คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๓. โพชฌงคกถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๕๕๗–๕๗๓พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๑๗ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ยุคนัทธวรรค โพชฌงคกถา สาวัตถีนิทาน

ยุคนทฺธวคฺเค โพชฺฌงฺคกถา สาวตฺถีนิทานํ

๕๕๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ ๗ ประการเป็นไฉน คือ สติสัมโพชฌงค์ ๑ ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ ๑ วิริยสัมโพชฌงค์ ๑ ปีติ สัมโพชงฌงค์ ๑ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ๑ สมาธิสัมโพชฌงค์ ๑ อุเบกขา- *สัมโพชฌงค์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ ประการนี้แล ฯ คำว่า โพชฺฌงฺคา ความว่า ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่ากระไร ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าเป็นไปในความตรัสรู้ ว่าย่อมตรัสรู้ ว่าตรัสรู้ตาม ว่าตรัสรู้เฉพาะ ว่าตรัสรู้พร้อม ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่า ตรัสรู้ เพราะอรรถว่าตรัสรู้ตาม เพราะอรรถว่าตรัสรู้เฉพาะ เพราะอรรถว่าตรัสรู้ พร้อม ชื่อว่าโพชฌฺงค์ เพราะอรรถว่าให้ตรัสรู้ ว่าให้ตรัสรู้ตาม ว่าให้ตรัสรู้ เฉพาะ ว่าให้ตรัสรู้พร้อม ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าให้ตรัสรู้ เพราะอรรถ ว่าให้ตรัสรู้ตาม เพราะอรรถว่าให้ตรัสรู้พร้อม ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าเป็น ไปในธรรมฝ่ายตรัสรู้ เพราะอรรถว่าเป็นไปในธรรมฝ่ายตรัสรู้ตาม เพราะอรรถว่า เป็นไปในฝ่ายธรรมเครื่องตรัสรู้เฉพาะ เพราะอรรถว่าเป็นไปในธรรมฝ่ายเครื่อง ตรัสรู้พร้อม ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าเป็นเหตุให้ได้ความตรัสรู้ เพราะ อรรถว่าปลูกความตรัสรู้ เพราะอรรถว่าบำรุงความตรัสรู้ เพราะอรรถว่าให้ถึงความ ตรัสรู้ เพราะอรรถว่าให้ถึงพร้อมความตรัสรู้ ฯ

สตฺติเม ภิกฺขเว โพชฺฌงฺคา กตเม สตฺต สติสมฺโพชฺฌงฺโค สมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค วิริยสมฺโพชฺฌงฺโค ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อิเม โข ภิกฺขเว สตฺต โพชฺฌงฺคา ฯ {๕๕๗.๑} โพชฺฌงฺคาติ เกนตฺเถน โพชฺฌงฺคา ฯ โพธิยํ สํวตฺตนฺตีติ โพชฺฌงฺคา พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนุพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปฏิพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สมฺพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา พุชฺฌนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนุพุชฺฌนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปฏิพุชฺฌนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา สมฺพุชฺฌนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โพเธนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนุโพเธนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปฏิโพเธนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สมฺโพเธนฺตีติ โพชฺฌงฺคา โพธนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนุโพธนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปฏิโพธนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา สมฺโพธนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โพธิปกฺขิยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนุโพธิปกฺขิยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปฏิโพธิปกฺขิยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา สมฺโพธิปกฺขิยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา พุทฺธิปฏิลาภฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา พุทฺธิโรปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา พุทฺธิอภิโรปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา พุทฺธิปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา พุทฺธิสมฺปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ฯ

๕๕๘

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าเป็นมูล เพราะอรรถว่าประพฤติ ตามอรรถที่เป็นมูล เพราะอรรถว่ากำหนดธรรมที่เป็นมูล เพราะอรรถว่ามีธรรม อันเป็นมูลเป็นบริวาร เพราะอรรถว่ามีธรรมอันเป็นมูลบริบูรณ์ เพราะอรรถว่า มีธรรมอันเป็นมูลแก่กล้า เพราะอรรถว่าแตกฉานในธรรมอันเป็นมูล เพราะ อรรถว่าให้ถึงความแตกฉานในธรรมอันเป็นมูล เพราะอรรถว่าเจริญความชำนาญ ในความแตกฉานในธรรมอันเป็นมูล ชื่อว่าโพชฌงค์ แม้ของบุคคลผู้ถึงความ ชำนาญในความแตกฉานในธรรมอันเป็นมูล เพราะอรรถว่าเป็นเหตุ เพราะอรรถ ว่าประพฤติตามเหตุ ... เพราะอรรถว่าเจริญความชำนาญในความแตกฉานในเหตุ ชื่อว่าโพชฌงค์ แม้ของบุคคลผู้ถึงความชำนาญในความแตกฉานในเหตุ เพราะ อรรถว่าเป็นปัจจัย เพราะอรรถว่าประพฤติตามปัจจัย ... เพราะอรรถว่าเจริญความ ชำนาญในความแตกฉานในปัจจัย ชื่อว่าโพชฌงค์ แม้ของบุคคลผู้ถึงความ ชำนาญในความแตกฉานในปัจจัย เพราะอรรถว่าหมดจด เพราะอรรถว่าประพฤติ หมดจด ... เพราะอรรถว่าเจริญความชำนาญในความแตกฉานในความหมดจด ชื่อ ว่าโพชฌงค์แม้ของบุคคลผู้ถึงความชำนาญในความแตกฉานในความหมดจด เพราะ อรรถว่าไม่มีโทษ เพราะอรรถว่าประพฤติไม่มีโทษ ... เพราะอรรถว่าเจริญความ ชำนาญในความแตกฉานในความไม่มีโทษ ชื่อว่าโพชฌงค์ แม้ของบุคคลผู้ถึง ความชำนาญในความแตกฉานในความไม่มีโทษ เพราะอรรถว่าเป็นเนกขัมมะ เพราะอรรถว่าประพฤติเนกขัมมะ ... เพราะอรรถว่าเจริญความชำนาญในความแตก ฉานในเนกขัมมะ ชื่อว่าโพชฌงค์ แม้ของบุคคลผู้ถึงความชำนาญในความแตก ฉานในเนกขัมมะ เพราะอรรถว่าหลุดพ้น เพราะอรรถว่าประพฤติหลุดพ้น ... เพราะอรรถว่าเจริญความชำนาญในความแตกฉานในความหลุดพ้น ชื่อว่าโพชฌงค์ แม้ของบุคคลผู้ถึงความชำนาญในความแตกฉานในความหลุดพ้น เพราะอรรถว่าไม่ มีอาสวะ เพราะอรรถว่าประพฤติไม่มีอาสวะ ... เพราะอรรถว่าเจริญความชำนาญ ในความแตกฉานในความไม่มีอาสวะ ชื่อว่าโพชฌงค์ แม้ของบุคคลผู้ถึงความ ชำนาญในความแตกฉานในความไม่มีอาสวะ เพราะอรรถว่าเป็นวิเวก เพราะอรรถ ว่าประพฤติวิเวก ... เพราะอรรถว่าเจริญความชำนาญในความแตกฉานในวิเวก ชื่อว่าโพชฌงค์ แม้ของบุคคลผู้ถึงความชำนาญในความแตกฉานในวิเวก เพราะ อรรถว่าปล่อยวาง เพราะอรรถว่าประพฤติปล่อยวาง เพราะอรรถว่ากำหนดความ ปล่อยวาง เพราะอรรถว่ามีความปล่อยวางเป็นบริวาร เพราะอรรถว่ามีความ ปล่อยวางบริบูรณ์ เพราะอรรถว่ามีความปล่อยวางแก่กล้า เพราะอรรถว่าแตกฉาน ในความปล่อยวาง เพราะอรรถว่าให้ถึงความแตกฉานในความปล่อยวาง เพราะ อรรถว่าเจริญความชำนาญในความแตกฉานในความปล่อยวาง ชื่อว่าโพชฌงค์ แม้ ของบุคคลผู้ถึงความชำนาญในความแตกฉานในความปล่อยวาง ฯ

มูลฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา มูลจริยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา มูลปริคฺคหฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา มูลปริวารฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา มูลปริปูรฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา มูลปริปากฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา มูลปฏิสมฺภิทฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา มูลปฏิสมฺภิทาปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา มูลปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา มูลปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปิ โพชฺฌงฺคา เหตฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เหตุจริยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เหตุปริคฺคหฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เหตุปริวารฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เหตุปริปูรฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เหตุปริปากฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เหตุปฏิสมฺภิทฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เหตุปฏิสมฺภิทา- ปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เหตุปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เหตุปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปิ โพชฺฌงฺคา ปจฺจยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปจฺจยจริยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปจฺจยปริคฺคหฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปจฺจยปริวารฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปจฺจยปริปูรฏฺเฐน {๕๕๘.๑} โพชฺฌงฺคา ปจฺจยปริปากฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปจฺจยปฏิสมฺภิทฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปจฺจยปฏิสมฺภิทาปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปจฺจยปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา ปจฺจยปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปิ โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธิจริยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธิปริคฺคหฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธิปริวารฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธิปริปูรฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธิปริปากฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธิปฏิสมฺภิทฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธิปฏิสมฺภิทาปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธิปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธิปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปิ โพชฺฌงฺคา อนวชฺชฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนวชฺชจริยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนวชฺชปริคฺคหฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนวชฺชปริวารฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนวชฺชปริปูรฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนวชฺชปริปากฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนวชฺชปฏิสมฺภิทฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนวชฺชปฏิสมฺภิทาปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนวชฺชปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนวชฺชปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปิ โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมจริยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมปริคฺคหฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมปริวารฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมปริปูรฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมปริปากฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมปฏิสมฺภิทฏฺเฐน {๕๕๘.๒} โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมปฏิสมฺภิทาปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปิ โพชฺฌงฺคา วิมุตฺตฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติจริยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติปริคฺคหฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติปริวารฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติปริปูรฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติปริปากฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติปฏิสมฺภิทฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติปฏิสมฺภิทา- ปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปิ โพชฺฌงฺคา อนาสวฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนาสวจริยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนาสวปริคฺคหฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนาสวปริวารฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนาสวปริปูรฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนาสวปริปากฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนาสวปฏิสมฺภิทฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนาสวปฏิสมฺภิทา- ปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนาสวปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา อนาสวปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปิ โพชฺฌงฺคา วิเวกฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิเวกจริยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิเวกปริคฺคหฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิเวกปริวารฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิเวกปริปูรฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิเวกปริปากฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิเวกปฏิสมฺภิทฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิเวกปฏิสมฺภิทาปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิเวกปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา วิเวกปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปิ โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคจริยฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคปริคฺคหฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคปริวารฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคปริปูรฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคปริปากฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคปฏิสมฺภิทฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคปฏิสมฺภิทาปาปนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺเฐน โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปิ โพชฺฌงฺคา ฯ

๕๕๙

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้สภาพอันเป็นมูล ว่าตรัสรู้ สภาพอันเป็นเหตุ ว่าตรัสรู้สภาพอันเป็นปัจจัย ว่าตรัสรู้สภาพอันหมดจด ว่า ตรัสรู้สภาพอันไม่มีโทษ ว่าตรัสรู้สภาพอันเป็นเนกขัมมะ ว่าตรัสรู้สภาพวิมุติ ว่าตรัสรู้สภาพไม่มีอาสวะ ว่าตรัสรู้สภาพวิเวก ว่าตรัสรู้สภาพปล่อยวาง ว่าตรัสรู้ สภาพความประพฤติธรรมอันเป็นมูล ว่าตรัสรู้สภาพความประพฤติธรรมอันเป็น เหตุ ว่าตรัสรู้สภาพความประพฤติธรรมอันเป็นปัจจัย ว่าตรัสรู้สภาพความ ประพฤติหมดจด ว่าตรัสรู้สภาพความประพฤติไม่มีโทษ ว่าตรัสรู้สภาพความ ประพฤติเนกขัมมะ ว่าตรัสรู้สภาพความประพฤติวิมุติ ว่าตรัสรู้สภาพความ ประพฤติไม่มีอาสวะ ว่าตรัสรู้สภาพความประพฤติวิเวก ว่าตรัสรู้สภาพความ ประพฤติปล่อยวาง ว่าตรัสรู้สภาพความกำหนดธรรมอันเป็นมูล ฯลฯ ว่าตรัสรู้ สภาพความกำหนดปล่อยวาง ว่าตรัสรู้สภาพธรรมอันเป็นมูลเป็นบริวาร ฯลฯ ว่า ตรัสรู้สภาพมีความปล่อยวางเป็นบริวาร ว่าตรัสรู้สภาพมีธรรมอันเป็นมูลบริบูรณ์ ฯลฯ ว่าตรัสรู้สภาพมีความปล่อยวางบริบูรณ์ ว่าตรัสรู้สภาพธรรมอันเป็นมูลแก่ กล้า ฯลฯ ว่าตรัสรู้ธรรมอันมีความปล่อยวางแก่กล้า ว่าตรัสรู้สภาพความแตกฉาน ในธรรมอันเป็นมูล ฯลฯ ว่าตรัสรู้สภาพความแตกฉานในความปล่อยวาง ว่าตรัส รู้สภาพอันให้ถึงความแตกฉานในธรรมอันเป็นมูล ฯลฯ ว่าตรัสรู้สภาพอันให้ถึง ความแตกฉานในความปล่อยวาง ว่าตรัสรู้สภาพความเจริญความชำนาญในความ แตกฉานในธรรมอันเป็นมูล ฯลฯ ว่าตรัสรู้สภาพความเจริญความชำนาญในความ แตกฉานในความปล่อยวาง ฯลฯ ฯ

มูลฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เหตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปจฺจยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนวชฺชฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิมุตฺตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนาสวฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิเวกฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มูลจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เหตุจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปจฺจยจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิสุทฺธิจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนวชฺชจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนาสวจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิเวกจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มูลปริคฺคหฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ โวสฺสคฺคปริคฺคหฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มูลปริวารฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ โวสฺสคฺคปริวารฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มูลปริปูรฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ โวสฺสคฺคปริปูรฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มูลปริปากฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ โวสฺสคฺคปริปากฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มูลปฏิสมฺภิทฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ โวสฺสคฺคปฏิสมฺภิทฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มูลปฏิสมฺภิทา- ปาปนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ โวสฺสคฺคปฏิสมฺภิทาปาปนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มูลปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ โวสฺสคฺคปฏิสมฺภิทาย วสีภาวนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ ฯ

