อัตถสันทัสนญาณนิทเทส
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
ปัญญาในการประกาศธรรมต่าง ๆ เป็นอรรถสันทัสสนญาณ อย่างไร ฯ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม กามาวจรธรรม รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม โลกุตตรธรรม ชื่อว่าธรรมต่าง ๆ ฯ
กถํ นานาธมฺมปฺปกาสนตาปญฺญา อตฺถสนฺทสฺสเน ญาณํ ฯ นานาธมฺมาติ ปญฺจกฺขนฺธา ทฺวาทสายตนานิ อฏฺฐารส ธาตุโย กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพฺยากตา ธมฺมา กามาวจรา ธมฺมา รูปาวจรา ธมฺมา อรูปวจรา ธมฺมา อปริยาปนฺนา ธมฺมา ฯ
คำว่า การประกาศ ความว่า ปัญญาย่อมประกาศรูป โดยความ เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ประกาศเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จักษุ ฯลฯ ชราและมรณะ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯ
ปกาสนตาติ รูปํ อนิจฺจโต ปกาเสติ รูปํ ทุกฺขโต ปกาเสติ รูปํ อนตฺตโต ปกาเสติ เวทนํ สญฺญํ สงฺขาเร วิญฺญาณํ จกฺขุํ ฯเปฯ ชรามรณํ อนิจฺจโต ปกาเสติ ชรามรณํ ทุกฺขโต ปกาเสติ ชรามรณํ อนตฺตโต ปกาเสติ ฯ
คำว่า ในการเห็นชัดซึ่งอรรถธรรม ความว่า พระโยคาวจร เมื่อละกามฉันทะ ย่อมเห็นชัดซึ่งอรรถแห่งเนกขัมมะ เมื่อละพยาบาท ย่อมเห็นชัด ซึ่งอรรถแห่งความไม่พยาบาท เมื่อละถีนมิทธะ ย่อมเห็นชัดซึ่งอรรถแห่งอาโลก- *สัญญา เมื่อละอุทธัจจะ ย่อมเห็นชัดซึ่งอรรถแห่งความไม่ฟุ้งซ่าน เมื่อละวิจิกิจฉา ย่อมเห็นชัดซึ่งอรรถแห่งการกำหนดธรรม เมื่อละอวิชชา ย่อมเห็นชัดซึ่งอรรถแห่ง ญาณ เมื่อละอรติ ย่อมเห็นชัดซึ่งอรรถแห่งความปราโมทย์ เมื่อละนิวรณ์ ย่อม เห็นชัดซึ่งอรรถแห่งปฐมฌาน ฯลฯ เมื่อละกิเลสทั้งปวง ย่อมเห็นชัดซึ่งอรรถแห่ง อรหัตมรรค ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการประกาศธรรมต่าง ๆ เป็นอรรถสัน- *ทัสสนญาณ ฯ
อตฺถสนฺทสฺสเนติ กามจฺฉนฺทํ ปชหนฺโต เนกฺขมฺมตฺถํ สนฺทสฺเสติ พฺยาปาทํ ปชหนฺโต อพฺยาปาทตฺถํ สนฺทสฺเสติ ถีนมิทฺธํ ปชหนฺโต อาโลกสญฺญตฺถํ สนฺทสฺเสติ อุทฺธจฺจํ ปชหนฺโต อวิกฺเขปตฺถํ สนฺทสฺเสติ วิจิกิจฺฉํ ปชหนฺโต ธมฺมววตฺถานตฺถํ สนฺทสฺเสติ อวิชฺชํ ปชหนฺโต ญาณตฺถํ สนฺทสฺเสติ อรตึ ปชหนฺโต ปามุชฺชตฺถํ สนฺทสฺเสติ นีวรเณ ปชหนฺโต ปฐมชฺฌานตฺถํ สนฺทสฺเสติ ฯเปฯ สพฺพกิเลเส ปชหนฺโต อรหตฺตมคฺคตฺถํ สนฺทสฺเสติ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ นานาธมฺมปฺปกาสนตาปญฺญา อตฺถสนฺทสฺสเน ญาณํ ฯ ---------