาทาเน ปญฺญา สลฺเลขฏฺเฐ ญาณํ ฯ {๒๓๓.๑} ปุถูติ ราโค ปุถุ โทโส ปุถุ โมโห ปุถุ โกโธ อุปนาโห มกฺโข ปฬาโส อิสฺสา มจฺฉริยํ มายา สาเฐยฺยํ ถมฺโภ สารมฺโภ มาโน อติมาโน มโท ปมาโท สพฺเพ กิเลสา สพฺเพ ทุจฺจริตา สพฺเพ อภิสงฺขารา สพฺเพ ภวคามิกมฺมา ปุถุ ฯ
คำว่า สภาพต่าง ๆ และสภาพเดียว ความว่า กามฉันทะ เป็นสภาพต่าง เนกขัมมะเป็นสภาพเดียว พยาบาทเป็นสภาพต่าง ความไม่ พยาบาทเป็นสภาพเดียว ถีนมิทธะเป็นสภาพต่าง อาโลกสัญญาเป็นสภาพเดียว อุทธัจจะเป็นสภาพต่าง ความไม่ฟุ้งซ่านเป็นสภาพเดียว วิจิกิจฉาเป็นสภาพต่าง การกำหนดธรรมเป็นสภาพเดียว อวิชชาเป็นสภาพต่าง ญาณเป็นสภาพเดียว อรติเป็นสภาพต่าง ความปราโมทย์เป็นสภาพเดียว นิวรณ์เป็นสภาพต่าง ปฐมฌานเป็นสภาพเดียว ฯลฯ กิเลสทั้งปวงเป็นสภาพต่าง อรหัตมรรคเป็น สภาพเดียว ฯ
นานตฺเตกตฺตนฺติ กามจฺฉนฺโท นานตฺตํ เนกฺขมฺมํ เอกตฺตํ พฺยาปาโท นานตฺตํ อพฺยาปาโท เอกตฺตํ ถีนมิทฺธํ นานตฺตํ อาโลกสญฺญา เอกตฺตํ อุทฺธจฺจํ นานตฺตํ อวิกฺเขโป เอกตฺตํ วิจิกิจฺฉา นานตฺตํ ธมฺมววตฺถานํ เอกตฺตํ อวิชฺชา นานตฺตํ ญาณํ เอกตฺตํ อรติ นานตฺตํ ปามุชฺชํ เอกตฺตํ นีวรณา นานตฺตํ ปฐมชฺฌานํ เอกตฺตํ ฯเปฯ สพฺเพ กิเลสา นานตฺตํ อรหตฺตมคฺโค เอกตฺตํ ฯ
คำว่า เดช ความว่า เดชมี ๕ คือ จรณเดช คุณเดช ปัญญาเดช บุญญเดช ธรรมเดช บุคคลผู้มีจิตอันกล้าแข็ง ย่อมยังเดชคือความ เป็นผู้ทุศีลให้สิ้นไปด้วยเดชคือศีลเครื่องดำเนินไป ย่อมยังเดชมิใช่คุณให้สิ้นไป ด้วยเดชคือคุณ ย่อมยังเดชคือความเป็นผู้มีปัญญาทรามให้สิ้นไปด้วยเดชคือปัญญา ย่อมยังเดชมิใช่บุญให้สิ้นไปด้วยเดชคือบุญ ย่อมยังเดชมิใช่ธรรมให้สิ้นไปด้วย เดชอันเป็นธรรม ฯ
เตโชติ ปญฺจ เตชา จรณเตโช คุณเตโช ปญฺญาเตโช ปุญฺญเตโช ธมฺมเตโช จรณเตเชน เตชิตตฺตา ทุสฺสีลฺยเตชํ ปริยาทิยติ คุณเตเชน เตชิตตฺตา อคุณเตชํ ปริยาทิยติ ปญฺญาเตเชน เตชิตตฺตา ทุปฺปญฺญาเตชํ ปริยาทิยติ ปุญฺญเตเชน เตชิตตฺตา อปุญฺญเตชํ ปริยาทิยติ ธมฺมเตเชน เตชิตตฺตา อธมฺมเตชํ ปริยาทิยติ ฯ
คำว่า ธรรมเครื่องขัดเกลา ความว่า กามฉันทะมิใช่ธรรมเครื่อง ขัดเกลา เนกขัมมะเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา พยาบาทมิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา ความไม่พยาบาทเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ถีนมิทธะมิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา อาโลกสัญญาเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา อุทธัจจะมิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา ความไม่ ฟุ้งซ่านเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา วิจิกิจฉามิใช่เป็นธรรมเครื่องขัดเกลา การกำหนด ธรรมเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา อวิชชามิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา ญาณเป็นธรรม เครื่องขัดเกลา อรติมิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา ความปราโมทย์เป็นธรรมเครื่อง ขัดเกลา นิวรณ์มิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา ปฐมฌานเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ฯลฯ กิเลสทั้งปวงมิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา อรหัตมรรคเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรม ซึ่งว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะ เหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความสิ้นไปแห่งกิเลสอันหนา สภาพต่าง ๆ และเดช เป็นสัลเลขัฏฐญาณ ฯ
สลฺเลโขติ กามจฺฉนฺโท อสลฺเลโข เนกฺขมฺมํ สลฺเลโข พฺยาปาโท อสลฺเลโข อพฺยาปาโท สลฺเลโข ถีนมิทฺธํ อสลฺเลโข อาโลกสญฺญา สลฺเลโข อุทฺธจฺจํ อสลฺเลโข อวิกฺเขโป สลฺเลโข วิจิกิจฺฉา อสลฺเลโข ธมฺมววตฺถานํ สลฺเลโข อวิชฺชา อสลฺเลโข ญาณํ สลฺเลโข อรติ อสลฺเลโข ปามุชฺชํ สลฺเลโข นีวรณา อสลฺเลโข ปฐมชฺฌานํ สลฺเลโข ฯเปฯ สพฺพกิเลสา อสลฺเลโข อรหตฺตมคฺโค สลฺเลโข ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ ปุถุนานตฺตเตชปริยาทาเน ปญฺญา สลฺเลขฏฺเฐ ญาณํ ฯ -------