๕๖๐

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้สภาพความกำหนด ว่า ตรัสรู้สภาพบริวาร ฯลฯ ว่าตรัสรู้สภาพบริบูรณ์ ว่าตรัสรู้สภาพแห่งจิตมีอารมณ์ เดียว ว่าตรัสรู้สภาพความไม่ฟุ้งซ่าน ว่าตรัสรู้สภาพประคองไว้ ว่าตรัสรู้สภาพ ความไม่แพร่ไป ว่าตรัสรู้สภาพความไม่ขุ่นมัว ว่าตรัสรู้สภาพไม่มีกิเลสเครื่อง หวั่นไหว ว่าตรัสรู้สภาพตั้งอยู่แห่งจิต ด้วยสามารถความปรากฏโดยความมีอารมณ์ เดียว ว่าตรัสรู้สภาพอารมณ์ ว่าตรัสรู้สภาพโคจร ว่าตรัสรู้สภาพละ ว่าตรัสรู้ สภาพสละ ว่าตรัสรู้สภาพการออกไป ว่าตรัสรู้สภาพความหลีกไป ว่าตรัสรู้ สภาพละเอียด ว่าตรัสรู้สภาพประณีต ว่าตรัสรู้สภาพหลุดพ้น ว่าตรัสรู้สภาพ ไม่มีอาสวะ ว่าตรัสรู้สภาพการข้ามไป ว่าตรัสรู้สภาพนิพพานอันไม่มีนิมิต ว่า ตรัสรู้สภาพนิพพานอันไม่มีที่ตั้ง ว่าตรัสรู้สภาพนิพพานอันว่างเปล่า ว่าตรัสรู้ สภาพธรรมอันมีกิจเป็นอันเดียวกัน ว่าตรัสรู้สภาพธรรมอันไม่ล่วงเกินกัน ว่า ตรัสรู้สภาพธรรมที่เป็นคู่กัน ว่าตรัสรู้สภาพธรรมเครื่องนำออก ว่าตรัสรู้สภาพ แห่งเหตุ ว่าตรัสรู้สภาพทัสนะ ว่าตรัสรู้สภาพธรรมที่เป็นใหญ่ ฯ

ปริคฺคหฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปริวารฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ ปริปูรฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกคฺคฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อวิกฺเขปฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปคฺคหฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อวิสารฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนาวิลฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนิญฺชนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺตุปฏฺฐานวเสน จิตฺตสฺส ฐิตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อารมฺมณฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา โคจรฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปหานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปริจฺจาคฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วุฏฺฐานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิวฏฺฏนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สนฺตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปณีตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิมุตฺตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนาสวฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ตรณฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนิมิตฺตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อปฺปณิหิตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สุญฺญตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกรสฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนติวตฺตนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ยุคนทฺธฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา นิยฺยานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เหตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ทสฺสนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อาธิปเตยฺยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯ

๕๖๑

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้ความไม่ฟุ้งซ่านแห่งสมถะ ว่าตรัสรู้ความพิจารณาเห็นแห่งวิปัสสนา ว่าตรัสรู้ความมีกิจเป็นอันเดียวกันแห่ง สมถะและวิปัสสนา ว่าตรัสรู้ความไม่ล่วงเกินกันแห่งธรรมที่คู่กัน ว่าตรัสรู้ความ สมาทานสิกขา ว่าตรัสรู้ความเป็นโคจรแห่งอารมณ์ ว่าตรัสรู้ความประคองจิตที่ หดหู่ไว้ ว่าตรัสรู้ความข่มจิตที่ฟุ้งซ่าน ว่าตรัสรู้ความวางเฉยแห่งจิตที่บริสุทธิ์ทั้งสอง อย่าง ว่าตรัสรู้ความบรรลุธรรมพิเศษ ว่าตรัสรู้ความแทงตลอดธรรมที่ยิ่ง ว่า ตรัสรู้ความตรัสรู้สัจจะ ว่าตรัสรู้ความยังจิตให้ตั้งอยู่ในนิโรธ ฯ

สมถสฺส อวิกฺเขปฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิปสฺสนาย อนุปสฺสนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สมถวิปสฺสนานํ เอกรสฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ยุคนทฺธสฺส อนติวตฺตนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สิกฺขาย สมาทานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อารมฺมณสฺส โคจรฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ลีนสฺส จิตฺตสฺส ปคฺคหฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อุทฺธจฺจสฺส จิตฺตสฺส วินิคฺคหฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อุโภวิสุทฺธานํ อชฺฌุเปกฺขนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิเสสาธิคมฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อุตฺตริปฏิเวธฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สจฺจาภิสมยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา นิโรเธ ปติฏฺฐาปกฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯ

๕๖๒

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้ความน้อมใจเชื่อแห่ง สัทธินทรีย์ ฯลฯ ว่าตรัสรู้ความเห็นแห่งปัญญินทรีย์ ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถ ว่าตรัสรู้ความไม่หวั่นไหวไปในความเป็นผู้ไม่มีศรัทธาแห่งสัทธาพละ ฯลฯ ว่าตรัส รู้ความไม่หวั่นไหวไปในอวิชชาแห่งปัญญาพละ ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่า ตรัสรู้ความตั้งมั่นแห่งสติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ ว่าตรัสรู้ความพิจารณาหาทางแห่ง อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้ความเห็นชอบแห่ง สัมมาทิฐิ ฯลฯ ว่าตรัสรู้ความไม่ฟุ้งซ่านแห่งสัมมาสมาธิ ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะ อรรถว่าตรัสรู้ความเป็นใหญ่แห่งอินทรีย์ ว่าตรัสรู้ความไม่หวั่นไหวแห่งพละ ว่า ตรัสรู้ความนำออกแห่งโพชฌงค์ ว่าตรัสรู้ความเป็นเหตุแห่งมรรค ว่าตรัสรู้ความ ตั้งมั่นแห่งสติปัฏฐาน ว่าตรัสรู้ความตั้งไว้แห่งสัมมัปปธาน ว่าตรัสรู้ความให้ สำเร็จแห่งอิทธิบาท ว่าตรัสรู้ความเป็นธรรมแท้แห่งสัจจะ ว่าตรัสรู้ความระงับ แห่งประโยค ว่าตรัสรู้ความทำให้แจ้งแห่งผล ว่าตรัสรู้ความตรึกแห่งวิตก ว่า ตรัสรู้ความตรองแห่งวิจาร ว่าตรัสรู้ความแผ่ซ่านแห่งปีติ ว่าตรัสรู้ความไหลไป แห่งสุข ว่าตรัสรู้ความมีอารมณ์เดียวแห่งจิต ฯ

สทฺธินฺทฺริยสฺส อธิโมกฺขฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยสฺส ทสฺสนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สทฺธาพลสฺส อสฺสทฺธิเย อกมฺปิยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ ปญฺญาพลสฺส อวิชฺชาย อกมฺปิยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฏฺฐานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ปฏิสงฺขานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สมฺมาทิฏฺฐิยา ทสฺสนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ สมฺมาสมาธิสฺส อวิกฺเขปฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อินฺทฺริยานํ อาธิปเตยฺยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา พลานํ อกมฺปิยฏฺฐํ พุชฺฌนตีติ โพชฺฌงฺคา โพชฺฌงฺคานํ นิยฺยานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มคฺคสฺส เหตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สติปฏฺฐานานํ อุปฏฺฐานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สมฺมปฺปธานานํ ปทหนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อิทฺธิปาทานํ อิชฺฌนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สจฺจานํ ตถฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปโยคานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ผลานํ สจฺฉิกิริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิตกฺกสฺส อภิโรปนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิจารสฺส อุปวิจารฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปีติยา ผรณฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สุขสฺส อภิสนฺทนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส เอกคฺคฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯ

๕๖๓

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้สภาพความนึก ว่าตรัสรู้ สภาพความรู้แจ้ง ว่าตรัสรู้สภาพความรู้ชัด ว่าตรัสรู้สภาพความหมายรู้ ว่าตรัสรู้ สภาพสมาธิอันเป็นธรรมเอกผุดขึ้น ว่าตรัสรู้สภาพที่ควรรู้ยิ่ง ว่าตรัสรู้สภาพที่ควร กำหนดพิจารณา ว่าตรัสรู้สภาพสละแห่งปหานะ ว่าตรัสรู้สภาพมีกิจเป็นอันเดียว กันแห่งภาวนา ว่าตรัสรู้สภาพควรถูกต้องแห่งสัจฉิกิริยา ว่าตรัสรู้สภาพเป็นกอง แห่งขันธ์ ว่าตรัสรู้สภาพทรงไว้แห่งธาตุ ว่าตรัสรู้สภาพเป็นบ่อเกิดแห่งอายตนะ ว่าตรัสรู้สภาพที่ปัจจัยปรุงแต่งแห่งสังขตธรรม ว่าตรัสรู้สภาพที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่ง แห่งอสังขตธรรม ฯ

อาวชฺชนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิชานนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปชานนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สญฺชานนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอโกทฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อภิญฺเญยฺยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปริญฺญาย ตีรณฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปหานสฺส ปริจฺจาคฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ภาวนาย เอกรสฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สจฺฉิกิริยาย ผสฺสนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ขนฺธานํ ขนฺธฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ธาตูนํ ธาตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อายตนานํ อายตนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สงฺขตานํ สงฺขตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อสงฺขตสฺส อสงฺขตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯ

๕๖๔

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้สภาพแห่งจิต ว่าตรัสรู้ สภาพที่มีอยู่ในระหว่างแห่งจิต ว่าตรัสรู้สภาพความออกแห่งจิต ว่าตรัสรู้สภาพ ความหลีกไปแห่งจิต ว่าตรัสรู้สภาพเป็นเหตุแห่งจิต ว่าตรัสรู้สภาพเป็นปัจจัย แห่งจิต ว่าตรัสรู้สภาพเป็นที่ตั้งแห่งจิต ว่าตรัสรู้สภาพเป็นภูมิแห่งจิต ว่าตรัสรู้ สภาพเป็นอารมณ์แห่งจิต ว่าตรัสรู้สภาพเป็นโคจรแห่งจิต ว่าตรัสรู้สภาพความ ประพฤติแห่งจิต ว่าตรัสรู้สภาพที่ดำเนินไปแห่งจิต ฯ

จิตฺตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตานนฺตริกฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส วุฏฺฐานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส วิวฏฺฏนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส เหตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส ปจฺจยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส วตฺถฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส ภุมฺมฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส อารมฺมณฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตวตฺถุสฺส โคจรฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส จริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส คตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯ

๕๖๕

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้สภาพความนึกในธรรม อย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความรู้แจ้งในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความรู้ชัด ในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความหมายรู้ในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้ สภาพเป็นสมาธิในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความแล่นไปในธรรมอย่าง เดียว ว่าตรัสรู้สภาพความผ่องใสในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความเพิกเฉย ในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความหลุดพ้นในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้ สภาพความเห็นว่า นี้ละเอียดในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพที่ทำเป็นดุจยาน ในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความตั้งขึ้นเนืองๆ ในธรรมอย่างเดียว ว่า ตรัสรู้สภาพที่ทำให้เป็นที่ตั้งในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความตั้งขึ้นเนืองๆ ในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพก่อในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพปรารภ ด้วยดีในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพที่กำหนดในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้ สภาพเป็นบริวารในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพบริบูรณ์ในธรรมอย่างเดียว ว่า ตรัสรู้สภาพที่ประชุมลงในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพตั้งมั่นในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพเป็นที่เสพในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพเจริญในธรรมอย่าง เดียว ว่าตรัสรู้สภาพที่ทำให้มากในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพที่ขึ้นไปดีใน ธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพหลุดพ้นด้วยดีในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพ ตรัสรู้ในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพตรัสรู้ตามในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้ สภาพตรัสรู้เฉพาะในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพตรัสรู้พร้อมในธรรมอย่าง เดียว ว่าตรัสรู้สภาพที่ให้ตรัสรู้ในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพที่ให้ตรัสรู้ตาม ในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพที่ให้ตรัสรู้เฉพาะในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้ สภาพที่ให้ตรัสรู้พร้อมในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพธรรมที่เป็นฝ่ายธรรม เครื่องให้ตรัสรู้ในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพธรรมที่เป็นฝ่ายธรรมเครื่องให้ ตรัสรู้ตามในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพธรรมที่เป็นฝ่ายธรรมเครื่องให้ตรัสรู้ เฉพาะในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพธรรมที่เป็นฝ่ายธรรมเครื่องให้ตรัสรู้พร้อม ในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความสว่างในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพ ความสว่างขึ้นในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความสว่างตามในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความสว่างเฉพาะในธรรมอย่างเดียว ว่าตรัสรู้สภาพความสว่างพร้อม ในธรรมอย่างเดียว ฯ

เอกตฺเต อาวชฺชนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต วิชานนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปชานนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต สญฺชานนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต เอโกทฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปกฺขนฺทนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปสีทนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต สนฺติฏฺฐนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต วิมุตฺตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต เอตํ สนฺตนฺติ ปสฺสนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ยานีกตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต วตฺถุกตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต อนุฏฺฐิตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปริจิตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต สุสมารทฺธฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปริคฺคหฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปริวารฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปริปูรฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต สโมธานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต อธิฏฺฐานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต อาเสวนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ภาวนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต พหุลีกมฺมฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต สุสมุคฺคตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต สุวิมุตฺตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ {๕๖๕.๑} โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต พุชฺฌนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต อนุพุชฺฌนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปฏิพุชฺฌนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต สมฺพุชฺฌนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต โพธนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต อนุโพธนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปฏิโพธนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต สมฺโพธนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต โพธิปกฺขิยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต อนุโพธิปกฺขิยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปฏิโพธิปกฺขิยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต สมฺโพธิปกฺขิยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต โชตนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต อุชฺโชตนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต อนุโชตนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต ปฏิโชตนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกตฺเต สญฺโชตนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯ

๕๖๖

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้สภาพที่เป็นบาทแห่งวิมังสา ว่าตรัสรู้สภาพดับ ว่าตรัสรู้สภาพเผาผลาญ ว่าตรัสรู้สภาพความรุ่งเรือง ว่าตรัสรู้ สภาพเครื่องให้กิเลสเร่าร้อน ว่าตรัสรู้สภาพธรรมที่ไม่มีมลทิน ว่าตรัสรู้สภาพ ธรรมที่ปราศจากมลทิน ว่าตรัสรู้สภาพธรรมที่หามลทินมิได้ ว่าตรัสรู้สภาพ ความสงบ ว่าตรัสรู้สภาพเครื่องให้สงบ ว่าตรัสรู้สภาพความสงัด ว่าตรัสรู้ สภาพความประพฤติสงัด ว่าตรัสรู้สภาพความสำรอกกิเลส ว่าตรัสรู้สภาพ ความประพฤติสำรอกกิเลส ว่าตรัสรู้สภาพความดับ ว่าตรัสรู้สภาพความประพฤติ ความดับ ว่าตรัสรู้สภาพความปล่อยวาง ว่าตรัสรู้สภาพความประพฤติความ ปล่อยวาง ว่าตรัสรู้สภาพหลุดพ้น ว่าตรัสรู้สภาพความประพฤติหลุดพ้น ว่าตรัสรู้ สภาพฉันทะ ว่าตรัสรู้สภาพที่เป็นมูลแห่งฉันทะ ว่าตรัสรู้สภาพเป็นบาทแห่งฉันทะ ว่าตรัสรู้สภาพที่เป็นประธานแห่งฉันทะ ว่าตรัสรู้สภาพที่ให้สำเร็จแห่งฉันทะ ว่า ตรัสรู้สภาพน้อมไปแห่งฉันทะ ว่าตรัสรู้สภาพประคองไว้แห่งฉันทะ ว่าตรัสรู้ สภาพตั้งมั่นแห่งฉันทะ ว่าตรัสรู้สภาพไม่ฟุ้งซ่านแห่งฉันทะ ว่าตรัสรู้สภาพวิริยะ ฯลฯ ว่าตรัสรู้สภาพจิต ฯลฯ ว่าตรัสรู้สภาพวิมังสา ว่าตรัสรู้สภาพที่เป็นมูล แห่งวิมังสา ว่าตรัสรู้สภาพที่เป็นบาทแห่งวิมังสา ว่าตรัสรู้สภาพที่เป็นประธาน แห่งวิมังสา ว่าตรัสรู้สภาพที่ให้สำเร็จแห่งวิมังสา ว่าตรัสรู้สภาพน้อมไปแห่ง วิมังสา ว่าตรัสรู้สภาพประคองไว้แห่งวิมังสา ว่าตรัสรู้สภาพตั้งมั่นแห่งวิมังสา ว่าตรัสรู้สภาพไม่ฟุ้งซ่านแห่งวิมังสา ฯ

วีมํสาย ปาทฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา นิโรธฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปตาปนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิโรจนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา กิเลสานํ สนฺตาปนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อมลฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิมลฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา นิมฺมลฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สมฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สมยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิเวกฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิเวกจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิราคฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิราคจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ {๕๖๖.๑} โพชฺฌงฺคา นิโรธฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา นิโรธจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา โวสฺสคฺคจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิมุตฺตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิมุตฺติจริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฉนฺทฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฉนฺทสฺส มูลฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฉนฺทสฺส ปาทฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฉนฺทสฺส ปธานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฉนฺทสฺส อิชฺฌนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฉนฺทสฺส อธิโมกฺขฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฉนฺทสฺส ปคฺคหฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฉนฺทสฺส อุปฏฺฐานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฉนฺทสฺส อวิกฺเขปฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ จิตฺตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วีมํสฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วีมํสาย มูลฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วีมํสาย ปาทฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วีมํสาย ปธานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วีมํสาย อิชฺฌนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วีมํสาย อธิโมกฺขฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วีมํสาย ปคฺคหฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วีมํสาย อุปฏฺฐานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วีมํสาย อวิกฺเขปฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯ

๕๖๗

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้ความบีบคั้นแห่งทุกข์ ว่าตรัสรู้สภาพที่ปัจจัยปรุงแต่งแห่งทุกข์ ว่าตรัสรู้สภาพที่ให้เดือดร้อนแห่งทุกข์ ว่าตรัสรู้สภาพความแปรปรวนแห่งทุกข์ ว่าตรัสรู้สภาพความประมวลมาแห่งสมุทัย ว่าตรัสรู้สภาพเป็นเหตุแห่งสมุทัย ว่าตรัสรู้สภาพที่ประกอบไว้แห่งสมุทัย ว่า ตรัสรู้สภาพพัวพันแห่งสมุทัย ว่าตรัสรู้สภาพที่สลัดออกแห่งทุกขนิโรธ ว่าตรัสรู้ สภาพสงัดแห่งทุกขนิโรธ ว่าตรัสรู้สภาพที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่งแห่งทุกขนิโรธ ว่า ตรัสรู้สภาพเป็นอมตะแห่งทุกขนิโรธ ว่าตรัสรู้สภาพที่นำออกแห่งมรรค ว่าตรัสรู้ สภาพเป็นเหตุแห่งมรรค ว่าตรัสรู้สภาพที่เห็นแห่งมรรค ว่าตรัสรู้สภาพความเป็น ใหญ่แห่งมรรค ว่าตรัสรู้สภาพที่ถ่องแท้ ว่าตรัสรู้สภาพเป็นอนัตตา ว่าตรัสรู้ สภาพเป็นของจริง ว่าตรัสรู้สภาพแทงตลอด ว่าตรัสรู้สภาพที่ควรรู้ยิ่ง ว่าตรัสรู้ สภาพที่ควรกำหนดรู้ ว่าตรัสรู้สภาพเป็นธรรม ว่าตรัสรู้สภาพที่เป็นธาตุ ว่าตรัสรู้ สภาพที่ปรากฏ ว่าตรัสรู้สภาพที่ควรทำให้แจ้ง ว่าตรัสรู้สภาพถูกต้อง ว่าตรัสรู้ สภาพตรัสรู้ ว่าตรัสรู้เนกขัมมะ ว่าตรัสรู้ความไม่พยาบาท ว่าตรัสรู้อาโลกสัญญา ว่าตรัสรู้ความไม่ฟุ้งซ่าน ว่าตรัสรู้กำหนดธรรม ว่าตรัสรู้ญาณ ว่าตรัสรู้ความ ปราโมทย์ ว่าตรัสรู้ปฐมญาณ ฯลฯ ว่าตรัสรู้อรหัตมรรค ฯ

ทุกฺขสฺส ปีฬนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ทุกฺขสฺส สงฺขตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ทุกฺขสฺส สนฺตาปฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ทุกฺขสฺส วิปริณามฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สมุทยสฺส อายุหนฏฺฐํ นิทานฏฺฐํ สญฺโญคฏฺฐํ ปลิโพธฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ทุกฺขนิโรธสฺส นิสฺสรณฏฺฐํ วิเวกฏฺฐํ อสงฺขตฏฺฐํ อมตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มคฺคสฺส นิยฺยานฏฺฐํ เหตฏฺฐํ ทสฺสนฏฺฐํ อาธิปเตยฺยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ตถฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนตฺตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สจฺจฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปฏิเวธฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อภิชานนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปริชานนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ธมฺมฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ธาตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ญาตฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สจฺฉิกิริยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ผสฺสนฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อภิสมยฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เนกฺขมฺมํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อพฺยาปาทํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อาโลกสญฺญํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อวิกฺเขปํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ธมฺมววตฺถานํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ญาณํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปามุชฺชํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปฐมชฺฌานํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ อรหตฺตมคฺคํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯ

๕๖๘

ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตรัสรู้สัทธินทรีย์ด้วยความว่าน้อม ใจเชื่อ ฯลฯ ว่าตรัสรู้ปัญญินทรีย์ด้วยความว่าเห็นว่าตรัสรู้สัทธาพละด้วยความไม่ หวั่นไหวไปในความไม่มีศรัทธา ฯลฯ ว่าตรัสรู้ปัญญาพละด้วยความว่าไม่หวั่นไหว ไปในอวิชชา ว่าตรัสรู้สติสัมโพชฌงค์ด้วยความว่าตั้งมั่น ฯลฯ ว่าตรัสรู้อุเบกขา สัมโพชฌงค์ด้วยความว่าพิจารณาหาทาง ว่าตรัสรู้สัมมาทิฐิด้วยความว่าเห็น ฯลฯ ว่าตรัสรู้สัมมาสมาธิด้วยความว่าไม่ฟุ้งซ่าน ว่าตรัสรู้อินทรีย์ด้วยความว่าเป็นใหญ่ ว่าตรัสรู้พละด้วยความว่าไม่หวั่นไหว ว่าตรัสรู้สภาพนำออก ว่าตรัสรู้มรรคด้วย ความว่าเป็นเหตุ ว่าตรัสรู้สติปัฏฐานด้วยความว่าตั้งมั่น ว่าตรัสรู้สัมมัปปธานด้วย ความว่าตั้งไว้ ว่าตรัสรู้อิทธิบาทด้วยความว่าให้สำเร็จ ว่าตรัสรู้สัจจะด้วยความว่า เป็นของแท้ ว่าตรัสรู้สมถะด้วยความว่าไม่ฟุ้งซ่าน ว่าตรัสรู้วิปัสสนาด้วยความว่า พิจารณาเห็น ว่าตรัสรู้สมถะและวิปัสสนาด้วยความว่ามีกิจเป็นอันเดียวกัน ว่าตรัสรู้ ธรรมที่เป็นคู่กันด้วยความว่าไม่ล่วงเกินกัน ว่าตรัสรู้สีลวิสุทธิด้วยความว่าสำรวม ว่าตรัสรู้จิตวิสุทธิด้วยความว่าไม่ฟุ้งซ่าน ว่าตรัสรู้ทิฐิวิสุทธิด้วยความว่าเห็น ว่า ตรัสรู้วิโมกข์ด้วยความว่าหลุดพ้น ว่าตรัสรู้วิชชาด้วยความว่าแทงตลอด ว่าตรัสรู้ วิมุตติด้วยความว่าสละ ว่าตรัสรู้ขยญาณด้วยความว่าตัดขาด ว่าตรัสรู้ญาณใน ความไม่เกิดขึ้นด้วยความว่าระงับ ว่าตรัสรู้ฉันทะด้วยความว่าเป็นมูล ว่าตรัสรู้ มนสิการด้วยความว่าเป็นสมุฏฐาน ว่าตรัสรู้ผัสสะด้วยความว่าเป็นที่รวม ว่าตรัสรู้ เวทนาด้วยความว่าเป็นที่ประชุม ว่าตรัสรู้สมาธิด้วยความว่าเป็นประธาน ว่า ตรัสรู้สติด้วยความว่าเป็นใหญ่ ว่าตรัสรู้ปัญญาด้วยความว่าเป็นธรรมยิ่งกว่าธรรม นั้นๆ ว่าตรัสรู้วิมุติด้วยความว่าเป็นสาระ ว่าตรัสรู้นิพพานอันหยั่งลงในอมตะ ด้วยความว่าเป็นที่สุด ฯ ----------------------------------------------------- สาวัตถีนิทาน ------------------

อธิโมกฺขฏฺเฐน สทฺธินฺทฺริยํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ ทสฺสนฏฺเฐน ปญฺญินฺทฺริยํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อสฺสทฺธิเย อกมฺปิยฏฺเฐน สทฺธาพลํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ อวิชฺชาย อกมฺปิยฏฺเฐน ปญฺญาพลํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อุปฏฺฐานฏฺเฐน สติสมฺโพชฺฌงฺคํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ ปฏิสงฺขานฏฺเฐน อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ทสฺสนฏฺเฐน สมฺมาทิฏฺฐึ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯเปฯ อวิกฺเขปฏฺเฐน สมฺมาสมาธึ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อาธิปเตยฺยฏฺเฐน อินฺทฺริยํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อกมฺปิยฏฺเฐน พลํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา นิยฺยานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เหตฏฺเฐน มคฺคํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อุปฏฺฐานฏฺเฐน สติปฏฺฐานํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปทหนฏฺเฐน สมฺมปฺปธานํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อิชฺฌนฏฺเฐน อิทฺธิปาทํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ตถฏฺเฐน สจฺจํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อวิกฺเขปฏฺเฐน สมถํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนุปสฺสนฏฺเฐน วิปสฺสนํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เอกรสฏฺเฐน สมถวิปสฺสนํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อนติวตฺตนฏฺเฐน ยุคนทฺธํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สํวรฏฺเฐน สีลวิสุทฺธึ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อวิกฺเขปฏฺเฐน จิตฺตวิสุทฺธึ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ทสฺสนฏฺเฐน ทิฏฺฐิวิสุทฺธึ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มุตฺตฏฺเฐน วิโมกฺขํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปฏิเวธฏฺเฐน วิชฺชํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปริจฺจาคฏฺเฐน วิมุตฺตึ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สมุจฺเฉทฏฺเฐน ขเย ญาณํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปฏิปฺปสฺสทฺธฏฺเฐน อนุปฺปาเท ญาณํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฉนฺทํ มูลฏฺเฐน พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา มนสิการํ สมุฏฺฐานฏฺเฐน พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ผสฺสํ สโมธานฏฺเฐน พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา เวทนํ สโมสรณฏฺเฐน พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สมาธึ ปมุขฏฺเฐน พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา สตึ อาธิปเตยฺยฏฺเฐน พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ปญฺญํ ตทุตฺตรฏฺเฐน พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา วิมุตฺตึ สารฏฺเฐน พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา อมโตคธํ นิพฺพานํ ปริโยสานฏฺเฐน พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา ฯ สาวตฺถีนิทานํ ฯ

๕๖๙

ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรท่าน ผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นรับคำท่านพระสารีบุตรแล้ว ท่านพระสารีบุตรได้ กล่าวว่า ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ ๗ ประการเป็นไฉน คือสติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ ประการนี้แล ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย เรานั้นหวังจะอยู่ในเวลาเช้า ด้วยโพชฌงค์ใดๆ ในโพชฌงค์ ๗ ประการนี้ เราก็อยู่ในเวลาเช้าด้วยโพชฌงค์ นั้นๆ หวังจะอยู่ในเวลาเที่ยง ฯลฯ เวลาเย็นด้วยโพชฌงค์ใดๆ เราก็อยู่ใน เวลาเย็นด้วยโพชฌงค์นั้นๆ ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าสติสัมโพชฌงค์ของเรา มีอยู่ดังนี้ สติสัมโพชฌงค์ของเราก็ชื่อว่าหาประมาณมิได้ ชื่อว่าเราปรารภแล้ว ด้วยดี เมื่อเรากำลังเที่ยวไป ย่อมรู้ชัดซึ่งสติสัมโพชฌงค์ที่ดำรงอยู่ว่า ดำรงอยู่ ถ้าแม้สติสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไป เราย่อมรู้ว่า สติสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อน ไปเพราะปัจจัยนี้ ฯลฯ ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าอุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเรา มีอยู่ดังนี้ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราก็ชื่อว่าหาประมาณมิได้ ชื่อว่าเราปรารภ แล้วด้วยดี เมื่อเรากำลังเที่ยวไปย่อมรู้ซึ่งอุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่ดำรงอยู่ว่า ดำรงอยู่ ถ้าแม้อุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไป เราย่อมรู้ว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ของเราเคลื่อนไปเพราะปัจจัยนี้ ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย เปรียบเหมือนตู้เก็บผ้า ของพระราชา หรือของราชมหาอำมาตย์ เต็มด้วยผ้าสีต่างๆ พระราชาหรือ ราชมหาอำมาตย์นั้น ประสงค์จะใช้ผ้าคู่ใดในเวลาเช้า ก็ใช้ผ้าคู่นั้นนั่นแล ประสงค์ จะใช้ผ้าคู่ใดในเวลาเที่ยง ในเวลาเย็น ก็ใช้ผ้าคู่นั้นนั่นแล ฉันใด ดูกรท่านผู้มี อายุทั้งหลาย เราก็ฉันนั้นเหมือนกันแล หวังจะอยู่ในเวลาเช้าด้วยโพชฌงค์ใดๆ ในโพชฌงค์ ๗ ประการนี้ ... ถ้าแม้อุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไป เราก็รู้ว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไปเพราะปัจจัยนี้ ฯ

ตตฺร โข อายสฺมา สารีปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ อาวุโสติ ฯ อาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สารีปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ สตฺติเม อาวุโส โพชฺฌงฺคา กตเม สตฺต สติสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อิเม โข อาวุโส สตฺต โพชฺฌงฺคา อิเมสํ สฺวาหํ อาวุโส สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ เยน เยน โพชฺฌงฺเคน อากงฺขามิ ปุพฺพณฺหสมยํ วิหริตุํ เตน เตน โพชฺฌงฺเคน ปุพฺพณฺหสมยํ วิหรามิ เยน เยน โพชฺฌงฺเคน อากงฺขามิ มชฺฌนฺติกสมยํ ฯเปฯ สายณฺหสมยํ วิหริตุํ เตน เตน โพชฺฌงฺเคน สายณฺหสมยํ วิหรามิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม อาวุโส โหติ อปฺปมาโณติ เม โหติ สุสมารทฺโธติ เม โหติ ติฏฺฐนฺตํ จรํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ เม จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามิ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค ฯเปฯ {๕๖๙.๑} อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม อาวุโส โหติ อปฺปมาโณติ เม โหติ สุสมารทฺโธติ เม โหติ ติฏฺฐนฺตํ จรํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ เม จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามิ เสยฺยถาปิ อาวุโส รญฺโญ วา ราชมหามตฺตสฺส วา นานารตฺตานํ ทุสฺสานํ ทุสฺสกรณฺฑโก ปูโร อสฺส โส ยญฺญเทว ทุสฺสยุคํ อากงฺเขยฺย ปุพฺพณฺหสมเย ปารุปิตุํ ตนฺตเทว ทุสฺสยุคํ ปุพฺพณฺหสมยํ ปารุเปยฺย ยญฺญเทว ทุสฺสยุคํ อากงฺเขยฺย มชฺฌนฺติกสมยํ สายณฺหสมยํ ปารุปิตุํ ตนฺตเทว ทุสฺสยุคํ สายณฺหสมยํ ปารุเปยฺย เอวเมว โข อหํ อาวุโส อิเมสํ สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ เยน เยน โพชฺฌงฺเคน อากงฺขามิ ปุพฺพณฺหสมยํ วิหริตุํ เตน เตน โพชฺฌงฺเคน ปุพฺพณฺหสมยํ วิหรามิ เยน เยน โพชฺฌงฺเคน อากงฺขามิ มชฺฌนฺติกสมยํ สายณฺหสมยํ วิหริตุํ เตน เตน โพชฺฌงฺเคน สายณฺหสมยํ วิหรามิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม อาวุโส โหติ อปฺปมาโณติ เม โหติ สุสมารทฺโธติ เม โหติ ติฏฺฐนฺตํ จรํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ เม จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามิ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม อาวุโส โหติ อปฺปมาโณติ เม โหติ สุสมารทฺโธติ เม โหติ ติฏฺฐนฺตํ จรํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ เม จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามิ ฯ

๕๗๐

โพชฌงค์ในข้อว่า ถ้าสติสัมโพชฌงค์ของเรามีอยู่ดังนี้นั้น มีอยู่อย่างไร ฯ นิโรธปรากฏอยู่เพียงใด โพชฌงค์ในข้อว่า ถ้าสติสัมโพชฌงค์ของเรา มีอยู่ดังนี้นั้น ก็มีอยู่เพียงนั้น เปรียบเหมือนเมื่อดวงประทีปที่ตามด้วยน้ำมัน กำลังสว่างอยู่ เปลวไฟมีเพียงใด แสงก็มีเพียงนั้น แสงมีเพียงใด เปลวไฟก็มี เพียงนั้น ฉันใด นิโรธปรากฏอยู่เพียงใด โพชฌงค์ในข้อว่า ถ้าสติสัมโพชฌงค์ ของเรามีอยู่ดังนี้นั้น ก็มีอยู่เพียงนั้น ฉันนั้น ฯ โพชฌงค์ในข้อว่า สติสัมโพชฌงค์ของเราก็ชื่อว่าหาประมาณมิได้นั้น มีอยู่ อย่างไร ฯ กิเลสทั้งหลาย ปริยุฏฐานกิเลสทั้งปวงเทียว สังขารอันให้เกิดในภพใหม่ มีประมาณ นิโรธหาประมาณมิได้ เพราะความเป็นอสังขตธรรม นิโรธย่อมปรากฏ เพียงใด โพชฌงค์ในข้อว่า สติสัมโพชฌงค์ของเราก็ชื่อว่าหาประมาณมิได้นั้น ก็มีอยู่เพียงนั้น ฯ โพชฌงค์ในข้อว่า สติสัมโพชฌงค์ชื่อว่าเราปรารภแล้วด้วยดีนั้น มีอยู่อย่างไร ฯ กิเลสทั้งหลาย ปริยุฏฐานกิเลสทั้งปวงเทียว สังขารอันให้เกิดในภพใหม่ ไม่เสมอ นิโรธมีความเสมอเป็นธรรมดา เพราะความเป็นธรรมละเอียด เพราะ ความเป็นธรรมประณีต นิโรธย่อมปรากฏเพียงใด โพชฌงค์ในข้อว่า สติ สัมโพชฌงค์ชื่อว่าเราปรารภแล้วด้วยดีนั้น ก็มีอยู่เพียงนั้น ฯ

กถํ สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ ยาวตา นิโรธุปฏฺฐาติ ตาวตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค เสยฺยถาปิ เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต ยาวตา อจฺฉิ ตาวตา วณฺโณ ยาวตา วณฺโณ ตาวตา อจฺฉิ เอวํ ยาวตา นิโรธูปฏฺฐาติ ตาวตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ {๕๗๐.๑} กถํ อปฺปมาโณ อิติ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ ปมาณวนฺตา กิเลสา สพฺเพว ปริยุฏฺฐานา เยว สงฺขารา โปโนพฺภวิกา อปฺปมาโน นิโรโธ อสงฺขตฏฺเฐน ยาวตา นิโรธูปฏฺฐาติ ตาวตา อปฺปมาโณ อิติ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ {๕๗๐.๒} กถํ สุสมารทฺโธ อิติ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ วิสมา กิเลสา สพฺเพว ปริยุฏฺฐานา เยว สงฺขารา โปโนพฺภวิกา สมธมฺโม นิโรโธ สนฺตฏฺเฐน ปณีตฏฺเฐน ยาวตา นิโรธูปฏฺฐาติ ตาวตา สุสมารทฺโธ อิติ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ

๕๗๑

เมื่อเราเที่ยวไป ย่อมรู้ชัดซึ่งสติสัมโพชฌงค์ที่ดำรงอยู่ว่า ดำรงอยู่ ถ้าแม้เคลื่อนไป เราก็รู้ชัดว่า สติสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไปเพราะ ปัจจัยนี้ อย่างไร สติสัมโพชฌงค์ย่อมดำรงอยู่ด้วยอาการเท่าไร ย่อมเคลื่อนไป ด้วยอาการเท่าไร สติสัมโพชฌงค์ย่อมดำรงอยู่ด้วยอาการ ๘ ย่อมเคลื่อนไปด้วย อาการ ๘ ฯ สติสัมโพชฌงค์ย่อมดำรงอยู่ด้วยอาการ ๘ เป็นไฉน สติสัมโพชฌงค์ ย่อมดำรงอยู่ด้วยความนึกถึงนิพพานอันไม่มีความเกิด ๑ ด้วยความไม่นึกถึงความ เกิด ๑ ด้วยความนึกถึงนิพพานอันไม่มีความเป็นไป ๑ ด้วยความไม่นึกถึงความ เป็นไป ๑ ด้วยความนึกถึงนิพพานอันไม่มีนิมิต ๑ ด้วยความไม่นึกถึงนิมิต ๑ ด้วยความนึกถึงนิโรธ ๑ ด้วยความไม่นึกถึงสังขาร ๑ สติสัมโพชฌงค์ย่อมดำรงอยู่ ด้วยอาการ ๘ นี้ ฯ สติสัมโพชฌงค์ย่อมเคลื่อนไปด้วยอาการ ๘ เป็นไฉน สติสัมโพชฌงค์ ย่อมเคลื่อนไปด้วยความนึกถึงความเกิด ๑ ด้วยความไม่นึกถึงนิพพานอันไม่มี ความเกิด ๑ ด้วยความนึกถึงความเป็นไป ๑ ด้วยความไม่นึกถึงนิพพานอันไม่มี ความเป็นไป ๑ ด้วยความนึกถึงนิมิต ๑ ด้วยความไม่นึกถึงนิพพานอันไม่มี นิมิต ๑ ด้วยความไม่นึกถึงนิโรธ ๑ ด้วยความนึกถึงสังขาร ๑ สติสัมโพชฌงค์ ย่อมเคลื่อนไปด้วยอาการ ๘ นี้ เมื่อเรากำลังเที่ยวไป ย่อมรู้ชัดซึ่งสติสัมโพชฌงค์ ที่ดำรงอยู่ว่า ดำรงอยู่ ถ้าแม้เคลื่อนไป เราก็รู้ชัดว่า สติสัมโพชฌงค์ของเรา เคลื่อนไปเพราะปัจจัยนี้ อย่างนี้ ฯลฯ ฯ

