๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗)
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๗ (๓๒๗) ว่าด้วยผลแห่งกรรมดี
สตฺตมํ นิคฺคุณฺฑิปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๓๒๗)
เมื่อใดเทวดาจะจุติจากหมู่เทวดาเพราะสิ้นอายุ เมื่อนั้น เทวดาทั้งหลายผู้ พลอยยินดีก็เปล่งเสียง ๓ ประการว่า ท่านผู้เจริญ ท่านจากนี้จงไปสู่สุคติ สู่ความเป็นสหายของมนุษย์ เป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาอันยอดเยี่ยม ในพระสัทธรรม ศรัทธาของท่าน ตั้งมั่นลงแล้ว จะเกิดเป็นมูลเค้า เป็นที่พึ่ง จงมั่นคงในพระสัทธรรมอันพระผู้มีพระภาคประกาศดีแล้ว ตลอดชีวิตจงทำ กุศลด้วยกาย จงทำกุศลด้วยวาจา จงทำกุศลด้วยใจ ให้มาก จงทำความ ไม่เบียดเบียน จงทำความไม่มีอุปธิ จงทำบุญให้ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการให้ ทานให้มาก จงชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นในพรหมจรรย์ อันเป็นสัทธรรมอย่าง ประเสริฐ หมู่เทวดาย่อมอนุโมทนากะเทวดาผู้จะจุติด้วยความอนุเคราะห์ นี้สั่งว่า จงมาบ่อยๆ นะเทวดา ดังท่านผู้รู้แจ้งอนุโมทนากะพระพุทธเจ้า ฉะนั้น ในกาลนั้น เมื่อหมู่เทวดามาประชุมกัน ข้าพระองค์เกิดความ สลดใจว่า เราจุติจากนี้แล้ว จักไปสู่กำเนิดอะไรหนอ พระสมณะผู้มี อินทรีย์อันอบรมแล้ว ท่านมีนามชื่อว่าสุมนะ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตระ รู้ความสลดใจของข้าพระองค์ ประสงค์จะช่วยเหลือ จึงมาสู่สำนักของข้าพระองค์ พร่ำสอนอรรถธรรมแล้ว ยังข้าพระองค์ให้ สังเวชในกาลนั้น. จบ ภาณวารที่ ๑๒. ข้าพระองค์ฟังคำของท่านแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า อภิวาทท่าน ผู้เป็นนักปราชญ์แล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น ข้าพระองค์นั้น อันกุศลมูล ตักเตือนแล้ว อุบัติในภพนั้นแล อยู่ในครรภ์มารดา ทรงอยู่ในมารดาอีก ข้าพระองค์จุติจากกายนั้นแล้ว ได้อุบัติในไตรทศ (ดาวดึงส์) ใน ระหว่างนี้ ข้าพระองค์ไม่เห็นความโทมนัสในกาลนั้นเลย ข้าพระองค์เคลื่อน จากดาวดึงส์แล้ว ลงสู่ครรภ์มารดา ออกจากครรภ์มารดาแล้ว ไม่รู้ทุกข์ อะไรๆ ข้าพระองค์มีอายุ ๗ ปี แก่กำเนิด ได้เข้าสู่อารามของพระผู้มี พระภาคพระนามว่า โคดมศากยบุตร ผู้คงที่ ได้เห็นภิกษุทั้งหลายผู้ทำ ตามคำสอนของพระศาสดา ในปาพจน์อันพิสดาร ในศาสนาอันเกื้อกูล แก่ชนเป็นอันมากนั้น พระนครชื่อว่าสาวัตถี พระเจ้าโกศลเป็นใหญ่ใน นครนั้น พระองค์เสด็จไปสู่โพธิพฤกษ์อันอุดมด้วยรถอันเทียมด้วยช้างพลาย ข้าพระองค์เห็นช้างพลายของพระเจ้าโกศลนั้นแล้ว ระลึกถึงบุพกรรม ประนมกรอัญชลีแล้วได้ไปสู่ที่ประชุม ข้าพระองค์มีอายุ ๗ ปีแต่กำเนิด ได้บวชเป็นบรรพชิต พระเถระชื่ออานนท์ เป็นพระสาวกอุปัฏฐานพระ- พุทธเจ้า ท่านมีคติ มีธิติ มีสติ เป็นพหูสูต มีความรุ่งเรืองมาก ยังจิต ของพระราชาให้ทรงเลื่อมใสส่งกลับไป ข้าพระองค์ได้ฟังธรรมของท่าน พระอานนท์แล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมอยู่ในที่นั้นเอง ได้บรรลุอรหัต ข้าพระองค์ห่มจีวรเฉวียงบ่า ประนมกรอัญชลีบนเศียรเกล้า ถวายบังคม พระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้เปล่งวาจานี้ ข้าพระองค์ถือเอาดอกไม้ย่านทราย ไปวางที่อาสนะทองของพระพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตระ ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ ข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ละความชนะและความแพ้แล้ว บรรลุถึงฐานะอัน ไม่หวั่นไหว ในกัลปที่ ๒๕๐๐๐ (แต่กัลปนี้) ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอม กษัตริย์แปดหมื่นแปดร้อยล้านพระองค์ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ- ศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน.
|๓๒๙.๓๙| ยทา เทโว เทวกายา จวติ อายุสงฺขยา ตโย สทฺทา นิจฺฉรนฺติ เทวานํ อนุโมทตํ ฯ |๓๒๙.๔๐| อิโต โภ สุคตึ คจฺฉ มนุสฺสานํ สหพฺยตํ มนุสฺสภูโต สทฺธมฺเม ลภ สทฺธํ อนุตฺตรํ ฯ |๓๒๙.๔๑| สา เต สทฺธา นิวิฏฺฐสฺส มูลชาตา ปติฏฺฐิตา ยาวชีวํ อสํหิรา สทฺธมฺเม สุปเวทิเต ฯ |๓๒๙.๔๒| กาเยน กุสลํ กตฺวา วาจาย กุสลํ พหุํ มนสา กุสลํ กตฺวา อพฺยาปชฺฌํ นิรูปธึ ฯ |๓๒๙.๔๓| ตโต โอปธิกํ ปุญฺญํ กตฺวา ทาเนน ตํ พหุํ อญฺเญ ปวเร สทฺธมฺเม พฺรหฺมจริเย นิเวสย ฯ |๓๒๙.๔๔| อิมาย อนุกมฺปาย เทวเทวํ ยถา วิทู จวนฺตํ อนุโมทนฺติ เอหิ เทว ปุนปฺปุนํ ฯ |๓๒๙.๔๕| สํวิคฺโคหํ ตทา อาสึ เทวสงฺเฆ สมาคเต กํสุ นาม อหํ โยนึ คมิสฺสามิ อิโต จุโต ฯ |๓๒๙.๔๖| มม สํเวคมญฺญาย สมโณ ภาวิตินฺทฺริโย มมุทฺธริตุกาโม โส อาคจฺฉิ มม สนฺติกํ ฯ |๓๒๙.๔๗| สุมโน นาม นาเมน ปทุมุตฺตรสาวโก อตฺถธมฺมานุสาสิตฺวา สํเวเชสิ มมนฺตทา ฯ ทฺวาทสมํ ภาณวารํ ฯ |๓๒๙.๔๘| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาทยึ ฯ ตํ ธีรํ อภิวาเทตฺวา ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๓๒๙.๔๙| อุปปชฺชึ ส ตตฺเถว สุกฺกมูเลน โจทิโต วสนฺโต มาตุกุจฺฉิมฺหิ ปุน ธาเรตุ มาตุยา ฯ |๓๒๙.๕๐| ตมฺหา กายา จวิตฺวาน ติทเส อุปปชฺชหํ เอตฺถนฺตเร น ปสฺสามิ โทมนสฺสํ อหํ ตทา ฯ |๓๒๙.๕๑| ตาวตึสา จวิตฺวาน มาตุกุจฺฉึ สโมกฺกมึ นิกฺขมิตฺวาน กิจฺฉิมฺหา กิญฺจิ ทุกฺขํ อชานิหํ ฯ |๓๒๙.๕๒| ชาติยา สตฺตวสฺเสน อารามํ ปาวิสึ อหํ โคตมสฺส ภควโต สกฺยปุตฺตสฺส ตาทิโน ฯ |๓๒๙.๕๓| วิตฺถาริเก ปาวจเน พาหุชญฺญมฺหิ สาสเน อทฺทสํ สาสนํ กาเร ภิกฺขโว ตตฺถ สตฺถุโน ฯ |๓๒๙.๕๔| สาวตฺถิ นาม นครํ ราชา ตตฺถาสิ โกสโล รเถน นาคยุตฺเตน อุเปสิ โพธิมุตฺตมํ ฯ |๓๒๙.๕๕| ตสฺสาหํ นาคํ ทิสฺวาน ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน สมยํ อคมาสหํ ฯ |๓๒๙.๕๖| ชาติยา สตฺตวสฺโสว ปพฺพชึ อนคาริยํ โย โส พุทฺธํ อุปฏฺฐาสิ อานนฺโท นาม สาวโก ฯ |๓๒๙.๕๗| คติมา ธิติมา เจว สติมา จ พหุสฺสุโต รญฺโญ จิตฺตํ ปสาเทนฺโต นิยฺยาเทสิ มหาชุติ ฯ |๓๒๙.๕๘| ตสฺสาหํ ธมฺมํ สุตฺวาน ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ ตตฺเถว ฐิตโก สนฺโต อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๓๒๙.๕๙| เอกํสํ จีวรํ กตฺวา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา อิมํ วาจํ อุทีรยึ ฯ |๓๒๙.๖๐| ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน นิคุณฺฑิปุปฺผํ ปคฺคยฺห สีหาสเน ฐเปสหํ ฯ |๓๒๙.๖๑| เตน กมฺเมน ทิปทินฺท โลกเชฏฺฐ นราสภ ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ หิตฺวา ชยปราชยํ ฯ |๓๒๙.๖๒| ปญฺจวีสสหสฺสมฺหิ กปฺปานํ มนุชาธิปา อพฺพุทนิรพฺพุทานิ อฏฺฐฏฺฐาสึสุ ขตฺติยา ฯ |๓๒๙.๖๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นิคฺคุณฺฑิปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ นิคฺคุณฺฑิปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