คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๖. ปาฏิหาริยกถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๗๑๘–๗๒๒พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค๕ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค ปัญญาวรรค ปาฏิหาริยกถา

ปญฺญาวคฺเค ปาฏิหาริยกถา

๗๑๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาฏิหาริย์ ๓ ประการนี้ ๓ ประการ เป็นไฉน คือ อิทธิปาฏิหาริย์ ๑ อาเทศนาปฏิหาริย์ ๑ อนุศาสนี ปาฏิหาริย์ ๑ ฯ

ตีณีมานิ ภิกฺขเว ปาฏิหาริยานิ กตมานิ ตีณิ อิทฺธิปาฏิหาริยํ อาเทสนาปาฏิหาริยํ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ ฯ

๗๑๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อิทธิปาฏิหาริย์เป็นไฉน ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมแสดงฤทธิ์ ได้หลายอย่าง คือ คนเดียวเป็นหลายคนก็ได้ หลายคนเป็นคนคนเดียวก็ได้ ทำให้ปรากฏก็ได้ ทำให้หายไปก็ได้ ฯลฯ ใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลก ก็ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าอิทธิปาฏิหาริย์ ฯ

กตมญฺจ ภิกฺขเว อิทฺธิปาฏิหาริยํ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภติ เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ อาวิภาวํ ติโรภาวํ ฯเปฯ ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตติ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อิทฺธิปาฏิหาริยํ ฯ

๗๒๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อาเทศนาปาฏิหาริย์เป็นไฉน ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมทายใจได้ตามเหตุ ที่กำหนดว่า ใจของท่านเป็นอย่างนี้ ใจของท่านเป็นประการนี้ จิตของท่าน เป็นดังนี้ ถึงแม้ภิกษุนั้นจะทายใจเป็นอันมาก การทายใจนั้นก็คงเป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ไม่ทายใจ ตามเหตุที่กำหนดเลย แต่เมื่อได้ฟังเสียงของมนุษย์ก็ดี ของอมนุษย์ก็ดี หรือ ของเทวดาก็ดี ก็ทายใจได้ว่า ใจของท่านเป็นอย่างนี้ ใจของท่านเป็นประการนี้ จิตของท่านเป็นดังนี้ ถึงแม้ภิกษุนั้นจะทายใจเป็นอันมาก การทายใจนั้นก็คง เป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ไม่ทายใจตามเหตุที่กำหนดเลย และหาได้ฟังเสียงของมนุษย์ ของอมนุษย์ หรือ ของเทวดาแล้วทายใจไม่ แต่เมื่อได้ฟังเสียงตรึกตรองของผู้กำลังตรึกตรองอยู่ ก็ทาย ใจได้ว่า ใจของท่านเป็นอย่างนี้ ใจของท่านเป็นประการนี้ จิตของท่านเป็นดังนี้ ถึงแม้ภิกษุนั้นจะทายใจเป็นอันมาก การทายใจนั้นก็คงเป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ไม่ทายใจตามเหตุที่กำหนดเลย หาได้ฟังเสียงของมนุษย์ ของอมนุษย์ หรือของเทวดาแล้วทายใจไม่ และหา ได้ฟังเสียงตรึกตรองของผู้กำลังตรึกตรองแล้วทายใจไม่ แต่เมื่อกำหนดใจของ ผู้เข้าสมาธิอันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ด้วยใจของตนแล้วก็รู้ได้ว่า ท่านผู้นี้ตั้งมโน สังขารไว้อย่างใด ก็จักตรึกถึงวิตกชื่อโน้นในระหว่างจิตนี้อย่างนั้น ถึงแม้ภิกษุนั้น จะทายใจเป็นอันมาก การทายใจนั้นก็คงเป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างอื่น ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย นี้เรียกว่าอาเทศนาปาฏิหาริย์ ฯ

กตมญฺจ ภิกฺขเว อาเทสนาปาฏิหาริยํ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ นิมิตฺเตน อาทิสติ เอวมฺปิ เต มโน อิตฺถมฺปิ เต มโน อิติปิ เต จิตฺตนฺติ โส พหุญฺเจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ โน อญฺญถา อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ อปิ จ โข มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ เอวมฺปิ เต มโน อิตฺถมฺปิ เต มโน อิติปิ เต จิตฺตนฺติ โส พหุญฺเจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ โน อญฺญถา อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ นปิ มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ อปิ จ โข วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิจารสทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ เอวมฺปิ เต มโน อิตฺถมฺปิ เต มโน อิติปิ เต จิตฺตนฺติ โส พหุญฺเจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ โน อญฺญถา อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ นปิ มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ น วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิจารสทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ อปิ จ โข อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธึ สมาปนฺนสฺส เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ ยถา อิมสฺส โภโต มโนสงฺขารา ปณิหิตา ตถา อิมสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อมุนฺนาม วิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสตีติ โส พหุญฺเจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ โน อญฺญถา อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อาเทสนาปาฏิหาริยํ ฯ

