๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน (๓๓๗)
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ติณกุฏิทายกเถราปทานที่ ๗ (๓๓๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายกุฎีหญ้า
สตฺตมํ ติณกุฏิทายกตฺเถราปทานํ (๓๓๗)
เราเป็นคนรับจ้างทำการงานของคนอื่น ขวนขวายในทางเกิดการงานของคน อื่น อาศัยอาหารของผู้อื่น อยู่ในนครพันธุมดี ในกาลนั้น เรานั่งอยู่ในที่ ลับแล้ว คิดอย่างนี้ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก แต่การก่อ สร้างบุญกุศลของเราไม่มี บัดนี้ เป็นเวลาสมควรที่เราจะชำระคติ ถึงเวลา ของเราแล้ว การถูกต้องนรกเป็นทุกข์แก่สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีบุญเป็นแน่แท้ ครั้นเราคิดอย่างนี้แล้ว จึงเข้าไปหาเจ้าของงาน ขอหยุดการงานวันหนึ่ง แล้วเข้าป่าใหญ่ ในกาลนั้น เราขนเอาหญ้า ไม้และเถาวัลย์มาแล้ว ตั้ง เสาไม้ขึ้นสามต้น ได้สร้างเป็นกุฎีหญ้า เราได้มอบถวายกุฎีนั้นเพื่อ ประโยชน์แก่สงฆ์ แล้วกลับมาหาเจ้าของ การงานในวันนั้นนั่นแล ด้วย กุศลกรรมที่เราทำแล้วนั้น เราได้ไปสู่ดาวดึงส์ วิมานอันบุญกรรมสร้างให้ แก่เราอย่างดีในดาวดึงส์นั้น นิรมิตให้เพราะกุฎีหญ้า เครื่องประดับพัน หนึ่ง ลูกคลีหนัง ๑๐๐ ลูก ธงสีเขียว พวงดอกไม้หนึ่งแสนพวง ปรากฏ อยู่ในวิมานของเรา เราอุบัติ ณ กำเนิดใดๆ คือ ความเป็นเทวดาหรือ มนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ ปราสาท (ดังจะ) รู้ความดำริของเรา ผุดขึ้นตั้ง อยู่ ความกลัว ความครั่นคร้าม หรือขนลุกชูชัน ย่อมไม่มีแก่เรา เราไม่รู้ สึกความสะดุ้งหวาดเสียวเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายกุฏีหญ้า ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง หมี หมาป่า และเสือดาว ทั้งปวง ย่อมละเว้น เรา นี้เป็นผลแห่งการถวายกุฏีหญ้า สัตว์เสือกคลาน ภูตผีปีศาจ งู กุมภัณฑ์ และผีเสื้อยักษ์ แม้เหล่านั้น ก็ย่อมละเว้นเรา นี้เป็นผลแห่งการ ถวายกุฏีหญ้า เราระลึกไม่ได้ว่า ได้ฝันเห็นลามกเลย สติของเราตั้งมั่น นี้เป็นผลแห่งการถวายกุฏีหญ้า เราได้เสวยสมบัติเพราะการถวายกุฏีหญ้า นั้นแล้ว ได้กระทำธรรมของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม ให้แจ้งชัด แล้ว ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรม นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายกุฏีหญ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระติณกุฏิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ติณกุฏิทายกเถราปทาน.
|๓๓๙.๗๕| นคเร พนฺธุมติยา อโหสึ ปรกมฺมิโก ปรกมฺมายเน ยุตฺโต ปรภตฺตํ อปสฺสิโต ฯ |๓๓๙.๗๖| รโหคโต นิสีทิตฺวา เอวํ จินฺเตสหํ ตทา พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน อธิกาโร จ นตฺถิ เม ฯ |๓๓๙.๗๗| กาโล คตึ เม โสเธตุํ ขโณ เม ปฏิปาทิโต ทุกฺโข นิรยสมฺผสฺโส อปุญฺญานํ หิ ปาณินํ ฯ |๓๓๙.๗๘| เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน กมฺมสามึ อุปาคมึ เอกาหํ กมฺมํ ยาจิตฺวา ปวนํ ปาวิสึ อหํ ฯ |๓๓๙.๗๙| ติณกฏฺฐญฺจ วลฺลิญฺจ อาหริตฺวานหนฺตทา ติทณฺฑเก ฐเปตฺวาน อกํ ติณกุฏึ อหํ ฯ |๓๓๙.๘๐| สงฺฆสฺสตฺถาย กุฏิกํ นิยฺยาเทตฺวาน ตํ อหํ ตทเหเยว อาคนฺตฺวา กมฺมาสามึ อุปาคมึ ฯ |๓๓๙.๘๑| เตน กมฺเมน สุกเตน ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ ติณกุฏิกาย นิมฺมิตํ ฯ |๓๓๙.๘๒| สหสฺสกณฺโฑ สตเคณฺฑุ ธชาลุ หริตามโย สตสหสฺสนิยฺยูหา พฺยเมฺห ปาตุภวึสุ เม ฯ |๓๓๙.๘๓| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ มม สงฺกปฺปมญฺญาย ปาสาโท อุปติฏฺฐติ ฯ |๓๓๙.๘๔| ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา โลมหํโส น วิชฺชติ ตาสํ มม น ชานามิ ติณกุฏิกายิทํ ผลํ |๓๓๙.๘๕| สีหา พฺยคฺฆา จ ทีปิ จ อจฺฉโกกตรจฺฉโย สพฺเพ มํ ปริวชฺชนฺติ ติณกุฏิกายิทํ ผลํ ฯ |๓๓๙.๘๖| สิรึสปา จ ภูตา จ อหิกุมฺภณฺฑรกฺขสา เตปิ มํ ปริวชฺชนฺติ ติณกุฏิกายิทํ ผลํ ฯ |๓๓๙.๘๗| น ปาปสุปินสฺสาหํ สรามิ ทสฺสนํ มม อุปฏฺฐิตา สติ มยฺหํ ติณกุฏิกายิทํ ผลํ ฯ |๓๓๙.๘๘| ตาเยว ติณกุฏิกาย อนุโภตฺวาน สมฺปทา โคตมสฺส ภควโต ธมฺมํ สจฺฉิกรึ อหํ ฯ |๓๓๙.๘๙| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ติณกุฏิกายิทํ ผลํ ฯ |๓๓๙.๙๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติณกุฏิทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ติณกุฏิทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