๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน (๑๒๕)
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สัมมุขาถวิกเถราปทานที่ ๕ (๑๒๕) ว่าด้วยผลแห่งการชมเชยพระพุทธเจ้า
ปญฺจมํ สมฺมุขาถวิกตฺเถราปทานํ (๑๒๕)
เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติ เราได้พยากรณ์นิมิตว่า จักยังหมู่ชนให้ ดับ จักเป็นพระพุทธเจ้าในโลก เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ หมื่นโลกธาตุย่อมหวั่นไหว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็น ศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใด ประสูติ ได้มีแสงสว่างอันไพบูลย์ บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใด ประสูติ แม่น้ำทั้งหลายไม่ไหล บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็น ศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประ สูติไฟในอเวจีนรกไม่ลุกโพลง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ หมู่นกไม่สัญจรไป บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มีพระ- จักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ กองลม ย่อมไม่พัดฟุ้งไป บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดาผู้มี พระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ แก้วทุกชนิดส่งแสงโชติช่วง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ ทรงย่างพระบาทก้าวไป ๗ ก้าว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็น ศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ พอพระสัมพุทธเจ้าประสูติแล้ว เท่านั้น ก็ทรงเหลียวแลดูทิศทั้งปวง ทรงเปล่งอาสภิวาจา นี้เป็นธรรมดา ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เรายังหมู่ชนให้เกิดสังเวช เชยชมพระผู้มีพระ- ภาคผู้นำของโลก ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว บ่ายหน้ากลับไปทางทิศ ปราจีน ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราเชยชมพระพุทธเจ้าใด ด้วยการ เชยชมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการเชยชม ในกัลปที่ ๙๐ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าสัมมุขาถวิกะ ทรงสมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๙๘ แต่กัลปนี้เราได้เป็นพระเจ้า- จักรพรรดิ มีนามว่าปฐวีทุนทุภิ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๘ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จอมกษัตริย์มีนาม ว่าโอภาส สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๗ แต่ กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่าสริจเฉทนะ สมบูรณ์ด้วย แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๖ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิมีนามว่า อัคคินิพพาปนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พลมาก ในกัลปที่ ๘๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่า วาตสมะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๔ แต่ กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่า คติปัจเฉทนะ สมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๓ แต่กัลปนี้ เราได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่า รัตนปัชชละ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พลมาก ในกัลปที่ ๘๒ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนาม ว่า ปทวิกกมนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๑ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่า วิโลกนะ สมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก ในกัลปที่ ๘๐ แต่กัลปนี้ เราได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่า คิริสาระ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพล มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสัมมุขาถวิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สัมมุขาถวิกเถราปทาน.
|๑๒๗.๔๑| ชายมาเน วิปสฺสมฺหิ นิมิตฺตํ พฺยากรึ อหํ นิพฺพาปยํ จ ชนตํ พุทฺโธ โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑๒๗.๔๒| ยสฺมึ จ ชายมานสฺมึ ทสสหสฺสี ปกมฺปติ โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑๒๗.๔๓| ยสฺมึ จ ชายมานสฺมึ อาโลโก วิปุโล อหุ โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑๒๗.๔๔| ยสฺมึ จ ชายมานสฺมึ สริตาโย น สนฺทิสุํ โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑๒๗.๔๕| ยสฺมึ จ ชายมานสฺมึ อวีจิคฺคิ น ปชฺชลิ โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑๒๗.๔๖| ยสฺมึ จ ชายมานสฺมึ ปกฺขิสงฺโฆ น สญฺจริ โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑๒๗.๔๗| ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ วาตกฺขนฺโธ น วายติ โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑๒๗.๔๘| ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ สพฺพรตนานิ โชติสุํ โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑๒๗.๔๙| ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ สตฺตาสุํ ปทวิกฺกมา โสทานิ ภควา สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑๒๗.๕๐| ชาตมตฺโตว สมฺพุทฺโธ ทิสา สพฺพา วิโลกยิ วาจาสภิมุทีเรสิ เอสา พุทฺธาน ธมฺมตา ฯ |๑๒๗.๕๑| สํเวชยิตฺวา ชนตํ ถวิตฺวา โลกนายกํ สมฺพุทฺธํ อภิวาทิตฺวา ปกฺกามึ ปาจินามุโข ฯ |๑๒๗.๕๒| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ พุทฺธมภิโถมยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ โถมนาย อิทํ ผลํ ฯ |๑๒๗.๕๓| อิโต นวุติกปฺปมฺหิ สมฺมุขาถวิกวฺหโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๕๔| ปฐวีทุนฺทุภิ นาม เอกูนนวุติมฺหิโต สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๕๕| อฏฺฐาสีติมฺหิโต กปฺเป โอภาโส นาม ขตฺติโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๕๖| สตฺตาสีติมฺหิโต กปฺเป สริตจฺเฉทนวฺหโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๕๗| อคฺคินิพฺพาปโน นาม กปฺปานํ ฉฬสีติยา สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๕๘| ราชา วาตสโม นาม กปฺปานํ ปญฺจสีติยา สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๕๙| คติปจฺเฉทโน นาม กปฺปานํ จุลฺลสีติยา สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๖๐| รตนปฺปชฺชโล นาม กปฺปานํ เต อสีติยา สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๖๑| ปทวิกฺกมโน นาม กปฺปานํ เทฺว อสีติยา สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๖๒| ราชา วิโลกโน นาม กปฺปานํ เอกสีติยา สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๖๓| คิริสาโรติ นาเมน กปฺเปสีติมฺหิ ขตฺติโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๗.๖๔| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สมฺมุขาถวิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สมฺมุขาถวิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