๗๒๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อนุศาสนีปาฏิหาริย์เป็นไฉน ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมพร่ำสอนอย่างนี้ว่า จงตรึกอย่างนี้ อย่าตรึกอย่างนั้น จงมนสิการอย่างนี้ อย่ามนสิการอย่างนั้น จง ละธรรมนี้ จงเข้าถึงธรรมนี้อยู่เถิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าอนุศาสนีปาฏิหาริย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาฏิหาริย์ ๓ ประการนี้แล ฯ

กตมญฺจ ภิกฺขเว อนุสาสนีปาฏิหาริยํ อิธ ปน ภิกฺขเว เอกจฺโจ เอวํ อนุสาสติ เอวํ วิตกฺเกถ มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถ เอวํ มนสิ กโรถ มา เอวํ มนสากริตฺถ อิทํ ปชหถ อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถาติ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อนุสาสนีปาฏิหาริยํ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ ปาฏิหาริยานิ ฯ

๗๒๒

เนกขัมมะย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ เนกขัมมะย่อม กำจัดกามฉันทะได้ เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ชนเหล่าใดประกอบด้วย เนกขัมมะนั้น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีจิตหมดจด มีความดำริไม่ขุ่นมัว เพราะ ฉะนั้น เนกขัมมะจึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ และเนกขัมมะนั้น ท่านทั้งหลายพึง เสพอย่างนี้ พึงเจริญอย่างนี้ พึงทำให้มากอย่างนี้ พึงตั้งสติอันเป็นธรรมสมควร แก่เนกขัมมะนั้นไว้ให้มั่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เนกขัมมะจึงเป็นอนุศาสนี- *ปาฏิหาริย์ ฯ ความไม่พยาบาทย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ความไม่พยาบาท ย่อมกำจัดพยาบาทได้ เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ชนเหล่าใดประกอบด้วยความ ไม่พยาบาทนั้น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีจิตหมดจด มีความดำริไม่ขุ่นมัว เพราะฉะนั้น ความไม่พยาบาทจึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ และความไม่พยาบาทนั้น ท่านทั้งหลายพึงเสพอย่างนี้ พึงเจริญอย่างนี้ พึงทำให้มากอย่างนี้ พึงตั้งสติอัน เป็นธรรมสมควรแก่ความไม่พยาบาทนั้นไว้ให้มั่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ความไม่ พยาบาทจึงเป็นอนุศาสนีปาฏิหาริย์ ฯ อาโลกสัญญาย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ อาโลกสัญญาย่อม กำจัดถีนมิทธะได้ เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ชนเหล่าใดประกอบด้วยอาโลก- *สัญญานั้น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีจิตหมดจด มีความดำริไม่ขุ่นมัว เพราะ ฉะนั้น อาโลกสัญญาจึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ และอาโลกสัญญานั้น ท่าน ทั้งหลายพึงเสพอย่างนี้ พึงเจริญอย่างนี้ พึงทำให้มากอย่างนี้ พึงตั้งสติอันเป็น ธรรมสมควรแก่อาโลกสัญญานั้นไว้ให้มั่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น อาโลกสัญญาจึง เป็นอนุศาสนีปาฏิหาริย์ ฯ ความไม่ฟุ้งซ่านย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ความไม่ฟุ้งซ่านย่อม กำจัดอุทธัจจะได้ เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ชนเหล่าใดประกอบด้วยความไม่ ฟุ้งซ่านนั้น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีจิตหมดจด มีความดำริไม่ขุ่นมัว เพราะ ฉะนั้น ความไม่ฟุ้งซ่าน จึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ และความไม่ฟุ้งซ่านนั้น ท่านทั้งหลาย พึงเสพอย่างนี้ พึงเจริญอย่างนี้ พึงทำให้มากอย่างนี้ พึงตั้งสติ อันเป็นธรรมสมควรแก่ความไม่ฟุ้งซ่านนั้นไว้ให้มั่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ความไม่ ฟุ้งซ่านจึงเป็นอนุศาสนีปาฏิหาริย์ ฯลฯ ฯ อรหัตมรรคย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ อรหัตมรรคย่อมกำจัด กิเลสได้หมด เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ชนเหล่าใดประกอบด้วยอรหัตมรรค นั้น ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีจิตหมดจด มีความดำริไม่ขุ่นมัว เพราะฉะนั้น อรหัตมรรคจึงเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ และอรหัตมรรคนั้น ท่านทั้งหลายพึงเสพ อย่างนี้ พึงเจริญอย่างนี้ พึงทำให้มากอย่างนี้ พึงตั้งสติอันเป็นธรรมสมควรแก่ อรหัตมรรคนั้นไว้ให้มั่นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น อรหัตมรรคจึงเป็นอนุศาสนี ปาฏิหาริย์ ฯ เนกขัมมะย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ย่อมกำจัดกามฉันทะได้ เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ อิทธิและปาฏิหาริย์นี้ ท่านเรียกว่าอิทธิปาฏิหาริย์ ความไม่พยาบาทย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ย่อมกำจัดพยาบาทได้ เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ อิทธิและปาฏิหาริย์นี้ ท่านเรียกว่าอิทธิปาฏิหาริย์ อาโลกสัญญาย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ย่อมกำจัดถีนมิทธะได้ เพราะ ฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ ฯลฯ อรหัตมรรคย่อมสำเร็จ เพราะฉะนั้น เป็นอิทธิ ย่อมกำจัดกิเลสได้หมด เพราะฉะนั้น เป็นปาฏิหาริย์ อิทธิและปาฏิหาริย์นี้ ท่านเรียกว่าอิทธิปาฏิหาริย์ ฉะนี้แล ฯ จบปาฏิหาริยกถา ฯ -----------------------------------------------------

