๓. สรณคมนิยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๓. สรณคมนิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสรณคมนิยเถระ (พระสรณคมนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
สงครามของท้าวเทวราชทั้ง ๒ ฝ่าย ได้ปรากฏประชิดติดกัน เสียงดังกึกก้องได้เป็นไป
พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ในอากาศ ทรงทำมหาชนให้สังเวชแล้ว
เทวดาทั้งปวงมีใจเบิกบาน ต่างวางเกราะและอาวุธ พร้อมใจกันถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในขณะนั้น
พระศาสดาผู้ทรงอนุเคราะห์ ทรงรู้แจ้งโลก ทรงทราบความคิดของข้าพเจ้าแล้ว ทรงเปล่งอาสภิวาจา ทำมหาชนให้เย็นใจว่า
บุคคลผู้เกิดเป็นมนุษย์ มีจิตประทุษร้าย เบียดเบียนสัตว์เพียงตัวเดียว จะต้องเกิดยังอบายภูมิ เพราะจิตประทุษร้ายนั้น @เชิงอรรถ : @ อาสภิวาจา หมายถึงวาจาแสดงความเป็นผู้องอาจ วาจาองอาจคือคำประกาศพระองค์ว่าเป็นเอกในโลก @(ที.ม. (แปล) ๑๐/๓๑/๑๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๖๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] ๓. สรณคมนิยเถราปทาน
เปรียบเหมือนช้างในสนามรบ เบียดเบียนสัตว์จำนวนมาก ท่านทั้งหลายจงทำจิตของตนให้เย็นเถิด อย่าเบียดเบียนกันนักเลย
แม้พวกเสนาของพญายักษ์ทั้ง ๒ ได้สงบสงคราม และพากันถึงพระผู้มีพระภาคผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่เป็นอันดี ว่าเป็นสรณะ อย่างมั่นคง
ส่วนพระศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงให้หมู่ชนยินยอมแล้ว อันหมู่เทวดาเพ่งดูอยู่ ทรงก้าวย่างพระบาท ทรงบ่ายพระพักตร์เสด็จหลีกไปทางทิศเหนือ
ข้าพเจ้าได้ถึงพระองค์ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้คงที่ ว่าเป็นสรณะเป็นคนแรก ข้าพเจ้าไม่ไปเกิดยังทุคติเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ มีพระนามว่ามหาทุนทุภิและพระนามว่ารเถสภะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสรณคมนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ สรณคมนิยเถราปทานที่ ๓ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๖๕}