กถํ ติฏฺฐนฺตํ จรํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามิ กติหากาเรหิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ กติหากาเรหิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ ฯ อฏฺฐหากาเรหิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อฏฺฐหากาเรหิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ ฯ {๕๗๑.๑} กตเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ฯ อนุปฺปาทํ อาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อุปฺปาทํ อนาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อปฺปวตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ปวตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อนิมิตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ นิมิตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ นิโรธํ อาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ สงฺขาเร อนาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ฯ {๕๗๑.๒} กตเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ ฯ อุปฺปาทํ อาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ อนุปฺปาทํ อนาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ ปวตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ อปฺปวตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ นิมิตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ อนิมิตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ สงฺขาเร อาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ นิโรธํ อนาวชฺชิตตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ สติสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ เอวํ ติฏฺฐนฺตํ จรํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามิ ฯเปฯ ฯ

๕๗๒

โพชฌงค์ในข้อว่า ถ้าอุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเรามีอยู่ดังนี้นั้น มีอยู่อย่างไร นิโรธปรากฏอยู่เพียงใด โพชฌงค์ในข้อว่า ถ้าอุเบกขาสัมโพชฌงค์ ของเรามีอยู่ดังนี้นั้น ก็มีเพียงนั้น เปรียบเหมือนดวงประทีปที่ตามด้วยน้ำมัน กำลังสว่างอยู่ ... ฯ โพชฌงค์ในข้อว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราก็ชื่อว่าหาประมาณมิได้ นั้น มีอยู่อย่างไร ... ฯ โพชฌงค์ในข้อว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์ชื่อว่าเราปรารภแล้วด้วยดีนั้น มีอยู่อย่างไร ... ฯ เมื่อเราเที่ยวไป ย่อมรู้ชัดซึ่งอุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่ดำรงอยู่ว่า ดำรงอยู่ ถ้าแม้เคลื่อนไป เราก็รู้ชัดว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไปเพราะปัจจัยนี้ อย่างไร อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมดำรงอยู่ด้วยอาการเท่าไร ย่อมเคลื่อนไปด้วย อาการเท่าไร อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมดำรงอยู่ด้วยอาการ ๘ ย่อมเคลื่อนไปด้วย อาการ ๘ ฯ

กถํ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ ยาวตา นิโรธูปฏฺฐาติ ตาวตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค เสยฺยถาปิ เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต ยาวตา อจฺฉิ ตาวตา วณฺโณ ยาวตา วณฺโณ ตาวตา อจฺฉิ เอวเมว ยาวตา นิโรธูปฏฺฐาติ ตาวตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ {๕๗๒.๑} กถํ อปฺปมาโณ อิติ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ ปมาณวนฺตา กิเลสา สพฺเพว ปริยุฏฺฐานา เยว สงฺขารา โปโนพฺภวิกา อปฺปมาโณ นิโรโธ อสงฺขตฏฺเฐน ยาวตา นิโรธูปฏฺฐาติ ตาวตา อปฺปมาโณ อิติ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ {๕๗๒.๒} กถํ สุสมารทฺโธ อิติ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ วิสมา กิเลสา สพฺเพว ปริยุฏฺฐานา เยว สงฺขารา โปโนพฺภวิกา สมธมฺโม นิโรโธ สนฺตฏฺเฐน ปณีตฏฺเฐน ยาวตา นิโรธูปฏฺฐาติ ตาวตา สุสมารทฺโธ อิติ เม โหตีติ โพชฺฌงฺโค ฯ {๕๗๒.๓} กถํ ติฏฺฐนฺตํ จรํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามิ กติหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ กติหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ ฯ อฏฺฐหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อฏฺฐหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ ฯ

๕๗๓

อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมดำรงอยู่ด้วยอาการ ๘ เป็นไฉน อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ย่อมดำรงอยู่ด้วยความนึกถึงนิพพานอันไม่มี ความเกิดขึ้น ๑ ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะความไม่นึกถึงความเกิด ๑ เพราะอรรถว่า ตรัสรู้ความน้อมไปแห่งจิต ว่าตรัสรู้ความนำออกแห่งจิต อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ดำรงไว้ซึ่งความสลัดออกแห่งจิต ด้วยความนึกถึงนิพพานอันไม่มีความเป็นไป ๑ ด้วยความไม่นึกถึงความเป็นไป ๑ ด้วยความนึกถึงนิพพานอันไม่มีนิมิต ๑ ด้วยความไม่นึกถึงนิมิต ๑ ด้วยความนึกถึงนิโรธ ๑ ด้วยความไม่นึกถึงสังขาร ๑ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมดำรงอยู่ด้วยอาการ ๘ นี้ ฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมเคลื่อนไปด้วยอาการ ๘ เป็นไฉน อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ย่อมเคลื่อนไปด้วยความนึกถึงความเกิด ๑ ด้วย ความไม่นึกถึงนิพพานอันไม่มีความเกิด ๑ ด้วยความนึกถึงความเป็นไป ๑ ด้วยความไม่นึกถึงนิพพานอันไม่มีความเป็นไป ๑ ด้วยความนึกถึงนิมิต ๑ ด้วยความไม่นึกถึงนิพพานอันไม่มีนิมิต ๑ ด้วยความนึกถึงสังขาร ๑ ด้วยความ ไม่นึกถึงนิโรธ ๑ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมเคลื่อนไปด้วยอาการ ๘ นี้ เมื่อเรา กำลังเที่ยวไป ย่อมรู้ชัดซึ่งอุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่ดำรงอยู่ว่า ดำรงอยู่ ถ้าแม้ เคลื่อนไปเราก็รู้ว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์ของเราเคลื่อนไปเพราะปัจจัยนี้ อย่างนี้ ฯ จบโพชฌงคกถา -----------------------------------------------------

กตเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ฯ อนุปฺปาทํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อุปฺปาทํ อนาวชฺชิตตฺตา โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส อภินีหารฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส นิยฺยานฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา จิตฺตสฺส นิสฺสรณฏฺฐํ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อปฺปวตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ปวตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อนิมิตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ นิมิตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ นิโรธํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ สงฺขาเร อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ฯ {๕๗๓.๑} กตเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ ฯ อุปฺปาทํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ อนุปฺปาทํ อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ ปวตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ อปฺปวตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขา- สมฺโพชฺฌงฺโค จวติ นิมิตฺตํ อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ อนิมิตฺตํ อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ สงฺขาเร อาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ นิโรธํ อนาวชฺชิตตฺตา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค จวติ เอวํ ติฏฺฐนฺตํ จรํ ติฏฺฐตีติ ปชานามิ สเจปิ จวติ อิทปฺปจฺจยา เม จวตีติ ปชานามีติ ฯ โพชฺฌงฺคกถา ฯ -------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย