๒. ปุปผถูปิยเถราปทาน (๑๒๒)
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ปุปผถูปิยเถราปทานที่ ๒ (๑๒๒) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยสถูปดอกไม้
ทุติยํ ปุปฺผถูปิยตฺเถราปทานํ (๑๒๒)
มีภูเขาชื่อกุกกุระอยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ (เราเป็น) พราหมณ์ผู้รู้จบ มนต์อยู่ในท่ามกลางภูเขานั้น ศิษย์ ๕๐๐๐ คน แวดล้อมเราอยู่ทุกเมื่อและ เขาเหล่านั้นเป็นผู้ลุกขึ้นก่อน (นอนทีหลัง) แกล้วกล้าในมนต์ทั้งหลาย พราหมณ์ผู้รู้จบมนต์ ได้ฟังคำของพวกศิษย์ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น แล้วในโลก ขอท่านจงรู้พระพุทธเจ้านั้นว่ามีจริงหรือไม่ พระองค์มีพยัญ- ชนะ ๘๐ มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ พระชินวรมีพระรัศมี แผ่ไปข้างละวา ย่อมรุ่งโรจน์ดังพระอาทิตย์ ดังนี้ พราหมณ์ออกจาก อาศรมแล้ว ถามถึงทิศที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ว่า พระมหาวีรเจ้าผู้นำของ โลกประทับอยู่ ณ ประเทศใด เราเห็นประเทศนั้นแล้ว จักนมัสการพระ- ชินเจ้า ผู้ไม่มีบุคคลเปรียบ เรามีจิตเบิกบาน มีใจโสมนัส บูชาพระตถาคต นั้น มาเถิดศิษย์ทั้งหลาย เราจักไปเฝ้าพระตถาคต จักถวายบังคมพระ- ยุคลบาทของพระศาสดาแล้ว จักฟังคำสั่งสอนของพระองค์ เราออกจาก อาศรมไปได้ วันหนึ่งก็ได้ป่วยไข้ เป็นผู้ถูกความป่วยไข้เบียดเบียน จึงไปนอน ณ ที่สุดศาลา (ไม้รัง) ประชุมศิษย์ทั้งปวงแล้ว ได้ถามเขา เหล่านั้นถึงพระตถาคตว่า พระคุณของโลกนาถผู้มีปัญญา เครื่องตรัสรู้ อย่างยิ่งเป็นเช่นไร พวกศิษย์เหล่านั้นอันเราถามแล้วพยากรณ์เหมือน บุคคลผู้เห็นแจ้ง แสดงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐนั้นแก่เราดุจมีอยู่ตรงหน้า โดยเคารพ เราฟังคำของศิษย์เหล่านั้นแล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น ศิษย์ เหล่านั้นเผาสรีระของเราแล้ว ได้ไปในสำนักของพระพุทธเจ้า ประนมกร อัญชลีถวายบังคมพระศาสดา เราเอาดอกไม้ทำสถูปแห่งพระสุคต ผู้ แสวงหาคุณอันใหญ่หลวงแล้ว ไม่ได้เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัลป ใน กัลปที่ ๔๐,๐๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ ๑๖ พระองค์ มีพระนามชื่อว่า อัคคิสมะ มีพลมาก ใน ๒ หมื่นกัลปนี้ ได้มีพระเจ้า จักรพรรดิราช ๓๘ พระองค์ เป็นใหญ่ในแผ่นดิน พระนามว่า ฆฏาสนสมะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปุปผถูปิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปุปผถูปิยเถราปทาน.
|๑๒๔.๑๐| หิมวนฺตสฺส อวิทูเร กุกฺกุโร นาม ปพฺพโต เวมชฺเฌ ตสฺส วสติ พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู ฯ |๑๒๔.๑๑| ปญฺจ สิสฺสสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ สทา ปุพฺพุฏฺฐายี จ เต อาสุํ มนฺเตสุ จ วิสารทา ฯ |๑๒๔.๑๒| พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน ตํ วิชานาถ โน ภวํ อสีติ พฺยญฺชนานสฺส พตฺตึส วรลกฺขณา ฯ |๑๒๔.๑๓| พฺยามปฺปโภ ชินวโร อาทิจฺโจว วิโรจติ สิสฺสานํ วจนํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู ฯ |๑๒๔.๑๔| อสฺสมา อภินิกฺขมฺม ทิสํ ปุจฺฉติ พฺราหฺมโณ ยมฺหิ เทเส มหาวีโร วสติ โลกนายโก ฯ |๑๒๔.๑๕| ตาหํ ทิสฺวา นมสฺสิสฺสํ ชินํ อปฺปฏิปุคฺคลํ อุทคฺคจิตฺโต สุมโน ปูเชสึ ตํ ตถาคตํ ฯ |๑๒๔.๑๖| เอถ สิสฺสา คมิสฺสาม ทกฺขิสฺสาม ตถาคตํ วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท โสสฺสาม ชินสาสนํ ฯ |๑๒๔.๑๗| เอกาหํ อภินิกฺขมฺม พฺยาธึ ปฏิลภึ อหํ พฺยาธินา ปีฬิโต สนฺโต สาลนฺโต สยิตุํ คมึ ฯ |๑๒๔.๑๘| สพฺเพ สิสฺเส สมาเนตฺวา อปุจฺฉึ เต ตถาคตํ กีทิสํ โลกนาถสฺส คุณํ ปรมพุทฺธิโน ฯ |๑๒๔.๑๙| เต เม ปุฏฺฐา พฺยากรึสุ ยถา ทสฺสาวิโน ตถา สกฺกจฺจํ พุทฺธเสฏฺฐํ ตํ ทสฺเสสุํ มม สมฺมุขา ฯ |๑๒๔.๒๐| เตสาหํ วจนํ สุตฺวา สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ ปุปฺเผหิ ถูปํ กริตฺวาน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๑๒๔.๒๑| เต เม สรีรํ ฌาเปตฺวา อคมุํ พุทฺธสนฺติเก อญฺชลึ ปคฺคหิตฺวาน สตฺถารํ อภิวาทยุํ ฯ |๑๒๔.๒๒| ปุปฺเผหิ ถูปํ กริตฺวาน สุคตสฺส มเหสิโน กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชหํ ฯ |๑๒๔.๒๓| จตฺตาฬีสสหสฺสมฺหิ กปฺเป โสฬส ขตฺติยา นาเมนคฺคิสมา นาม จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๒๔.๒๔| วีสกปฺปสหสฺสมฺหิ ราชาโน จกฺกวตฺติโน ฆฏาสนสมา นาม อฏฺฐตฺตึส มหีปตี |๑๒๔.๒๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปุปฺผถูปิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปุปฺผถูปิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