อินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทส
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
อินทรียปโรปริยัตตญาณของพระตถาคตเป็นไฉน ฯ ในอินทรียปโรปริยัตตญาณนี้ พระตถาคตย่อมทรงเห็นสัตว์ทั้งหลาย ผู้มีกิเลสธุลีน้อยในปัญญาจักษุ มีกิเลสธุลีมากในปัญญาจักษุ มีอินทรีย์แก่กล้า มีอินทรีย์อ่อน มีอาการดี มีอาการชั่ว พึงให้รู้แจ้งได้โดยง่าย พึงให้รู้แจ้งได้โดยยาก บางพวกมีปกติเห็นปรโลกและโทษโดยความเป็นภัย บางพวกมิได้เห็นปรโลก และโทษโดยความเป็นภัย ฯ
กตมํ ตถาคตสฺส อินฺทฺริยานํ ปโรปริยตฺเต ญาณํ ฯ อิธ ตถาคโต สตฺเต ปสฺสติ อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเข ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเย สฺวากาเร ทฺวากาเร สุวิญฺญาปเย ทุวิญฺญาปเย อปฺเปกจฺเจ ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโน อปฺเปกจฺเจ นปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโน ฯ
คำว่า มีกิเลสธุลีน้อยในปัญญาจักษุ มีกิเลสธุลีมากในปัญญา จักษุ ความว่า บุคคลผู้มีศรัทธา เป็นคนมีกิเลสธุลีน้อยในปัญญาจักษุ บุคคล ผู้ไม่มีศรัทธา เป็นคนมีกิเลสธุลีมากในปัญญาจักษุ บุคคลผู้ปรารภความเพียร เป็นคนมีกิเลสธุลีน้อยในปัญญาจักษุ บุคคลผู้เกียจคร้าน เป็นคนมีกิเลสธุลีมาก ในปัญญาจักษุ บุคคลผู้มีสติตั้งมั่น เป็นคนมีกิเลสธลีน้อยในปัญญาจักษุ บุคคลผู้มี สติหลงลืม เป็นคนมีกิเลสธุลีมากในปัญญาจักษุ บุคคลผู้มีจิตตั้งมั่น เป็นคนมี กิเลสธุลีน้อยในปัญญาจักษุ บุคคลผู้มีจิตไม่ตั้งมั่นเป็นคนมีกิเลสธุลีมากในปัญญา จักษุ บุคคลผู้มีปัญญา เป็นคนมีกิเลสธุลีน้อยในปัญญาจักษุ บุคคลผู้มีปัญญาทราม เป็นคนมีกิเลสธุลีมากในปัญญาจักษุ ฯ
อปฺปรชกฺเข มหารชกฺเขติ สทฺโธ ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข อสฺสทฺโธ ปุคฺคโล มหารชกฺโข อารทฺธวิริโย ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข กุสีโต ปุคฺคโล มหารชกฺโข อุปฏฺฐิตสฺสติ ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข มุฏฺฐสฺสติ ปุคฺคโล มหารชกฺโข สมาหิโต ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข อสมาหิโต ปุคฺคโล มหารชกฺโข ปญฺญวา ปุคฺคโล อปฺปรชกฺโข ทุปฺปญฺโญ ปุคฺคโล มหารชกฺโข ฯ
คำว่า มีอินทรีย์แก่กล้า มีอินทรีย์อ่อน ความว่าบุคคลผู้มีศรัทธา เป็นคนมีอินทรีย์แก่กล้า บุคคลผู้ไม่มีศรัทธาเป็นคนมีอินทรีย์อ่อน ... บุคคลผู้มี ปัญญา เป็นคนมีอินทรีย์แก่กล้า บุคคลผู้มีปัญญาทราม เป็นคนมีอินทรีย์อ่อน ฯ
ติกฺขินฺทฺริเย มุทินฺทฺริเยติ สทฺโธ ปุคฺคโล ติกฺขินฺทฺริโย อสฺสทฺโธ ปุคฺคโล มุทินฺทฺริโย อารทฺธวิริโย ปุคฺคโล ติกฺขินฺทฺริโย กุสีโต ปุคฺคโล มุทินฺทฺริโย อุปฏฺฐิตสฺสติ ปุคฺคโล ติกฺขินฺทฺริโย มุฏฺฐสฺสติ ปุคฺคโล มุทินฺทฺริโย สมาหิโต ปุคฺคโล ติกฺขินฺทฺริโย อสมาหิโต ปุคฺคโล มุทินฺทฺริโย ปญฺญวา ปุคฺคโล ติกฺขินฺทฺริโย ทุปฺปญฺโญ ปุคฺคโล มุทินฺทฺริโย ฯ
คำว่า มีอาการดี มีอาการชั่ว ความว่า บุคคลผู้มีศรัทธา เป็นคนมีอาการดี บุคคลผู้ไม่มีศรัทธา เป็นคนมีอาการชั่ว ... บุคคลผู้มีปัญญา เป็นคนมีอาการดี บุคคลผู้มีปัญญาทราม เป็นคนมีอาการชั่ว ฯ
สฺวากาเร ทฺวากาเรติ สทฺโธ ปุคฺคโล สฺวากาโร อสฺสทฺโธ ปุคฺคโล ทฺวากาโร อารทฺธวิริโย ปุคฺคโล สฺวากาโร กุสีโต ปุคฺคโล ทฺวากาโร อุปฏฺฐิตสฺสติ ปุคฺคโล สฺวากาโร มุฏฺฐสฺสติ ปุคฺคโล ทฺวากาโร สมาหิโต ปุคฺคโล สฺวากาโร อสมาหิโต ปุคฺคโล ทฺวากาโร ปญฺญวา ปุคฺคโล สฺวากาโร ทุปฺปญฺโญ ปุคฺคโล ทฺวากาโร ฯ
คำว่า พึงให้รู้แจ้งได้โดยง่าย พึงให้รู้แจ้งได้โดยยาก ความว่า บุคคลผู้มีศรัทธา เป็นคนพึงให้รู้แจ้งได้โดยง่าย บุคคลผู้ไม่มีศรัทธา เป็นคนพึง ให้รู้แจ้งได้โดยยาก บุคคลผู้มีปัญญา เป็นคนพึงให้รู้แจ้งได้โดยง่าย บุคคลผู้มี ปัญญาทราม เป็นคนพึงให้รู้แจ้งได้โดยยาก ฯ
สุวิญฺญาปเย ทุวิญฺญาปเยติ สทฺโธ ปุคฺคโล สุวิญฺญาปโย อสฺสทฺโธ ปุคฺคโล ทุวิญฺญาปโย อารทฺธวิริโย ปุคฺคโล สุวิญฺญาปโย กุสีโต ปุคฺคโล ทุวิญฺญาปโย อุปฏฺฐิตสฺสติ ปุคฺคโล สุวิญฺญาปโย มุฏฺฐสฺสติ ปุคฺคโล ทุวิญฺญาปโย สมาหิโต ปุคฺคโล สุวิญฺญาปโย อสมาหิโต ปุคฺคโล ทุวิญฺญาปโย ปญฺญวา ปุคฺคโล สุวิญฺญาปโย ทุปฺปญฺโญ ปุคฺคโล ทุวิญฺญาปโย ฯ
คำว่า บางพวกมีปกติเห็นปรโลกและโทษโดยความเป็นภัย บางพวกมิได้เห็นปรโลกและโทษโดยความเป็นภัย ความว่า บุคคลผู้มีศรัทธา เป็นคนมีปกติเห็นปรโลกและโทษโดยความเป็นภัย บุคคลผู้ไม่มีศรัทธา เป็นคน มิได้เห็นปรโลกและโทษโดยความเป็นภัย บุคคลผู้มีปัญญา เป็นคนมีปกติเห็น ปรโลกและโทษโดยความเป็นภัย บุคคลผู้มีปัญญาทราม เป็นคนมิได้เห็นปรโลก และโทษโดยความเป็นภัย ฯ
อปฺเปกจฺเจ ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโน อปฺเปกจฺเจ นปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโนติ สทฺโธ ปุคฺคโล ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี อสฺสทฺโธ ปุคฺคโล นปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี อารทฺธวิริโย ปุคฺคโล ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี กุสีโต ปุคฺคโล นปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี อุปฏฺฐิตสฺสติ ปุคฺคโล ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี มุฏฺฐสฺสติ ปุคฺคโล นปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี สมาหิโต ปุคฺคโล ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี อสมาหิโต ปุคฺคโล นปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี ปญฺญวา ปุคฺคโล ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี ทุปฺปญฺโญ ปุคฺคโล นปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี ฯ
ชื่อว่าโลก คือ ขันธโลก ธาตุโลก อายตนโลก โลกคือภพวิบัติ โลกคือสมภพวิบัติ โลกคือภพสมบัติ โลกคือสมภพสมบัติ โลก ๑ คือสัตว์ทั้งปวง ดำรงอยู่ได้เพราะอาหาร โลก ๒ คือ นามและรูป โลก ๓ คือเวทนา ๓ โลก ๔ คืออาหาร ๔ โลก ๕ คือ อุปาทานขันธ์ ๕ โลก ๖ คือ อายตนะภายใน ๖ โลก ๗ คือ ภูมิเป็นที่ตั้งวิญญาณ ๗ โลก ๘ คือ โลกธรรม ๘ โลก ๙ คือ ภพเป็นที่อาศัยอยู่ของสัตว์ ๙ โลก ๑๐ คือ อายตนะ ๑๐ โลก ๑๒ คือ อายตนะ ๑๒ โลก ๑๘ คือ ธาตุ ๑๘ ฯ
โลโกติ ขนฺธโลโก ธาตุโลโก อายตนโลโก วิปตฺติภวโลโก วิปตฺติสมฺภวโลโก สมฺปตฺติภวโลโก สมฺปตฺติสมฺภวโลโก เอโก โลโก สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา เทฺว โลกา นามญฺจ รูปญฺจ ตโย โลกา ติสฺโส เวทนา จตฺตาโร โลกา จตฺตาโร อาหารา ปญฺจ โลกา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ฉ โลกา ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ สตฺต โลกา สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย อฏฺฐ โลกา อฏฺฐ โลกธมฺมา นว โลกา นว สตฺตาวาสา ทส โลกา ทสายตนานิ ทฺวาทส โลกา ทฺวาทสายตนานิ อฏฺฐารส โลกา อฏฺฐารส ธาตุโย ฯ
ชื่อว่าโทษ คือ กิเลสทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง อภิสังขารทั้งปวง กรรมอันเป็นเหตุให้สัตว์ไปสู่ภพทั้งปวง เป็นโทษ ความสำคัญในโลกนี้และโทษนี้ ว่าเป็นภัยอันแรงกล้า ปรากฏแล้วด้วยประการดังนี้ เหมือนความสำคัญในศัตรู ผู้เงื้อดาบเข้ามาจะฆ่าฉะนั้น พระตถาคตย่อมทรงรู้ ทรงเห็น ทรงทราบชัด ทรงแทง ตลอดซึ่งอินทรีย์ ๕ ประการนี้ ด้วยอาการ ๕๐ นี้ นี้เป็นอินทรียปโรปริยัตตญาณ ของพระตถาคต ฯ
วชฺชนฺติ สพฺเพ กิเลสา วชฺชา สพฺเพ ทุจฺจริตา วชฺชา สพฺเพ อภิสงฺขารา วชฺชา สพฺเพ ภวคามิกมฺมา วชฺชา อิติ อิมสฺมึ จ โลเก อิมสฺมึ จ วชฺเช ติพฺพา ภยสญฺญา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ เสยฺยถาปิ อุกฺขิตฺตาสิเก วธเก อิเมหิ ปญฺญาสาย อากาเรหิ อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ ชานาติ ปสฺสติ อญฺญาติ ปฏิวิชฺฌติ อิทํ ตถาคตสฺส อินฺทฺริยานํ ปโรปริยตฺเต ญาณํ ฯ --------