๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอัตถสันทัสสกเถระ (พระอัตถสันทัสสกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้านั่งอยู่ในโรงกว้างใหญ่ ได้เห็นพระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก สิ้นอาสวะแล้ว บรรลุพลธรรม มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม
ภิกษุสงฆ์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รูป บรรลุวิชชา ๓ ได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก แวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
การเปรียบเทียบในพระญาณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด ไม่มีในโลกพร้อมทั้งเทวโลก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีพระญาณไม่สิ้นสุด ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส @เชิงอรรถ : @ พลธรรม ได้แก่ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ (ที.ปา. ๑๑/๓๑๑/๒๐๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๐๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๘. เอกรังสนิยเถราปทาน
อนึ่ง พระพุทธเจ้า ผู้ทรงแสดงธรรมกาย ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะทั้งสิ้น ชนทั้งหลายไม่สามารถจะให้กำเริบได้ ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
นารทพราหมณ์นั้น ชมเชยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้ ด้วย ๓ คาถาเหล่านี้แล้ว ได้เดินไปข้างหน้า
ด้วยจิตที่เลื่อมใสและด้วยการชมเชยพระพุทธเจ้านั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ไปเกิดในทุคติเลย ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๑๓๐ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุมิตตะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอัตถสันทัสสกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อัตถสันทัสสกเถราปทานที่ ๗ จบ