เนกฺขมฺมํ อิชฺฌตีติ อิทฺธิ กามจฺฉนฺทํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ เย เตน เนกฺขมฺเมน สมนฺนาคตา สพฺเพ เต วิสุทฺธิจิตฺตา อนาวิลสงฺกปฺปาติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ ตํ โข ปน เนกฺขมฺมํ เอวํ อาเสวิตพฺพํ เอวํ ภาเวตพฺพํ เอวํ พหุลีกาตพฺพํ เอวํ ตทนุธมฺมตาสติ อุปฏฺฐาเปตพฺพาติ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ อพฺยาปาโท อิชฺฌตีติ อิทฺธิ พฺยาปาทํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ เย เตน อพฺยาปาเทน สมนฺนาคตา สพฺเพ เต วิสุทฺธิจิตฺตา อนาวิลสงฺกปฺปาติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ โส โข ปน อพฺยาปาโท เอวํ อาเสวิตพฺโพ เอวํ ภาเวตพฺโพ เอวํ พหุลีกาตพฺโพ เอวํ ตทนุธมฺมตาสติ อุปฏฺฐาเปตพฺพาติ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ อาโลกสญฺญา อิชฺฌตีติ อิทฺธิ ถีนมิทฺธํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ เย ตาย อาโลกสญฺญาย สมนฺนาคตา สพฺเพ เต วิสุทฺธิจิตฺตา อนาวิลสงฺกปฺปาติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ สา โข ปน อาโลกสญฺญา เอวํ อาเสวิตพฺพา เอวํ ภาเวตพฺพา เอวํ พหุลีกาตพฺพา เอวํ ตทนุธมฺมตาสติ อุปฏฺฐาเปตพฺพาติ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ อวิกฺเขโป อิชฺฌตีติ อิทฺธิ อุทฺธจฺจํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ เย เตน อวิกฺเขเปน สมนฺนาคตา สพฺเพ เต วิสุทฺธิจิตฺตา อนาวิลสงฺกปฺปาติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ โส โข ปน อวิกฺเขโป เอวํ อาเสวิตพฺโพ เอวํ ภาเวตพฺโพ เอวํ พหุลีกาตพฺโพ เอวํ ตทนุธมฺมตาสติ อุปฏฺฐาเปตพฺพาติ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺโค อิชฺฌตีติ อิทฺธิ สพฺพกิเลเส ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ {๗๒๒.๑} เย เตน อรหตฺตมคฺเคน สมนฺนาคตา สพฺเพ เต วิสุทฺธิจิตฺตา อนาวิลสงฺกปฺปาติ อาเทสนาปาฏิหาริยํ โส โข ปน อรหตฺตมคฺโค เอวํ อาเสวิตพฺโพ เอวํ ภาเวตพฺโพ เอวํ พหุลีกาตพฺโพ เอวํ ตทนุธมฺมตาสติ อุปฏฺฐาเปตพฺพาติ อนุสาสนีปาฏิหาริยํ เนกฺขมฺมํ อิชฺฌตีติ อิทฺธิ กามจฺฉนฺทํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ ยา จ อิทฺธิ ยญฺจ ปาฏิหาริยํ อิทํ วุจฺจติ อิทฺธิปาฏิหาริยํ อพฺยาปาโท อิชฺฌตีติ อิทฺธิ พฺยาปาทํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ ยา จ อิทฺธิ ยญฺจ ปาฏิหาริยํ อิทํ วุจฺจติ อิทฺธิปาฏิหาริยํ อาโลกสญฺญา อิชฺฌตีติ อิทฺธิ ถีนมิทฺธํ ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺโค อิชฺฌตีติ อิทฺธิ สพฺเพ กิเลเส ปฏิหรตีติ ปาฏิหาริยํ ยา จ อิทฺธิ ยญฺจ ปาฏิหาริยํ อิทํ วุจฺจติ อิทฺธิปาฏิหาริยนฺติ ฯ ปาฏิหาริยนฺติ ฯ ปาฏิหาริยกถา นิฏฺฐิตา ฯ ---------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย